โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เตือนภัยผู้หญิง! พนง.สาววัย 19 ถูกชายขี่จยย.ตัดหน้า พยายามฉุดขี้นรถ เรียกวินช่วยยังขับตาม พบเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายคน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2568 เวลา 01.45 น. • สยามนิวส์
เตือนภัยผู้หญิง! พนง.สาววัย 19 ถูกชายขี่จยย.ตัดหน้า พยายามฉุดขี้นรถ เรียกวินช่วยยังขับตาม พบเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายคน

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวีดีโอ จำนวน 2 คลิป ความยาวประมาณ 2 นาที เป็นลักษณะ ชายขี่รถจักรยานยนต์มาพูดคุกคามหญิงสาว ซึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านในช่วงหัวค่ำ โดยที่หญิงสาวคนดังกล่าวไม่รู้จักกับชายคนดังกล่าว โดยชายคนดังกล่าวพยายามที่จะไปส่งหญิงสาว และยังขี่รถจักรยานยนต์ติดตามหญิงสาวคนดังกล่าว

โดยผู้โพสต์ระบุว่า ใครรู้จักไอเ-ี้ยในคลิปหรือเป็นพี่น้องใคร ใครรู้จักช่วยติดต่อผมมาที หรือรู้จักบ้านช่วยติดต่อผมหน่อย ซึ่งหลังที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ก็มีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 20.00 น ที่ผ่านมา บริเวณซอยผูกมิตร ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ล่าสุด วันที่ 26 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นางสาววนิดา อายุ 19 ปี พนักงานบริษัท ที่เป็นผู้ถ่ายคลิปวีดีโอช่วงนาทีพูดคุยกับชายที่พยายามก่อเหตุ ที่บ้านพักภายในซอยมิตรไมตรี ตำบลบางโปรง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวถึงช่วงเวลาที่เกิดเหตุ โดยบริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงลานจอดรถจักรยานยนต์และเป็นที่มืด แต่ตนเองก็ยังมีสติมากพอที่จะถ่ายคลิปวีดีโอ พูดคุยถ่วงเวลา เพื่อไปหาคนช่วยเหลือ จนรอดพ้นช่วงเวลาวิกฤตมาได้

นางสาววนิดา ผู้เสียหาย ได้เล่าถึงเหตุการณ์ว่า วันนั้นช่วงประมาณ 20.00 น ตนเลิกงาน และจะเดินกลับบ้าน เพื่อมาขึ้นวิน ปกติตนจะมากับรุ่นน้อง แต่วันนี้ตนเดินมาคนเดียว พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ชายคนนั้น ก็ขับรถมาจอดตัดหน้าตน ในตอนแรกตนคิดว่าเขาจะจอดเพื่อคุยโทรศัพท์ ตนจึงเดินเลยไป แต่เขามีการเรียกตนว่า เธอ ๆ ตนก็คิดว่าเขาแค่แซว จึงไม่ได้สนใจอะไรแล้วเดินต่อ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ขับรถ ดักหน้าตนอีกรอบ และพยายามขอช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ของตน

ตนบอกไปว่า ไม่มีและไม่ได้เล่น เขาก็ยังคะยั้นคะยอที่จะขอ แล้วมีการดึงตน ตนจึงสะบัดมือของเขาออกและรีบเดินไปตรงที่ที่มันสว่างกว่านั้น แต่เขาก็ยังขับรถมาจอดตัดหน้าตนอีกรอบ และพยายามดึงตนขึ้นรถ บอกว่าจะไปส่งตน ตนจึงพยายามเรียกวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่แถวนั้น แต่ลุงวินคิดว่าตนรู้จักกับผู้ชายคนนี้ จึงไม่เดินไปหาลุงวินเสียที แต่ตนไม่ได้รู้จักกับเขาเลย ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ตนจึงพยายามอัดคลิป พูดบ่ายเบี่ยง และให้ช่องทางติดต่อมั่ว ๆ ไป เพราะกลัวว่าเขาจะทำร้าย เพื่อที่เขาจะได้ไปเสียที เพราะตอนนั้นเขาพยายามจะขับรถดักหน้าตนตลอดเลยไม่ยอมให้ตนไป

พอตนขึ้นวินเสร็จ เขาก็ยังพยายามขับรถตาม ตนจึงโทรหาคุณป้าให้ออกมารอรับ แล้วบอกกับลุงวินว่า ผู้ชายคนนี้ขับรถตามตนมา พยายามที่จะฉุดตนขึ้นรถ แต่ตนไม่ได้รู้จักกับเขาเลย ลุงวินจึงจอดรถ แล้วมีการตะโกนถามผู้ชายคนนั้นว่า เป็นใครขับตามมาทำไม แล้วผู้ชายคนนั้นก็บอกว่า ตนเป็นฝ่ายบอกให้เขาขับรถตามมา ทั้ง ๆ ที่ตนไม่ได้พูด ตอนนั้นตนตกใจมาก ตนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนไม่เคยรู้จัก

นางสาววนิดา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตอนเอาคลิปลงในโซเชียล มีคอมเม้นต์บอกว่า ผู้ชายคนนี้เคยทำแบบนี้กับคนอื่น และยังมีคนโดนทำร้ายร่างกายด้วย ในตอนที่เกิดเหตุ ตนคิดอย่างเดียวว่าตนต้องอัดคลิปเอาไว้ก่อน เพราะตนจำป้ายทะเบียนรถเขาไม่ได้ ตนได้มีการไปแจ้งความเอาไว้แล้วในวันเดียวกันกับที่เกิดเหตุ และในวันนั้น รุ่นพี่ของตน ได้เจอกับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง แถวแบริ่ง จึงมีการขอบัตรประชาชนแล้วถ่ายไว้ เราทำได้แค่นั้น จึงส่งหลักฐานและบัตรประชาชนที่ถ่ายมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า

ตนอยากจะฝากเตือนกับบุคคลที่เดินทางกลับบ้านคนเดียว ในเวลากลางคืนหรือที่เปลี่ยว ถ้ามีเพื่อนก็พยายามกลับกับเพื่อนอย่างกับคนเดียว และพยายามตั้งสติทุกครั้งที่เกิดเรื่องอะไรขึ้น บางคนบอกว่าทำไมตนมัวแต่คุยกับเขา มันเป็นเพราะว่าตนกลัวว่าเขาจะมีอาวุธ แล้วทำร้ายตนขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราจึงต้องตั้งสติให้มาก

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...