โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ที่ผู้ประกอบการควรรู้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ธ.ค. 2562 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 02.50 น.

คอลัมน์ แตกประเด็น

โดย กิตติ ตั้งจิตรมณี รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ

 

แม้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทยจะใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 แต่อาจจะเป็นชื่อที่ผู้ประกอบการไม่คุ้นเคย แต่หลังแก้ไขกฎหมายนี้ในปี พ.ศ. 2560 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการดำเนินคดียืดหยุ่นขึ้น บทลงโทษที่เหมาะสมกับความผิด การตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่มีความเป็นอิสระและทำงานเต็มเวลา รวมถึงการตั้งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานอิสระและมีงบประมาณเหมาะสม กฎหมายการแข่งขันทางการค้าจึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีความคล่องตัว มีบทบาทและผลงานชัดเจนมากขึ้น เห็นได้จากการหยิบเรื่องร้องเรียนที่ค้างพิจารณามานานเกือบสิบปีขึ้นพิจารณาและตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจากนั้น คณะกรรมการยังได้ออกแนวทางพิจารณา (guideline) อีกหลายเรื่อง ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นแนวในการบังคับใช้กฎหมายได้ชัดเจนขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณว่ากฎหมายการแข่งขันทางการค้าจะเป็นกฎหมายสำคัญของประเทศที่มีบทบาทสูงต่อไป การบังคับใช้กฎหมายจะจริงจังมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องระมัดระวังไม่ให้มีการทำผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบหรือเสียหายจากกระทำการต่าง ๆ ที่ไม่เป็นธรรมจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

กฎหมายการแข่งขันทางการค้า มีเรื่องที่ควรทราบ 3 เรื่องใหญ่ ดังนี้

1.การใช้อำนาจผูกขาดโดยไม่ชอบ (Abuse of Dominant Power)

กฎหมายสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศกำหนดว่า ผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งตลาด (market share) สูงถึงระดับที่อาจควบคุมตลาดได้จะเป็นความผิดตามกฎหมายในตัวเอง แต่กฎหมายไทย (ซึ่งคล้ายกับกฎหมายประเทศในยุโรป) กำหนดว่า การที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงจนอาจสามารถควบคุมตลาดได้ หรือเรียกว่า “เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด” นั้น ไม่เป็นความผิดในตัวเอง แต่ห้ามไม่ให้ผู้มีอำนาจเหนือตลาดทำการบางอย่าง เช่น ห้ามกำหนดราคาหรือระดับราคาซื้อ/บริการโดยไม่เป็นธรรม หรือกำหนดเงื่อนไขการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น ขายสินค้าต่ำกว่าทุนเพื่อให้คู่แข่งอยู่ไม่ได้ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังกำหนด ห้ามทำการควบกิจการ หรือรวมกิจการ ไม่ว่าโดยซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์สินของผู้ประกอบการอีกรายหนึ่ง (merger & acquisition) ที่มีผลให้กลายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการแข่งขันฯ ก่อนทำการควบรวม

2.การฮั้ว (Cartel)

การฮั้ว คือ การตกลงของผู้ประกอบการตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป เพื่อลดการแข่งขัน เช่น กำหนดราคาขายไปในทิศทางเดียวกัน (กำหนดราคาเท่ากัน หรือกำหนดส่วนต่างราคา) การจำกัดปริมาณสินค้า การแบ่งตลาด ฯลฯ เป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงต้องระมัดระวังพฤติกรรมต่าง ๆ ที่อาจเป็นการฮั้วได้ ซึ่งรวมถึงการกินโต๊ะแชร์ การประชุมสมาคมทางการค้า ที่มักมีแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าอาจนำไปสู่การฮั้วได้ โดยการฮั้วจะเป็นความผิดทุกกรณี ไม่ว่าเป็นการกระทำของผู้ประกอบการรายเล็ก หรือรายใหญ่

นอกจากนี้ การฮั้วประมูลที่มีการตกลงกันว่าจะให้ใครเป็นผู้เสนอราคาเท่าไร ก็ผิดตามกฎหมายนี้ แม้จะเป็นการประมูลจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชน

3.การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Trade Practice)

การกระทำทางการค้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบการอื่น เช่น บังคับหรือกำหนดเงื่อนไขไม่เป็นธรรมกับคู่ค้าที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า ไม่ว่าผู้ประกอบการจะเป็นรายใหญ่ หรือรายเล็ก การค้าที่ไม่เป็นธรรมขึ้นอยู่กับสถานการณ์และข้อเท็จจริงของคู่ค้าเป็นราย ๆ ไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้ชัดเจนตายตัว คณะกรรมการจึงต้องออกแนวทางพิจารณาแต่ละเรื่อง (guideline) ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ

ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ออกแนวทางพิจารณาเรื่องปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าแรกเข้าค่าวางสินค้า ค่าส่งเสริมการขาย ฯลฯ จากผู้ผลิตสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ช่วยให้ผู้ผลิตสินค้าที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่าธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายมากขึ้น

การฝ่าฝืนกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเป็นความผิดทางอาญา มีทั้งโทษจำคุก โทษปรับทางอาญา และโทษปรับทางปกครอง โดยโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่ทำความผิด เป็นโทษที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับกฎหมายอื่น ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ ต้องติดตามแนวปฏิบัติของคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ยาวิเศษจะช่วยแก้ไขปัญหาการแข่งขันทางการค้าได้ทั้งหมด ในส่วนภาครัฐเองต้องลดกฎ ระเบียบ และอุปสรรคทางการค้า เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าสู่การค้าการแข่งขันได้ง่าย ส่วนภาคเอกชนเองก็ต้องตระหนักถึงจริยธรรมทางการค้าเพราะในความเป็นจริงแล้ว การแข่งขันทางการค้าที่ขาดจริยธรรมจะส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผู้ประกอบการ ซึ่งอาจจะรุนแรงมากกว่าบทลงโทษทางกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...