โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ช่วยประชุม AI ปากไวถ้าใช้ไม่ระวัง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 02.21 น.

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

Instagram : @sueching

Facebook.com/JitsupaChin

ผู้ช่วยประชุม AI

ปากไวถ้าใช้ไม่ระวัง

ผู้ช่วย AI เมื่อถูกจับไปอยู่ถูกที่ถูกทางก็อาจจะทำให้เกิดคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ที่ใช้งานมันเป็นอย่างมาก แต่หลายๆ ครั้งมันก็ทำเกินหน้าที่จนอาจจะนำไปสู่ความบรรลัยได้เหมือนกัน

Gen AI มีความสามารถที่เก่งกาจในเรื่องการจับใจความและสรุปออกมาให้ผู้ใช้งานได้อ่านภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ตกหล่นใจความสำคัญ ดังนั้นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานผู้ช่วย AI ก็คือในการประชุมออนไลน์ซึ่ง AI สามารถช่วยฟัง จดบันทึก สรุป ไฮไลต์ประเด็นสำคัญ และติดตามงานต่อหลังการประชุมได้แบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้เลขาฯ เข้าไปนั่งฟังนั่งจดอีกต่อไป

เว็บไซต์ Harvard Business Review ระบุว่าทุกวันนี้ผู้บริหารใช้เวลาทำงานไปกับการประชุมเฉลี่ยแล้วเกือบ 23 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยนับเฉพาะการประชุมที่ถูกจดบันทึกลงไปในตารางงานเท่านั้น ยังไม่นับการประชุมด่วนหรือประชุมแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาก่อน

เมื่อต้องเข้าประชุมเยอะๆ บ่อยๆ ก็ทำให้ผู้บริหารจำนวนมากรู้สึกว่าไม่ได้ใช้เวลาในการประชุมได้เกิดประโยชน์ที่สุด หลายๆ ครั้งก็พลาดเนื้อหาสำคัญในการประชุมไป

ดังนั้น เทคโนโลยีอย่างผู้ช่วย AI ที่จะคอยช่วยจับใจความสำคัญในการประชุมให้จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ออฟฟิศสมัยใหม่ขาดไม่ได้

ทุกวันนี้มีตัวเลือกของผู้ช่วย AI ที่ใช้ในการประชุมออนไลน์มากมาย บางอย่างก็ฝังมาควบคู่กับแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์อยู่แล้ว อย่างเช่น Zoom, Microsoft Teams หรือ Google Meet ที่เพิ่มบริการ AI มาให้กับการสมัครสมาชิก ในขณะที่อีกหลายบริการเป็นบริการที่สามารถซื้อเพิ่มเพื่อนำมาใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์มการประชุมและอาจจะมาพร้อมความสามารถที่เหนือกว่าอย่างการวิเคราะห์บทสนทนา หรือการเก็บบันทึกโน้ตการประชุมไว้ในที่เดียวไม่ว่าจะประชุมบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม

บริการ AI เข้าประชุมแต่ละเจ้าก็จะมีจุดเด่นจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป บางเจ้าเก่งเรื่องการจดบันทึก จดได้ละเอียด ระบุได้หมดว่าช่วงเวลาสำคัญของการประชุมอยู่ตรงไหน

บางเจ้าเก่งเรื่องการจับอารมณ์ บอกได้ว่าช่วงไหนผู้เข้าร่วมประชุมเกิดบรรยากาศด้านบวกหรือด้านลบ หรือบางเจ้าเก่งเรื่องการเก็บข้อมูลว่าผู้เข้าร่วมประชุมใครพูดเยอะ พูดน้อย ช่วงไหนบ้าง เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมทีมฝ่ายขายเพื่อให้มีสัดส่วนการพูดและการฟังที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขายที่มีประสิทธิภาพ

อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็อาจจะคิดว่าผู้ช่วย AI ที่เข้าประชุมพร้อมกับเราก็ดูเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์สุดสุด และไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร แต่ปรากฏว่ามันเองก็สร้างเรื่องมาแล้วไม่น้อย

ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ได้จัดการการตั้งค่าให้รัดกุมเหมาะสมตั้งแต่แรกก็อาจจะเจอเหตุการณ์แบบที่ผู้ชายคนหนึ่งออกมาแฉผ่าน X เมื่อเร็วๆ นี้

เว็บไซต์ Fortune รายงานว่า Alex Bilzerian นักวิจัยและวิศวกรคนหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ว่าเขาเข้าประชุมบนแพลตฟอร์ม Zoom โดยมีการใช้บริการผู้ช่วย AI ยอดนิยม อย่าง Otter.ai มาช่วยบันทึกการประชุมด้วย

