โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พรีวิวงบ “แบงก์” ครึ่งปีแรกกวาดกำไร 1.14 แสนล้าน KKP โตสุด 35%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ค. เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ปิดงบการเงินไตรมาส 2/2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ถือเป็นกลุ่มแรกที่เตรียมเปิดเผยผลประกอบการ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มนำร่องที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางการขยายตัวของสินเชื่อในประเทศ

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ประเมินว่า กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งKBANK,BBL, KTB , KKP , TTB, SCB และ TISCO ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 5.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 1.14 แสนล้านบาท เติบโต 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

โดยภาพรวมผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมที่กลับมาเติบโต อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับรายธนาคาร KGI ประเมินว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และพุ่งแรงถึง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนให้ผลงานครึ่งปีแรกโตเด่น 11.8% ที่ระดับ 2.94 หมื่นล้านบาท จากอานิสงส์สินเชื่อและค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัว ประกอบกับมีกำไรพิเศษเข้ามาช่วยหนุนในไตรมาส 1

ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท เติบโต 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะหดตัวลง 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสะสมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.24 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้าน บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาสนี้จะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านบาท ฟื้นตัวในระยะสั้นโดดเด่นสุดในกลุ่มถึง 15.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูงในไตรมาส 2/2568 และได้รับผลกระทบจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงอย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ที่เผชิญปัจจัยกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเช่นกัน โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 1.11 หมื่นล้านบาท ทรงตัวที่ 0.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และชะลอตัวลง 5.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ส่วนธนาคารขนาดกลางและเล็กพบว่า ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ขึ้นแท่นเป็นดาวเด่นที่มีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงที่สุดในกลุ่ม โดยคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 จะพุ่งแรงถึง 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 1.91 พันล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรงวดครึ่งปีแรกก้าวกระโดดถึง 56.5% มาอยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท จากรายได้ที่ขยายตัวได้ดีแม้มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น

ด้าน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ผลงานยังคงเติบโตอย่างสม่ำเสมอ คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 5.54 พันล้านบาท เติบโต 7.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนโดยต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อที่ปรับตัวลดลงและรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง

ปิดท้ายด้วย บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO คาดว่ากำไรสุทธิจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.90 พันล้านบาท เติบโต 9.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อนั้น เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนใน KBANK, BBL และ SCB โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า KBANK มีการขยายตัวของสินเชื่อเพิ่มขึ้น 2% นับตั้งแต่ต้นไตรมาส และบวก 3% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ BBL, SCB และ TTB ในขณะที่ KTB ยังคงกลยุทธ์นำสภาพคล่องส่วนเกินไปพักไว้ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าภาระค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญจะผ่อนคลายความตึงเครียดลงสำหรับ KBANK, TTB, KTB และ KKP เนื่องจากมีการตั้งสำรองล่วงหน้าไปแล้วในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่า BBL จะเป็นเพียงแห่งเดียวที่อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วน TISCO และ SCB คาดว่าระดับการตั้งสำรองจะยังคงทรงตัว จากปัจจัยพื้นฐานดังกล่าว ฝ่ายวิจัยจึงคัดเลือก KBANK, BBL, KTB และ KKP ให้เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...