โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสม. ชี้ โครงการแก้น้ำท่วมลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จ.พัทลุง ขาดการมีส่วนร่วม เสี่ยงละเมิดสิทธิ์

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

แนะ กรมชลประธาน จัดเวทีรับฟังความเห็นให้ครอบคลุมฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประเมินให้รอบด้าน ทั้งวิถีชีวิต ชุมชน อาชีพ เกษตรกรรม-ประมงพื้นบ้าน แนะ หาแนวทางป้องกันแก้ไขอย่างเปิดกว้าง เสรี

วันนี้ (5 มิ.ย. 69) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงข่าวประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 20/2569 โดยระบุถึงประเด็นการตรวจสอบโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จ.พัทลุง

จุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการ กสม. เปิดเผยว่า เมื่อเดือน เม.ย. 2568 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนเครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จ.พัทลุง ที่ระบุว่า พื้นที่ลุ่มน้ำคลองท่าแนะ อ.ศรีบรรพต อ.ควนขนุน อ.ศรีนครินทร์ และ อ.เมืองพัทลุง ประสบปัญหาน้ำแล้งในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน พ.ย. 2567 ประชาชนได้รับทราบว่ากรมชลประทานซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง มีแผนงานโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำคลองท่าแนะ

โดยจะขุดลอกคลองธรรมชาติเดิมและขุดคลองใหม่ขนาบข้างอ่างเก็บน้ำ ความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ผู้ร้องมองว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมได้จริง ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และอาจส่งผลเสียหายต่อวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ตรวจสอบ

จุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการ กสม.

จุมพล ระบุว่า กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วรับฟังได้ ว่า กรมชลประทานมีแผนงานโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและน้ำแล้งในพื้นที่ ด้วยการก่อสร้างคลองระบายน้ำใหม่ขนาบข้างประตูระบายน้ำคลองท่าแนะทั้งด้านซ้ายและขวา และขุดลอกขยายขนาดคลองธรรมชาติเดิม

กรมชลประทานตรวจสอบแล้วเห็นว่า พื้นที่ก่อสร้างไม่อยู่ในเขตป่าไม้ จึงไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่ได้ศึกษาความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และจัดเวทีประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2561 ทั้งนี้เมื่อ เม.ย.2569 กรมชลประทานอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ จึงยังไม่ได้ก่อสร้างใด ๆ ในพื้นที่

ขณะที่ ผู้ร้อง ประชาชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลสอดคล้องกัน ว่า กรมชลประทานมีแผนดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ แต่ไม่ทราบรายละเอียดของโครงการ ทำให้เกิดความห่วงกังวลต่อผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับการใช้ที่ดิน การใช้น้ำ การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงพื้นบ้าน รวมทั้งวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมชลประทานยังไม่ได้ชี้แจงข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการก่อสร้างและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ นอกจากนี้การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพียง 2 ครั้ง ยังมุ่งเน้นเฉพาะประชาชนในพื้นที่โครงการ ไม่ครอบคลุมประชาชนที่จะได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่ปลายน้ำ โดยผู้ถูกร้องให้เหตุผลว่าเนื่องจากการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมที่ผ่านมาเป็นเพียงการรับฟังความเห็นเบื้องต้นภายใต้ขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนการรับฟังความเห็นตามที่กฎหมายบัญญัติ

กสม.พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้กรมชลประทานจะชี้แจงว่ากระบวนการที่ผ่านมาเป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น แต่ในฐานะหน่วยงานของรัฐไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ต่อสิทธิมนุษยชนได้ เนื่องจากกระบวนการมีส่วนร่วมในขั้นตอนศึกษาความเหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำไปสู่การพิจารณาออกแบบสิ่งก่อสร้าง การใช้ที่ดิน การแสวงหามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ รวมทั้งการอนุมัติและอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งประชาชนควรได้รับสิทธิการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (meaningful participation) โดยได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน โปร่งใส และเข้าใจง่าย เพื่อสะท้อนความประสงค์และข้อห่วงกังวลในบริบทชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเปิดกว้างและเสรี

นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรมชลประทานมีแผนปรับปรุงพื้นที่ปลายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำที่จะเกิดขึ้น จึงอาจส่งผลให้เป็นการย้ายปัญหาน้ำท่วมจากพื้นที่ต้นน้ำไปสร้างปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงที่การระบายน้ำลงสู่ทะเลหยุดชะงัก อีกทั้งยังไม่ได้มีการสำรวจศึกษาและประเมินผลกระทบด้านอื่น เช่น วิถีชีวิตชุมชน การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงพื้นบ้าน ผลกระทบต่อการใช้ที่ดินและวิธีการเข้าถึงน้ำ โดยที่โครงการดังกล่าวเป็นการจัดทำบริการสาธารณะที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง จึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจนละเลยสิทธิเกี่ยวกับน้ำของประชาชน ด้วยเหตุนี้ จึงรับฟังได้ว่า การดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะของกรมชลประทานโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และอาจส่งผลเสียหายต่อวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อมเกินสมควร สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน

กสม. จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังกรมชลประทานว่า ให้จัดกระบวนการมีส่วนร่วมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 โดยมีมาตรการให้ประชาชนและชุมชนที่จะได้รับผลกระทบได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้านและสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึง มีหนังสือเชิญไปยังบ้านของประชาชนตามทะเบียนบ้านทั้งหมดที่จะได้รับผลกระทบ ให้สิทธิมีส่วนร่วมต่อการพิจารณาตัดสินใจในโครงการ หรือร่วมแสวงหามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบอย่างเปิดกว้างและเสรี รวมทั้งให้นำผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาทบทวนความเหมาะสมและความจำเป็นของโครงการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ผู้สมัคร ส.ก. อิสระ มาจากไหน ?

46 นาทีที่แล้ว

ราคาน้ำมัน 6 มิ.ย.69 ลดดีเซล-เบนซิน-โซฮอล์ 70 สต. พรีเมียมดีเซลลง 1 บาท

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...