เมื่อการประชุมจบ เขาก็ได้รับอีเมลบันทึกการประชุมที่มีการจดเอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งก็ดูไม่น่าจะกลายเป็นประเด็นดราม่าอะไรได้ แต่บันทึกการประชุมที่เขาได้รับนั้นกลับเป็นบันทึกตั้งแต่ต้นจนจบการประชุม ซึ่งรวมถึงเนื้อหาการประชุมที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขากดออกจากห้องประชุมมาแล้ว

ที่แย่สุดสุด ก็คือข้อมูลความลับที่คนที่เหลืออยู่คุยกันดันไปเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การบริหารที่ผิดพลาดและตัวเลขที่ผ่านการดัดแปลงมาแล้วซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่เขาไม่ควรได้รับรู้ ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกดีลที่จะทำธุรกิจร่วมกัน แม้ว่าฝ่ายนั้นจะขอโทษขอโพยอย่างหนักก็ตาม

คนที่ประชุมออนไลน์อยู่เรื่อยๆ ก็คงจะคุ้นเคยกับวิธีปฏิบัติที่จะมีคนส่วนหนึ่งออกจากห้องประชุมไปก่อนและมีอีกส่วนที่อยู่ต่อเพื่อพูดคุยรายละเอียดกัน เมื่อเราเห็นว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุมไปแล้วก็จะเริ่มคุยรายละเอียดที่มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นโดยลืมนึกไปว่ายังคงมีหูมีตาหลงเหลืออยู่ในห้องประชุม

ผู้ช่วย AI ไม่ได้แค่นำความลับทางธุรกิจไปบอกคนที่ไม่ควรได้รู้เท่านั้น แต่หลายๆ ครั้งก็ยังทำให้เพื่อนร่วมงานแตกคอกันเองเพราะได้มาอ่านสรุปภายหลังว่ามีการพูดถึงหรือนินทาตัวเองลับหลังด้วย

ยิ่งเป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวที่หลุดไม่ได้อย่างในแวดวงสาธารณสุขที่ต้องมีการพูดถึงข้อมูลของผู้ป่วย การใช้เครื่องมือ AI เข้าไปช่วยก็อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ร้ายแรงได้

ประเด็นเรื่องการสูญเสียความเป็นส่วนตัวของข้อมูลแลกกับการใช้งานเครื่องมือเพื่อความสะดวกสบายนั้นอยู่คู่กับเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัวมาโดยตลอด อันที่จริงแล้วกรณีนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการตั้งค่าให้รัดกุมตั้งแต่แรก บริการผู้ช่วยส่วนตัว AI มักจะมีการแจ้งเตือนผู้ร่วมประชุมทุกคนอยู่แล้วว่าตัวมันเองอยู่ในห้องประชุมด้วย แต่เนื่องจากนี่เป็นสิ่งใหม่ที่เราอาจจะยังไม่คุ้นเคยกันจึงมีแนวโน้มสูงที่จะลืมสังเกตว่าแม้ผู้เข้าประชุมจะออกจากห้องไปแล้วแต่ AI ยังคงอยู่

ทางฝั่งผู้ใช้งานต้องระมัดระวังในการใช้ให้มากขึ้น

ฝั่งผู้พัฒนาเองก็ต้องเพิ่มฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวด้วยเหมือนกัน อย่าง Copilot ของ Microsoft ก็มีการเพิ่มความปลอดภัยขึ้นมาอีกชั้นด้วยการตั้งเงื่อนไขว่าคนที่จะได้รับสรุปการประชุมจะต้องอยู่ในที่ประชุมด้วยเท่านั้น

หรือผู้จัดการประชุมจะต้องอนุมัติการแชร์บันทึกการประชุมเป็นรายครั้งไป นอกจากนี้ก็ยังตั้งค่าเพิ่มได้ด้วยว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนจะต้องกดอนุญาตให้สามารถบันทึกและจดการประชุมได้เท่านั้น ใครไม่กด คนนั้นจะเปิดกล้องเปิดไมโครโฟนไม่ได้เลย

มีคนให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าเนื่องจากนี่เป็นเทคโนโลยีที่ยังค่อนข้างใหม่ ตัวมันเองอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ และตัวเราเองก็อาจจะยังเข้าใจมันไม่ดีเพียงพอ ดังนั้นให้มองว่าผู้ช่วยส่วนตัว AI ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยกันก็เป็นเหมือนเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มงาน อาจจะเงอะๆ งะๆ ทำผิดทำถูก ทำขาดทำเกินไปได้

ดังนั้น อะไรที่เรายังไม่ไว้ใจมอบหมายให้เด็กจบใหม่ทำโดยไม่ผ่านตาเราก่อน ก็อย่าเพิ่งไว้ใจให้ผู้ช่วย AI ทำเหมือนกัน

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ช่วยประชุม AI ปากไวถ้าใช้ไม่ระวัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...