ทำไมหลังปีใหม่คนญี่ปุ่นถึงมีความรู้สึกอยากกินแกงกะหรี่กับราเม็งกันนะ?
ในช่วงปลายปีและต้นปีใหม่คนญี่ปุ่นต่างขะมักเขม้นในการเตรียม “โอะเซจิเรียวริ” หรือ “อาหารไว้สำหรับทานต้อนรับปีใหม่” และเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่นอกจากที่เราจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่แล้ว โอะเซจิเรียวริก็ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ใครต่อใครต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยกัน อาหารที่ใส่ในกล่องลวดลายสวยงามซ้อนทับกันหลายชั้น โดยอาหารในแต่ละชั้นจะมีความหมายทางมงคลแฝงอยู่ เช่น “ถั่วดำ” หมายถึง การทำงานตากแดดจนผิวมีสีคล้ำ แสดงถึงความขยันขันแข็ง ส่วน “กุ้ง” หมายถึง การมีอายุยืนยาวจนหลังงอเหมือนกุ้ง และ “รากบัว” หมายถึง การมองเห็นอนาคตได้อย่างทะลุปรุโปร่งเหมือนรากบัวที่มีรู ๆ มองลอดผ่านได้ เป็นต้นค่ะ
ตามปกติแล้วโอะเซจิเรียวริไม่ได้เป็นอาหารที่จะมีโอกาสได้กินง่าย ๆ เนื่องจากจะรับประทานกินกันเฉพาะในช่วงวันปีใหม่เท่านั้น ว่าแต่ทำไมพอผ่านพ้นช่วงสามวันแรกของวันปีใหม่ไป หลายคนก็มักจะเริ่มมีอาการรู้สึกเบื่อโอะเซจิเรียวริ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ทำไมหลายคนถึงเริ่มเกิดความรู้สึกว่าอยากกิน “แกงกะหรี่” ไม่ก็ “ราเม็ง” ขึ้นมาแทน แม้ว่าเจ้าอาหารสองชนิดนี้จะดูเป็นอาหารธรรมดา ๆ แต่เหตุใดเราจึงกลับโหยหาอาหารธรรมดา ๆ เช่นนี้กันนะ?
“ความเบื่อ” คือ ความสามารถของสมองอย่างนั้นหรือ?
สมองมักจะแสวงหาความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นความรู้สึกในชีวิตประจำวันอย่างคำว่า “เบื่อ” หรือ “รู้สึกเบื่อ” จึงไม่ได้ถูกจำกัดว่าต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของอาหารเท่านั้น ตามคำอธิบายในพจนานุกรมญี่ปุ่นได้อธิบายไว้ดังนี้ว่า “เบื่อ” (Akiru = 飽きる) เป็นคำที่เริ่มใช้กันมาตั้งแต่สมัยยุคเอโดะตอนปลาย โดยมีความหมายและการใช้งานต่าง ๆ ตามดังต่อไปนี้
1. เมื่อมีสิ่งเดิม ๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดความเอือมระอา ไม่อยากทำต่อ และหมดความตั้งใจจะดำเนินต่อไป เช่น เบื่อการกินอาหารรสเผ็ด เบื่องาน เบื่อการออกกำลังกาย เป็นต้น
2. รู้สึกอิ่มเอม พอใจ จนไม่ต้องการมากไปกว่านี้อีก เช่น ได้กินของที่ชอบจนหนำใจจนเบื่อกันไปข้าง เป็นต้น
3. ใช้ต่อท้ายรูปกริยาที่เป็นรูปเชื่อม เพื่อแสดงความหมายว่า ทำ…จนพอ หรือ ทำจนเอือม เช่น ดูจนเบื่อ ดูจนจุใจ เป็นต้น
ดังนั้นความรู้สึกที่เรา “เบื่อโอะเซจิเรียวริ” ก็คงเป็นไปตามความหมายในข้อ 1 ที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น กล่าวคือ “ตัวเราต้องอยู่ในสภาพที่ต้องกินอาหารหรือของชนิดใดชนิดหนึ่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ติดต่อกันจนเรารู้สึกเอือม” ตามปกติคำว่า “เบื่อ” โดยส่วนใหญ่แล้วมักถูกใช้ในความหมายเชิงลบ แต่ความจริงแล้วการเบื่อไม่ได้เป็นเรื่องไม่ดีไปเสียทั้งหมด
ตามคำอธิบายของศาสตราจารย์โมเตกิ เคนอิจิโร ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ได้กล่าวไว้ว่า
“การเบื่อ ถือว่าเป็นหนึ่งในพรสวรรค์ของสมอง โดยการที่เราเบื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นั่นคือสัญญาณจากสมองที่กำลังพยายามจะเปลี่ยนแปลง ถ้าจะพูดในเชิงย้อนแย้งก็คือ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จะไม่มีวันทำให้เราเบื่อ”
