Microsoft Edge เพิ่มตัวเลือกปิดกั้นแอปเดสก์ท็อปที่ไม่ต้องการ และอาจทำให้เครื่องทำงานหนัก
ตอนนี้เวอร์ชั่นอัปเดตล่าสุดของ Microsoft Edge สามารถที่จะบล็อก แอปเดสก์ท็อปได้แล้ว โดยส่วนมากแอปฯ เหล่านี้มักจะติดมากับซอฟต์แวร์ที่เราติดตั้ง รวมถึงการดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ หรือดาวน์โหลดจาก Microsoft Store
Microsoft Edge เวอร์ชั่นใหม่จะมีเมนูการตั้งค่าที่มาพร้อมกับตัวเลือก “Block Potentially Unwanted apps" ซึ่งทำงานร่วมกับ Microsoft Defender Smartscreen เพื่อตรวจจับและเตือนสิ่งที่ไมโครซอฟต์เรียกว่า PUAs หรือ แอปฯ ที่ไม่เป็นที่ต้องการ (Potentially Unwanted Apps) ที่เมื่อเราดาวน์โหลดแอปฯ พวกนี้จากเน็ตจะขึ้นแสดงดังภาพที่หน้าต่างดาวน์โหลด
โดยตัวเลือกนี้ คุณสามารถทำได้โดยการไปที่ Settings menu จากนั้นไปที่ Privacy and Services > Services > Block potentially unwanted apps. ซึ่งถ้ามีแอปฯ ไหนเข้าข่ายเป็น PUA คุณจะเห็นข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาดังภาพด้านล่าง จากนั้นคุณจะมีตัวเลือกให้ปฏิเสธแอปฯ หรือแจ้งให้ Microsoft ทราบว่าดาวน์โหลดได้ไม่เป็นไร ซึ่งหลังจากนั้นทีมงานจะรวบรวมเก็บไว้พิจารณาและนำไปประกาศในบล็อกของบริษัท
ขณะที่ข้อเสียของ PUAs ไม่ใช่แอปฯ ที่สร้างความเสียหายโดยตรงกับเครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนกับมัลแวร์ แต่จะแค่ทำให้เครื่องทำงานช้าลงเท่านั้น โดยไมโครซอฟต์ได้จัดหมวดหมู่ PUAs แบ่งเป็นประเภทเหมือนชนิดซอฟต์แวร์ ดังนี้
- ซอฟต์แวร์ Advertising พวกข้อความโฆษณาต่างๆ
- ซอฟต์แวร์ Torrent ใช้โหลดไฟล์
- ซอฟต์แวร์ Cryptomining ใช้ขุดพวกเหรียญบิทคอย
- ซอฟต์แวร์ Bundling ที่มักให้เราติดตั้งโปรแกรม ควบคู่กับซอฟต์แวร์ที่เราต้องการติดตั้งลงเครื่อง
- ซอฟต์แวร์ Marketing ที่แอบเก็บข้อมูลการใช้งานของเราไปทำวิจัย
- ซอฟต์แวร์ Evasion ที่พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจจับของโปรแกรม Security ต่างๆ
- ซอฟต์แวร์ ที่่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดี
นี่ถือเป็นทิศทางใหม่ในมาตรการป้องกันของ ไมโครซอฟต์ ที่แตกต่างออกไป เพราะโดยปกติไมโครซอฟต์จะเน้นไปที่การควบคุมมัลแวร์เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีแอปฯ มากมายให้โหลดใช้งานผ่าน Microsoft Store แต่ก็ยังมีบางแอปฯ ที่ต้องโหลดจากเว็บภายนอกซึ่งผู้ใช้ก็ต้องพึ่งพาแค่เฉพาะความน่าเชื่อถือของทางผู้พัฒนาเอง