ไม่ยอมจบ! ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% อัดศาลสูงตัดสิน ‘ต่อต้านอเมริกา’
ไม่ยอมจบ! ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% อัดศาลสูงตัดสิน ‘ต่อต้านอเมริกา’
สืบเนื่องจากคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ว่ามาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เรียกจัดเก็บแก่ประเทศคู่ค้าทั่วโลกโดยใช้ กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) นั้นเป็นการใช้อำนาจเกินหน้าที่ จนทำให้ทรัมป์ออกมาประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก ภายใต้กฎหมายการค้าที่รู้จักกันในชื่อ มาตรา 122 ตามที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด ทรัมป์มีคำสั่งให้เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าที่คิดแก่ทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่สูงที่สุดที่มาตรา 122 ในกฎหมายการค้าปี 1974 จะอนุญาต
ทรัมป์โพสต์ลงบนทรูธโซเชียลว่า จะใช้เวลา 150 วันที่มาตรา 122 จะอนุญาตให้เก็บภาษีดังกล่าวไปกับการออกภาษีนำเข้าอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย รัฐบาลของสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะใช้กฎหมายอีก 2 ฉบับที่อนุญาตให้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าแก่ผลิตภัณฑ์บางประการหรือบางประเทศ โดยอ้างอิงจากการสอบสวนด้านความมั่นคงของชาติหรือการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ทรัมป์บอกอีกว่าการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 15% มาจากการตัดสินใจของรัฐบาลของเขา จากการทบทวนคำตัดสินของศาลสูงสุดที่ “ไร้สาระ ไม่ถูกต้อง และเป็นคำตัดสินที่ต่อต้านอเมริกา” หลังคำตัดสินของศาลสูงสุดมีมติ 6 ต่อ 3 ในการตัดสินว่าการที่ทรัมป์ใช้กฎหมาย IEEPA ในการจัดเก็บภาษีศุลกากรแก่ประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยไม่ผ่านการรับรองจากสภาคองเกรสก่อน ทั้งที่สภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจในการเรียกเก็บภาษี นั้นว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินหน้าที่ ทรัมป์วิจารณ์ผู้พิพากษาที่โหวตคว่ำมาตรการภาษีของเขาว่าเป็นพวก “คนโง่เขลา” และวิจารณ์ผู้พิพากษา นีล กอร์ซัช และเอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ ที่ทรัมป์เป็นคนแต่งตั้งเองว่า “น่าอับอาย” พร้อมกับยืนกรานว่าจะเดินหน้าเก็บภาษีต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงมีความสับสนว่าการเก็บภาษีนำเข้าล่าสุดนี้จะมีผลเมื่อใด เพราะก่อนหน้านี้ ภาษีนำเข้า 10% จะเริ่มมีผลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าภาษีที่ขึ้นเป็น 15% จะเริ่มมีผลในวันเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้ มาตรา 122 จะมีอายุแค่ 150 วัน ก่อนที่รัฐบาลจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสเพื่อขยายอายุการเก็บภาษีออกไป แต่กฎหมายนี้ไม่เคยมีการถูกนำมาใช้มาก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายอีกครั้ง
นอกจากนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและประเทศต่างๆ ยังคงมีความสับสนเกี่ยวกับการเก็บภาษีนำเข้า 15% ทั่วโลก ว่าบรรดาประเทศต่างๆ อาทิ อังกฤษและออสเตรเลีย จะถูกคิดภาษีนำเข้าจากสหรัฐในอัตราเท่าใด หลังได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐไปก่อนหน้านี้ในอัตรา 10% อีกทั้งมาตรา 122 ยังงดเว้นการเก็บภาษีแก่สินค้าบางประเภท เช่น แร่ธาตุสำคัญ เหล็ก และผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน แต่ประเทศที่ได้ประโยชน์จากการเก็บภาษี 15% ตามมาตรา 122 คือประเทศอย่างบราซิลที่ยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ แม้จะถูกคิดภาษีสูงถึง 40% แต่ภายหลังการใช้มาตรา 122 ภาษีที่สหรัฐคิดแก่บราซิลอาจลดลงเหลือเพียง 15% เป็นการชั่วคราว
ภายหลังคำตัดสินของศาลสูงสุด นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่าประเทศต่างๆ จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับสหรัฐ แม้ว่าอัตราภาษีที่ตกลงกันไว้จะสูงกว่าภาษีนำเข้า 15% ตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 อาทิ ประเทศมาเลเซียและกัมพูชายังคงถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 19% ต่อไปตามที่มีการเจรจากันไปแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากคำตัดสินของศาลสูงสุดคือ รัฐบาลสหรัฐจะคืนเงินที่ได้มาจากการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อเก็บภาษีศุลกากรอย่างน้อย 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือไม่ เพราะศาลไม่ได้ออกคำตัดสินในเรื่องดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะต้องมีการต่อสู้ทางกฎหมายหากต้องการให้รัฐบาลคืนเงิน เพราะการคืนเงินที่ได้จากภาษีอาจใช้เวลานานหลายปี
บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ แสดงความกังวลว่าจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมของความไม่มั่นคง อาทิ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส บอกว่าฝรั่งเศสจะปรับตัวตามสถานการณ์ และนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซของเยอรมนี กล่าวเตือนถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนในเรื่องภาษี และเยอรมนีจะร่วมมือกับสหภาพยุโรป (อียู) อย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดจุดยืนร่วมกันก่อนหน้าการเดินทางเยือนสหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ยอมจบ! ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% อัดศาลสูงตัดสิน ‘ต่อต้านอเมริกา’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th