โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SMART ชี้อิฐมวลเบาประเภทตกแต่งมาร์จิ้นดีมั่นใจปี 63 รายได้รวมแตะ 480 ล้านบาท  

Wealthy Thai

อัพเดต 07 ส.ค. 2563 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2563 เวลา 05.44 น. • wealthythai
นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาในประเทศครึ่งปีหลัง มีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรก และคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2563 จะมีรายได้ 470-480 ล้านบาท เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 5% จากปี 2562 มีรายได้ 466.82 ล้านบาท และรักษาความสามารถอัตราการทำกำไรสุทธิที่ระดับ 10% ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผลักดันให้เกิดการลงทุนก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน โครงการเมกะโปรเจคขนาดใหญ่ของภาครัฐ อาทิ โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาในประเทศครึ่งปีหลัง มีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรก และคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2563 จะมีรายได้ 470-480 ล้านบาท เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 5% จากปี 2562 มีรายได้ 466.82 ล้านบาท และรักษาความสามารถอัตราการทำกำไรสุทธิที่ระดับ 10% ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผลักดันให้เกิดการลงทุนก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน โครงการเมกะโปรเจคขนาดใหญ่ของภาครัฐ อาทิ โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

 

ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์น่าจะปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น นโยบายลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น มีความต้องการที่อยู่อาศัย และกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญ ในการใช้วัสดุอิฐมวลเบาที่ได้มาตรฐาน และประหยัดพลังงาน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการใช้งานและความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบา ปรับตัวดีขึ้น และราคาจำหน่ายอิฐมวลเบาปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

 

สำหรับการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ ผลักดันสินค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลายมากขึ้น อาทิ โมเดิร์นเทรด ห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และเพิ่มตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง จึงสามารถกระจายสินค้าเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วประเทศ พร้อมกับการทำการตลาดเชิงรุก แนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จักรวมถึงการขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

 

อีกทั้งมุ่งเน้นการทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ "อิฐมวลเบาประเภทตกแต่ง" ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ O2O (Online to Offline ) กระตุ้นการสร้างยอดขายให้เติบโต และสร้างการรับรู้กับลูกค้าในวงกว้าง ผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีและมีคำสั่งซื้อจากโครงการในภาคตะวันออก กลุ่มลูกค้าสถาปนิก และผู้รับเหมารายย่อยมากขึ้น

 

โดย "อิฐมวลเบาประเภทตกแต่ง" มีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าอิฐมวลเบาประมาณ 10% โดยช่วงครึ่งแรกปี 2563 มีอัตราการเติบโตสูงถึงระดับ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าปี 2563 จะมีการเติบโตประมาณ 40% จากปี 2562 ประกอบกับคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 7% จากปี 2562 อยู่ที่ราว 5%โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรานำสินค้าดังกล่าวเข้าไปจำหน่ายในเมกาโฮม เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส 3 หรือ ต้นไตรมาส 4/2563

 

สำหรับการขยายตลาดกลุ่มประเทศ CLMV บริษัทส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศกัมพูชาและสปป.ลาว เพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีและมีออเดอร์สั่งซื้อสินค้าต่อเนื่องจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศดังกล่าวโดยบริษัทยังคงเดินหน้าเจรจาหาพันธมิตรเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 98% แบ่งเป็นงานภาครัฐ 60% ภาคเอกชน 40% และสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 2%

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...