สตาร์บัคส์โคเรีย สั่งปิดทุกสาขาทั่วประเทศชั่วคราว รับกรรมปมแคมเปญสะกิดแผลคนเกาหลี
17 มิถุนายน 2569 จากรณีที่ สตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ได้ออกมาปล่อยแคมเปญวันรถถัง (Tank Day) ในการโปรโมตแก้วกาแฟทัมเบลอร์รุ่น "แก้วรถถัง" ด้วยการใช้สโลแกนภาษาเกาหลี 책상에 탁! สื่อถึงเสียงวางของบนโต๊ะดัง ทัก! (Tak) ที่มีความหมายว่า "ทุบโต๊ะดังปัง" ซึ่งคำๆ นี้ถือเป็นข้อความทิ่มแทงใจคนเกาหลีเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการกระตุ้นความทรงจำเกี่ยวกับเหตุนองเลือดในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่กวางจู เมื่อปี 1980
จากการสืบสวนเชิงลึกของเครือข่าย ชินเซแก กรุ๊ป ผู้ถือสัญญารับสิทธิ์บริหารสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ระบุว่า ทีมครีเอทีฟได้นำประโยคและข้อความโฆษณานี้มาจากคำแนะนำของ AI
ความไม่พอใจต่อแคมเปญนี้ ทำให้สตาร์บัคส์ โคเรีย ต้องยกเลิกแคมเปญภายในไม่กี่ชั่วโมง และไล่หัวหน้าสตาร์บัคส์ โคเรีย ออกจากตำแหน่งทันที ประชาชนออกมาประท้วงทุบทำลายแก้วสตาร์บัคส์หน้าร้าน ซ้ำร้ายกระทรวง และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งได้สั่งตัดความสัมพันธ์และยกเลิกสัญญาเป็นพันธมิตรกับทางสตาร์บัคส์เกาหลีใต้
ขณะที่ นายชอง ยงจิน ประธานบริษัท ชินเซแก กรุ๊ป ซึ่งถือหุ้นอยู่ในสตาร์บัคส์ โคเรีย 67.5 % จำเป็นต้องออกมาแถลงขอโทษด้วยตัวเองและได้โค้งขอโทษ 3 ครั้ง พร้อมขอโทษต่อครอบครัวของนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ถูกสังหารโดยอดีตผู้นำเผด็จการทหาร และจากสาธารณชนทั่วไป เนื่องจากหลังปล่อยแคมเปญนี้ทำให้ยอดรายได้ดิ่งวูบลงทันที 26% ในสัปดาห์แรก แม้ในปัจจุบันช่วงต้นเดือนมิถุนายนจะเริ่มมีสัญญากระเตื้องขึ้นมา 12.8% แต่ภาพรวมก็ยังคงติดลบต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานก่อนเกิดเรื่องถึง 25%
ความคืบหน้าล่าสุด สตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ออกมาประกาศมาตรการสั่งปิดร้านค้าทุกสาขาทั่วประเทศ มากกว่า 2,000 สาขา พร้อมกันเป็นการชั่วคราวในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อเกณฑ์เจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งหมดเข้าคอร์สเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่และการฝึกอบรมความไวต่อบริบททางสังคม (Social sensitivity)
มาตรการครั้งนี้เป็นการหวังดับไฟแค้นของชาวเกาหลีใต้ และเพื่อกอบกู้สถานการณ์ภาพรวมจากการทำแคมเปญการตลาดที่ผิดพลาดที่ลุกลามเป็นการเกิดกระแสคว่ำบาตร ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างของแบรนด์อย่างรุนแรง
ทางการประเมินสถิติตัวเลขความเสียหาย จากข้อมูลไอจีเอยูสส์ ชี้ว่า มาตรการชัตดาวน์ในรอบนี้ จะทำให้สตาร์บัคส์ต้องสูญเสียรายได้และยอดขายไปในทันทีสูงถึง 2,100 ล้านวอน หรือ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 56 ล้านบาท โดยร้านค้าที่จะได้รับการยกเว้นเกณฑ์ปิดร้านมีเพียงแค่สาขาภายในสนามบินเท่านั้น