ผู้ช่วยประชุม AI ปากไวถ้าใช้ไม่ระวัง
Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
Instagram : @sueching
Facebook.com/JitsupaChin
ผู้ช่วยประชุม AI
ปากไวถ้าใช้ไม่ระวัง
ผู้ช่วย AI เมื่อถูกจับไปอยู่ถูกที่ถูกทางก็อาจจะทำให้เกิดคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ที่ใช้งานมันเป็นอย่างมาก แต่หลายๆ ครั้งมันก็ทำเกินหน้าที่จนอาจจะนำไปสู่ความบรรลัยได้เหมือนกัน
Gen AI มีความสามารถที่เก่งกาจในเรื่องการจับใจความและสรุปออกมาให้ผู้ใช้งานได้อ่านภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ตกหล่นใจความสำคัญ ดังนั้นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานผู้ช่วย AI ก็คือในการประชุมออนไลน์ซึ่ง AI สามารถช่วยฟัง จดบันทึก สรุป ไฮไลต์ประเด็นสำคัญ และติดตามงานต่อหลังการประชุมได้แบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้เลขาฯ เข้าไปนั่งฟังนั่งจดอีกต่อไป
เว็บไซต์ Harvard Business Review ระบุว่าทุกวันนี้ผู้บริหารใช้เวลาทำงานไปกับการประชุมเฉลี่ยแล้วเกือบ 23 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยนับเฉพาะการประชุมที่ถูกจดบันทึกลงไปในตารางงานเท่านั้น ยังไม่นับการประชุมด่วนหรือประชุมแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาก่อน
เมื่อต้องเข้าประชุมเยอะๆ บ่อยๆ ก็ทำให้ผู้บริหารจำนวนมากรู้สึกว่าไม่ได้ใช้เวลาในการประชุมได้เกิดประโยชน์ที่สุด หลายๆ ครั้งก็พลาดเนื้อหาสำคัญในการประชุมไป
ดังนั้น เทคโนโลยีอย่างผู้ช่วย AI ที่จะคอยช่วยจับใจความสำคัญในการประชุมให้จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ออฟฟิศสมัยใหม่ขาดไม่ได้
ทุกวันนี้มีตัวเลือกของผู้ช่วย AI ที่ใช้ในการประชุมออนไลน์มากมาย บางอย่างก็ฝังมาควบคู่กับแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์อยู่แล้ว อย่างเช่น Zoom, Microsoft Teams หรือ Google Meet ที่เพิ่มบริการ AI มาให้กับการสมัครสมาชิก ในขณะที่อีกหลายบริการเป็นบริการที่สามารถซื้อเพิ่มเพื่อนำมาใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์มการประชุมและอาจจะมาพร้อมความสามารถที่เหนือกว่าอย่างการวิเคราะห์บทสนทนา หรือการเก็บบันทึกโน้ตการประชุมไว้ในที่เดียวไม่ว่าจะประชุมบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม
บริการ AI เข้าประชุมแต่ละเจ้าก็จะมีจุดเด่นจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป บางเจ้าเก่งเรื่องการจดบันทึก จดได้ละเอียด ระบุได้หมดว่าช่วงเวลาสำคัญของการประชุมอยู่ตรงไหน
บางเจ้าเก่งเรื่องการจับอารมณ์ บอกได้ว่าช่วงไหนผู้เข้าร่วมประชุมเกิดบรรยากาศด้านบวกหรือด้านลบ หรือบางเจ้าเก่งเรื่องการเก็บข้อมูลว่าผู้เข้าร่วมประชุมใครพูดเยอะ พูดน้อย ช่วงไหนบ้าง เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมทีมฝ่ายขายเพื่อให้มีสัดส่วนการพูดและการฟังที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขายที่มีประสิทธิภาพ
อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็อาจจะคิดว่าผู้ช่วย AI ที่เข้าประชุมพร้อมกับเราก็ดูเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์สุดสุด และไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร แต่ปรากฏว่ามันเองก็สร้างเรื่องมาแล้วไม่น้อย
ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ได้จัดการการตั้งค่าให้รัดกุมเหมาะสมตั้งแต่แรกก็อาจจะเจอเหตุการณ์แบบที่ผู้ชายคนหนึ่งออกมาแฉผ่าน X เมื่อเร็วๆ นี้
เว็บไซต์ Fortune รายงานว่า Alex Bilzerian นักวิจัยและวิศวกรคนหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ว่าเขาเข้าประชุมบนแพลตฟอร์ม Zoom โดยมีการใช้บริการผู้ช่วย AI ยอดนิยม อย่าง Otter.ai มาช่วยบันทึกการประชุมด้วย
