โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอาจริง!! ปรับ 7 ล้าน บริษัทเอกชน ข้อมูลลูกค้ากว่าแสนรายหลุดถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ส.ค. 2567 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 07.20 น. • The Bangkok Insight

สคส. เอาจริง สั่งปรับบริษัทเอกชน 7 ล้านบาท หลังปล่อยข้อมูลลูกค้ากว่าแสนราย รั่วไหลถึงมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายให้ประชาชน

พล.อ.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้สั่งปรับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นจำนวน 7 ล้านบาท เนื่องจากได้ปล่อยให้มีการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก และข้อมูลเหล่านั้นได้ถูกส่งผ่านไปแก๊งคอลเซนเตอร์ สร้างความเสียหายให้ประชาชน

ข้อมูลลูกค้า

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวมีประชาชนที่ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า 1 แสนราย แต่มีผู้ที่มาร้องเรียนจริง 21 ราย โดยบริษัทแห่งนี้ได้กระทำความผิดมาตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งสามารถสรุปประเด็นความผิดได้เป็น 3 เรื่อง ดังนี้

1. บริษัทที่ถูกร้องเรียนได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจำนวนมากกว่า 1 แสนราย และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด จึงทำให้เกิดข้อมูลรั่วไหล

นอกจากนี้ ยังไม่สามารถเยียวยา แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ซึ่งขัดต่อมาตรา 41 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ลงโทษปรับ 1 ล้านบาท

2. บริษัทที่ถูกร้องเรียน ไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ตามที่พ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 กำหนด ทำให้ข้อมูลรั่วไหลจากบริษัทดังกล่าวไปยังกลุ่มมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซนเตอร์ และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ขัดต่อมาตรา 37 (1) แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ลงโทษปรับ 3 ล้านบาท

3. เมื่อเกิดเหตุข้อขัดข้อง และการร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน 21 ราย บริษัทกลับเพิกเฉย ไม่ดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุให้สคส. ล่าช้า ทำให้ไม่สามารถเยียวยาได้ เป็นความผิดตามมาตรา 37 (4) พ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ลงโทษปรับ 3 ล้านบาท

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า สคส. ได้ตักเตือน และแจ้งไปยังบริษัทดังกล่าวแล้ว แต่กลับไม่มีการปฏิบัติตาม จนกระทั่งมีผู้เสียหายจำนวนมาก

หลังจากที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะที่ 2 ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลแล้ว เห็นว่ามีองค์ประกอบหลายอย่าง นอกจากไม่ปฎิบัติตามพ.ร.บ.แล้ว ยังไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ DPO และไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้ สคส. ทราบภายในเวลาที่กำหนด

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะที่ 2 จึงได้พิจารณา และมีคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองบริษัทดังกล่าว ในอัตราสูงสุดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7 ล้านบาท

ที่สำคัญ ยังถือเป็นครั้งแรกที่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งผลจากการดำเนินในครั้งนี้หวังว่าจะสร้างความตื่นตัวให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ในเรื่องการเคร่งครัด และปฏิบัติตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากมีข้อมูลส่วนบุคคลเก็บไว้ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย และหากหน่วยงานใดมีข้อมูลจำนวนมากเกิน 1 แสนราย และได้นำข้อมูลมาใช้ประกอบกิจการ จำเป็นต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ DPO และมาตรการรักษาความปลอดภัย ระวังเรื่องข้อมูลรั่วไหล

ทั้งนี้ หากเกิดข้อมูลรั่วไหลต้องแจ้งสคส. ภายใน 72 ชั่วโมง หรือภายใน 15 วัน และถ้าข้อมูลที่รั่วไหลนั้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก็ต้องแจ้งประชาชนด้วย

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบมีปัญหาข้อมูลหลุดจากหน่วยงานภาครัฐค่อนข้างเยอะ ปัจจุบัน มีร้องเรียนเรื่องข้อมูลรั่วไหลกว่า 4,000 เรื่อง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ดำเนินการปรับ และเรื่องอื่น ๆ ก็จะดำเนินการตามมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...