โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เซียงเพียว เทเบิล สำรับแห่งความทรงจำถึงยาหม่องน้ำรูปอากง “เซียงเพียว”

Sarakadee Lite

อัพเดต 25 ต.ค. 2563 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 01.50 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

เมื่อยาหม่องน้ำรูปอากงในตำนานขยายเรื่องราวสู่ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นำการเดินทางบนเส้นทางธุรกิจของ บุญเจือ เอี่ยมพิกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เซียงเพียว หรือชื่อดั้งเดิมคือ เซียงเพียวอิ๊ว มาถ่ายทอดในรูปแบบ Chef’s Table พร้อมนำเสนอเมนูดินเนอร์ 7 คอร์สในชื่อ “สำรับแห่งความทรงจำ” ที่ เซียงเพียว เทเบิล (Siangpure Table) พิกัดร้าน Mint Café Express

ยาหม่องน้ำสีเหลืองอำพันบรรจุในขวดแก้วขนาดเล็กทรงสามเหลี่ยมยี่ห้อเซียงเพียวอิ๊ว วางจำหน่ายครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ.2501 จากนั้นบุญเจือได้ส่งไม้ต่อธุรกิจให้ลูกสาว สุวรรณา เอี่ยมพิกุล ซึ่งได้ขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดคนรุ่นใหม่ด้วยการสร้างแบรนด์ใหม่ชื่อ เป๊ปเปอร์มิ้นท์ฟิลด์ รวมทั้งได้รีแบรนด์ เซียงเพียวอิ๊ว มาเป็น เซียงเพียว เพื่อให้เรียกง่ายขึ้นและรองรับการขยายผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ๆ พร้อมการก่อตั้งร้านอาหาร Mint Café ซึ่งได้เปิดสาขา 2 ในชื่อMint Café Express ในซอยลาดพร้าว 80 เสิร์ฟทั้งอาหารไทยและอาหารตะวันตกแบบฟิวชัน

ด้วยความที่ Mint Café Express ตั้งอยู่ภายในพื้นที่บริษัทซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานของแบรนด์ สุวรรณาจึงเกิดไอเดียให้ เชฟศรายุทธ วัฒนากร สร้างสรรค์เมนูอาหาร เซียงเพียว เทเบิล (Siangpure Table) ในรูปแบบ Chef’s Table เป็นอาหาร 7 คอร์สสำหรับดินเนอร์ในชื่อ “สำรับแห่งความทรงจำ” โดยเชฟได้นำแรงบันดาลใจและโจทย์มาจากการก่อร่างสร้างแบรนด์ที่เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของบุญเจือโดยมี ธนาภรณ์ ธนโรจน์ประดิษฐ์ ผู้ซึ่งเป็นผู้ช่วยซีอีโอของบริษัทเป็นผู้ถ่ายทอดในรูปแบบหนังสือการ์ตูนชื่อ “บุรุษเบื้องหลังตำนานเซียงเพียว” ที่พิมพ์แจกจ่ายแก่พนักงานและลูกค้าของบริษัท

ถุงเงินถุงทอง

เมนูแรกใน สำรับแห่งความทรงจำ ชื่อ “โอกาสทอง” บอกเล่าเรื่องราวการอพยพเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล หนีความยากลำบากมาจากจีนของบิดาและมารดาของบุญเจือเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สยามในราว พ.ศ.2473 และเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความหวังและโอกาสในผืนแผ่นดินใหม่ เชฟศรายุทธจึงใช้แป้งเปาะเปี๊ยะทอดกรอบห่อเป็นรูปคล้ายถุงเงินถุงทองโดยแนะนำให้กินถุงทองก่อนที่ข้างในเป็นไส้หมูสับกับล็อบสเตอร์และผสมกับสามเกลอ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มบ๊วย ส่วนถุงเงินเป็นไส้เนื้อเป็ดบดห่อด้วยตับห่านกับสามเกลอ กินคู่กับน้ำจิ้มมะขาม

เมี่ยงสามปลา

จานต่อมาชื่อ “ป่าช้าล่าถอย” เป็นเมนูเมี่ยงสามปลาที่ประกอบด้วยปลาทูแม่กลองนึ่งปลาแซลมอนย่าง ปลาทูน่าซากุท็อปด้วยไข่ปลาคาเวียร์ กินคู่กับเส้นหมี่และคลุกเคล้าด้วยสมุนไพรหลายชนิดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและใบชะพลูสดสำหรับห่อ

จานนี้เชฟได้หยิบยกเรื่องราววัยเยาว์ของบุญเจือช่วงที่เขากับพี่ชายต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปซื้อปลาทูที่ตรอกจันทน์มาขายที่ตลาดวัดแขก ระหว่างทางต้องผ่านป่าช้าวัดดอนซึ่งตอนแรกทั้งคู่กลัวจนต้องวิ่งหนีแต่ภายหลังเอาชนะความกลัวได้ด้วยการเผชิญหน้าซึ่งกลายมาเป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตของบุญเจือว่าต้องกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตและจะฝ่าฟันไปได้ในที่สุด