เมื่อการประชุมจบ เขาก็ได้รับอีเมลบันทึกการประชุมที่มีการจดเอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งก็ดูไม่น่าจะกลายเป็นประเด็นดราม่าอะไรได้ แต่บันทึกการประชุมที่เขาได้รับนั้นกลับเป็นบันทึกตั้งแต่ต้นจนจบการประชุม ซึ่งรวมถึงเนื้อหาการประชุมที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขากดออกจากห้องประชุมมาแล้ว
ที่แย่สุดสุด ก็คือข้อมูลความลับที่คนที่เหลืออยู่คุยกันดันไปเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การบริหารที่ผิดพลาดและตัวเลขที่ผ่านการดัดแปลงมาแล้วซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่เขาไม่ควรได้รับรู้ ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกดีลที่จะทำธุรกิจร่วมกัน แม้ว่าฝ่ายนั้นจะขอโทษขอโพยอย่างหนักก็ตาม
คนที่ประชุมออนไลน์อยู่เรื่อยๆ ก็คงจะคุ้นเคยกับวิธีปฏิบัติที่จะมีคนส่วนหนึ่งออกจากห้องประชุมไปก่อนและมีอีกส่วนที่อยู่ต่อเพื่อพูดคุยรายละเอียดกัน เมื่อเราเห็นว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุมไปแล้วก็จะเริ่มคุยรายละเอียดที่มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นโดยลืมนึกไปว่ายังคงมีหูมีตาหลงเหลืออยู่ในห้องประชุม
ผู้ช่วย AI ไม่ได้แค่นำความลับทางธุรกิจไปบอกคนที่ไม่ควรได้รู้เท่านั้น แต่หลายๆ ครั้งก็ยังทำให้เพื่อนร่วมงานแตกคอกันเองเพราะได้มาอ่านสรุปภายหลังว่ามีการพูดถึงหรือนินทาตัวเองลับหลังด้วย
ยิ่งเป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวที่หลุดไม่ได้อย่างในแวดวงสาธารณสุขที่ต้องมีการพูดถึงข้อมูลของผู้ป่วย การใช้เครื่องมือ AI เข้าไปช่วยก็อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ร้ายแรงได้
ประเด็นเรื่องการสูญเสียความเป็นส่วนตัวของข้อมูลแลกกับการใช้งานเครื่องมือเพื่อความสะดวกสบายนั้นอยู่คู่กับเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัวมาโดยตลอด อันที่จริงแล้วกรณีนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการตั้งค่าให้รัดกุมตั้งแต่แรก บริการผู้ช่วยส่วนตัว AI มักจะมีการแจ้งเตือนผู้ร่วมประชุมทุกคนอยู่แล้วว่าตัวมันเองอยู่ในห้องประชุมด้วย แต่เนื่องจากนี่เป็นสิ่งใหม่ที่เราอาจจะยังไม่คุ้นเคยกันจึงมีแนวโน้มสูงที่จะลืมสังเกตว่าแม้ผู้เข้าประชุมจะออกจากห้องไปแล้วแต่ AI ยังคงอยู่
ทางฝั่งผู้ใช้งานต้องระมัดระวังในการใช้ให้มากขึ้น
ฝั่งผู้พัฒนาเองก็ต้องเพิ่มฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวด้วยเหมือนกัน อย่าง Copilot ของ Microsoft ก็มีการเพิ่มความปลอดภัยขึ้นมาอีกชั้นด้วยการตั้งเงื่อนไขว่าคนที่จะได้รับสรุปการประชุมจะต้องอยู่ในที่ประชุมด้วยเท่านั้น
หรือผู้จัดการประชุมจะต้องอนุมัติการแชร์บันทึกการประชุมเป็นรายครั้งไป นอกจากนี้ก็ยังตั้งค่าเพิ่มได้ด้วยว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนจะต้องกดอนุญาตให้สามารถบันทึกและจดการประชุมได้เท่านั้น ใครไม่กด คนนั้นจะเปิดกล้องเปิดไมโครโฟนไม่ได้เลย
มีคนให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าเนื่องจากนี่เป็นเทคโนโลยีที่ยังค่อนข้างใหม่ ตัวมันเองอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ และตัวเราเองก็อาจจะยังเข้าใจมันไม่ดีเพียงพอ ดังนั้นให้มองว่าผู้ช่วยส่วนตัว AI ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยกันก็เป็นเหมือนเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มงาน อาจจะเงอะๆ งะๆ ทำผิดทำถูก ทำขาดทำเกินไปได้
ดังนั้น อะไรที่เรายังไม่ไว้ใจมอบหมายให้เด็กจบใหม่ทำโดยไม่ผ่านตาเราก่อน ก็อย่าเพิ่งไว้ใจให้ผู้ช่วย AI ทำเหมือนกัน
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ช่วยประชุม AI ปากไวถ้าใช้ไม่ระวัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com