ดังนั้นเมื่อนำมาปรับใช้กับเรื่อง“อาหารที่อยากกิน” อาจฟังดูเว่อร์ไปสักหน่อย แต่ถ้ามองว่าเป็นสัญญาณจากสมองที่ต้องการหลีกเลี่ยงของเดิม ๆ และแสวงหาสิ่งที่แตกต่างในเรื่องการกิน ก็ถือว่าเป็นคำอธิบายที่เข้าใจได้ฉะนั้นเมื่อเราต้องเห็นและกินโอะเซจิเรียวริคล้าย ๆ เดิมติดต่อกันเป็นเวลาถึงสามวัน สมองก็จะเริ่มโหยหาความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนี่อาจเป็นเรื่องธรรมดาตามกลไกของสมองมนุษย์นั้นเองค่ะ
แล้วทำไมต้องเป็นแกงกะหรี่หรือราเม็ง? การอธิบายจากมุมมองทางโภชนาการ
เมื่อเรากินอาหารหรืออะไรเดิม ๆ ติดต่อกัน ในแง่ของความรู้สึกก็พอจะเข้าใจได้ว่าเราเริ่มที่จะต้องการกินอาหารหรืออะไรอย่างอื่นบ้าง แต่ทำไมถึงอยากกินแกงกะหรี่หรือราเม็ง? เหตุผลที่ทำให้เราปรารถนาอาหารรสเค็มหรืออาหารที่มีรสจัด สามารถอธิบายได้จากมุมมองทางโภชนาการนะคะ โดยอันดับแรก โอะเซจิเรียวริเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นาน ดังนั้นจึงมักจะถูกปรุงให้มีรสชาติออกไปทางเค็ม ๆ หวาน ๆ ซึ่งตามปกติแล้วร่างกายคนเรามักจะไม่คุ้นเคยกับอาหารรสจืดเสียเท่าไร แต่อาหารรสชาติเค็มหรือหวานเราจะคุ้นเคยได้ง่ายกว่า ดังนั้นเมื่อเราต้องกลับมากินอาหารรสจืดหลังจากที่กินโอะเซจิเรียวริไปหลายวัน ร่างกายเราอาจจะยังรู้สึกว่าอาหารรสจืดนั้นไร้รสชาติ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีความรู้สึกยังคงอยากที่จะกินอาหารรสเค็มหรืออาหารรสจัดอยู่
แต่ความรู้สึกอยากกินแกงกะหรี่หลังวันปีใหม่ จริง ๆ แล้วคนญี่ปุ่นอาจได้รับอิทธิพลมาจากโฆษณาแกงกะหรี่เมื่อปี ค.ศ. 1976 ที่ว่า “โอะเซจิเรียวริก็ดีนะ แต่แกงกะหรี่ก็ดีเหมือนกันนะ” ซึ่งเป็นโฆษณาที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในสมัยนั้น แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าคนอาจจะเบื่อโอะเซจิเรียวริในวันปีใหม่ แต่ก็คงไม่มีใครคิดที่จะเปลี่ยนมากินแกงกะหรี่แทนโอะเซจิเรียวริกัน ส่วนที่มาที่ไปที่ว่าทำไมเราถึงอยากกินราเม็ง? อาจเป็นเพราะราเม็งเป็นอาหารที่ทำ หรือหาทานได้ง่าย และเมื่อกินเข้าไปแล้วยังช่วยทำให้ร่างกายเรารู้สึกอบอุ่น คลายความหนาวได้ดีนั้นเองค่ะ
อาหารช่วงปีใหม่แม้ว่าอาจจะมีประเด็นทางด้านโภชนาการให้พูดถึงหรือถกเถียงกันอย่างมากมาย เช่น อาหารเค็มไปไหม? รสจัดไปไหม? หวานเกินไปหรือเปล่า? แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวได้มารวมตัวพร้อมหน้ากันอย่างสนุกสนาน จึงเป็นโอกาสดีที่จะให้คุณแม่ผู้ซึ่งปกติเป็นคนทำอาหารให้ครอบครัวได้มีช่วงเวลาพักผ่อนบ้าง เนื่องจากโอะเซจิเรียวริ ไม่นิยมทำเองเพราะใช้วัตถุดิบค่อนข้างมาก ไหนจะมีขั้นตอนการเตรียมที่ซับซ้อน จึงเป็นอาหารที่นิยมสั่งมาทานมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ทานได้หลายมื้อหรือหลายวัน จึงถือว่าเป็นหนึ่งในอาหารตัวช่วยแสนพิเศษที่เหล่าคุณแม่ ๆ จะได้พักหรือเบรกมือนั้นเองค่ะ
ถึงแม้ว่าโอะเซจิเรียวริจะเป็นอาหารที่ถูกปรุงรสเค็มหรือหวานไปบ้าง แต่เราไม่ได้ทานโอะเซจิเรียวริกันบ่อย ๆ ดังนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้นั้นเองค่ะ และการมีอาหารมื้อพิเศษในวันพิเศษและอาหารมื้อธรรมดาในวันธรรมดาสลับกันไป ก็จะช่วยทำให้อาหารมื้อพิเศษและอาหารในมื้อธรรมดาทั้งหมดนั้นรู้สึกแปลกใหม่และอร่อยยิ่งขึ้น ดังนั้นการเพลิดเพลินกับอาหารในช่วงวันปีใหม่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของเรามีความอุดมสมบูรณ์และสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ ว่าแต่ผู้อ่านทุกคนชอบกินอะไรกันในโอะเซจิเรียวริกันบ้างคะ? อันไหนอร่อยอย่าลืมมาแนะนำบอกต่อกันบ้างนะคะ!
สรุปเนื้อหาจาก : allabout.co.jp