พาสตากุ้งแม่น้ำย่าง

เมนูถัดมาเล่าเรื่องบุญเจือสมัยหนุ่มขณะทำงานที่ร้านขนมแถวท่าเตียน และเถ้าแก่ร้านทำข้าวต้มกุ้งจากกุ้งที่จับได้จำนวนมากให้ลูกจ้างกินกันทั้ง 3 มื้อทุกวันจนเบื่อ นี่จึงเป็นที่มาของเมนูชื่อ “กุ้งอดทน” ที่เชฟใช้กุ้งแม่น้ำย่างบนเตาถ่านเสิร์ฟเคียงมากับเส้นสปาเกตตีท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอนและน้ำจิ้มวาซาบิซีฟู้ด

ปลากะพงย่างพริกเชื่อม

วัตถุดิบสำคัญของจานต่อมาคือ พริก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นความรักของบุญเจือกับภรรยา สุชาดา ซึ่งทั้งคู่พบกันครั้งแรกที่ร้านขายพริกของพี่สาวของสุชาดา จนทำให้บุญเจือกลายเป็นขาประจำของร้าน เชฟเรียกเมนูนี้ว่า “รักแรก แรกรัก” โดยใช้ปลากะพงย่างโรยด้วยพริกเชื่อมที่ลอกเม็ดพริกออกแล้วต้มถึง 4 ครั้งก่อนจะนำไปเชื่อมน้ำตาลเพื่อลดความเผ็ดลง และเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างราตาตูย

สะเต๊ะหมูกรุ่นกาแฟ

ร้านกาแฟที่บิดาของบุญเจือเปิดหาเลี้ยงชีพสมาชิก 9 คนของครอบครัวในตรอกพิกุลเป็นสถานที่ๆทำให้เด็กชายบุญเจือได้พบกับซินแสถัง เจ้าของสูตรสมุนไพรยาครอบจักรวาลที่เขานำมาพัฒนาต่อยอดเป็นยาหม่องน้ำ ได้นำมาถ่ายทอดผ่านเมนูชื่อ “กาแฟ 9 ชีวิต” โดยใช้หมูสันนอกหมักด้วยเครื่องสะเต๊ะและกาแฟราดด้วยซอสถั่วลิสงและตัดเลี่ยนด้วยอาจาดหัวหอม

สเต็กอกเป็ดซอสน้ำผึ้ง

อาหารคาวจานสุดท้ายในสำรับ เซียงเพียว เทเบิล ชื่อ “เป็ดรวยเพื่อน” เล่าถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บุญเจือทำงานเก็บลูกเทนนิสให้ทหารอเมริกันที่เข้ามาในไทยตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เพื่อแลกกับทิปแล้วนำเงินไปซื้อเป็ดย่างมากินกับเพื่อนๆ ในจานนี้เชฟนำอกเป็ดไปซูวีที่ 78 องศา เป็นเวลา 3 ชั่วโมง และมีส่วนผสมของอบเชยและกานพลูที่เป็นสมุนไพรหลักในการผลิตยาหม่องน้ำด้วย อกเป็ดเสิร์ฟเคียงมากับผักสดและซอสลูกเกดน้ำผึ้งผสมวอดกา

กล้วยหอมเชื่อมกับไอศกรีมกะทิ

ตบท้ายด้วยของหวานในชื่อ “บานาน่าบอย” เป็นกล้วยหอมเชื่อมโรยเกล็ดน้ำตาลแล้วนำมาเบิร์นไฟจนกลายเป็นคาราเมล เสิร์ฟคู่กับขนมตุ้บตั้บ ไอศกรีมกะทิมะม่วงสุกและสตรอว์เบอร์รีแช่น้ำเชื่อมรสมินต์ เมนูนี้เป็นความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 และญี่ปุ่นแพ้สงครามทำให้ทหารญี่ปุ่นถูกกักกันในค่ายเชลย พวกเขาจึงมักเรียกใช้เด็กชายบุญเจือที่อยู่ใกล้ๆแถวค่ายให้ไปซื้อขนมตุ้บตั้บและกล้วยหอมมาให้อยู่บ่อยๆ

เรียกว่าจบคอร์สแบบสวยงาม ที่ทำให้เราเห็นตำนานของแบรนด์เซียงเพียวได้โดยไม่ต้องเปิดตำราอ่านหนังสือ กินเสร็จแล้วอยากจะหายาหม่องน้ำรูปอากงมาใส่ในกระเป๋าสักขวดเลยทีเดียว

Fact File

  • เซียงเพียว เทเบิล “สำรับแห่งความทรงจำ” ให้บริการในรูปแบบ Chef’s Table สำหรับดินเนอร์โดยรองรับขั้นต่ำ 6 ที่นั่ง และสูงสุด 12 ที่นั่งต่อคืน ในราคา 1,800++ บาทต่อคน หรือ 2,700++ บาทสำหรับจับคู่อาหารกับไวน์ ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์
  • สำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. : 065-096-4650

The post เซียงเพียว เทเบิล สำรับแห่งความทรงจำถึงยาหม่องน้ำรูปอากง “เซียงเพียว” appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...