โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนซื้อบ้านเฮ! ธปท.ผ่อนเกณฑ์ LTV-คลังลุยต่อเวลาลดค่าโอน และจดจำนอง ปลุกภาคอสังหาฯ

Khaosod

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 08.43 น.

คนซื้อบ้านเฮ! ธปท. ผ่อนเกณฑ์ LTV เริ่ม1พ.ค.-คลังลุยต่อเวลาลดค่าโอน-จดจำนอง

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่างานมหกรรมบ้านปีที่ผ่านมามีผู้จองซื้อบ้านและคอนโด ราว 6 พันยูนิต แต่ถูกปฏิเสธการสินเชื่อมากถึง 40% เพราะรายได้ไม่เพียงพอทำให้เหลือขอสินเชื่อเพียง 2 พันยูนิต

และปัจจุบันการซื้อขายบ้านก็มีแนวโน้มลดลง ดังนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองเหลือ 0.01% เพื่อช่วยลดภาระผู้ซื้อและกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา จะพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดภายใน1เดือน

รวมทั้งปรับปรุงโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" คาดว่าสุดท้ายน่าจะมีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมโครงการ 50% ของผู้ที่มีสิทธิทั้งหมด โดยคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วม คุณสู้ เราช่วย คือ คนที่เป็นหนี้แบบมีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน อาทิ หนี้บ้าน

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่องและยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากการหารือกับทั้งผู้ประกอบการในธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและสถาบันการเงิน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) จึงเห็นควรให้ผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (เกณฑ์ LTV)

คาดว่าการผ่อนคลายเกณฑ์ LTVชั่วคราว จะช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ แก้ปัญหาอุปทานคงค้างที่อยู่ในระดับสูงได้บ้าง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้ เชื่อว่าการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินมากนัก เนื่องจากในปัจจุบันภาวะการเงินตึงตัวและสถาบันการเงินระมัดระวังในการให้สินเชื่ออยู่แล้ว

สาระสำคัญของการผ่อนคลายเกณฑ์ LTVคือ กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันเป็น 100% สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งกรณี มูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป และ มูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป และการผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2568- 30 มิ.ย. 2569

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การผ่อนคลายนโยบายแอลทีวี ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะทำให้บรรยากาศการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กลับมาคึกคักขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มในระดับกลาง-บน ที่ยังมีกำลังซื้อและมีความต้องการซื้อ และเมื่อเศรษฐกิจขับเคลื่อนฟื้นตัวได้ดีขึ้นก็จะทำให้กำลังซื้อในตลาดกลาง-ล่าง กลับมาดีขึ้น

อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง มีการออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ออกมาด้วย คาดว่าจะทำให้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะสามารถขยายตัวได้ 5-10%จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้แค่ 1-2% จากปีที่แล้วที่ยอดขาอสังหาริมทรัพย์ติดลบ31% และยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยูอาศัยติดลบไป 6%

ตนมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการLTVที่ช้าเกินไป เพราะจะเห็นได้ว่าปัจจุบันสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่อยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด 2.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 14.4% เมื่อเทียบกับสินเชื่อทั้งหมดในระบบธนาคารพาณิชย์ ขณะที่รมว.คลัง มองว่าในความเป็นจริงแล้วสินเชื่อที่อยู่อาศัยควรจะมีสัดส่วนได้ถึง 30%

ดังนั้นธนาคารพาณิชย์น่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้อีกเท่าตัว ทำให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยถูกหน่วงจากมาตรการแอลทีวี จึงทำให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อสินเชื่อรวมหดตัวลงเหลือแค่ 14.4% ทั้งนี้ในความเป็นจริงควรจะขึ้นไปได้ถึง 20-30% ทั้งที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหนี้ที่มีหลักประกัน ซึ่งตลาดจะหดตัวลงมากกว่านี้อีกหากไม่มีการปลดล็อกแอลทีวี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนซื้อบ้านเฮ! ธปท.ผ่อนเกณฑ์ LTV-คลังลุยต่อเวลาลดค่าโอน และจดจำนอง ปลุกภาคอสังหาฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...