โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

PM2.5…ร้ายกว่าที่คิด! รักชีวิตต้องระวัง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฝุ่น PM2.5 สามารถแทรกซึมลึกถึงถุงลมปอดและกระแสเลือด พาสารพิษและสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบและทำลายเซลล์ปอด โดยสารมลพิษในฝุ่นกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระและภาวะเครียดออกซิเดชัน ส่งผลให้เซลล์ เนื้อเยื่อ และ DNA เสียหาย เพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังรวมถึงมะเร็งปอด งานวิจัยยืนยันว่าการอักเสบเรื้อรังจาก PM2.5 มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเกิดมะเร็งปอด ทำให้ฝุ่นพิษเป็นภัยสุขภาพที่ต้องระวังอย่างจริงจัง

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5… ร้ายกว่าที่คิด รักชีวิตต้องระวัง!

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านทัศนวิสัยหรือความไม่สบายทางเดินหายใจเท่านั้น หากแต่เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระดับเซลล์ โดยเป็นต้นเหตุของการอักเสบ การเกิดอนุมูลอิสระ การทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ และอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งปอด คำถามสำคัญคือ กลไกเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มที่จะเดินทางลงลึกผ่านถุงลมปอดเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ขณะที่ร่างกายกำจัดออกได้ยาก ในขณะที่ฝุ่นละออง PM10 โดยทั่วไปจะสะสมอยู่ในทางเดินหายใจส่วนบน ทั้งฝุ่น PM2.5 และ PM10 มักมีสารพิษเกาะอยู่ในเนื้อฝุ่น ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการอักเสบและทำความเสียหายต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนและปอดได้

นอกจากนี้ ในอากาศยังมีสารก่อมะเร็งหลายชนิด เช่น สารประกอบอะโรมาติกโพลีไซคลิก (PAHs) โลหะหนัก เช่น สารหนูและแคดเมียม รวมถึงอนุภาคจากไอเสียที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ดีเซล สารพิษเหล่านี้มักเกาะติดกับฝุ่นละออง และสามารถทำลายเนื้อเยื่อของปอด รวมถึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในปอด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง โดยองค์การด้านสุขภาพระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดประเภทสารพิษเหล่านี้ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง

จากการวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่า สารพิษในฝุ่น PM2.5 สามารถทำให้เกิดการอักเสบ กระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ และสร้างความเสียหายต่อเซลล์ปอดได้ การสูดดมสารมลพิษทางอากาศสามารถกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อเวลาผ่านไป การอักเสบที่เรื้อรังอาจทำลายเซลล์ปอด และลดความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์

ในขณะเดียวกัน สารมลพิษหลายชนิดในฝุ่น PM2.5 จะส่งเสริมการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย อนุมูลอิสระเป็นอะตอมหรือโมเลกุลที่ไม่เสถียร ซึ่งสามารถทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อได้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอนุมูลอิสระมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาของโรคมะเร็ง ผ่านภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการผลิตอนุมูลอิสระมากเกินกว่ากลไกการป้องกันด้วยสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย

ภาวะเครียดออกซิเดชัน คือภาวะที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระมากเกินกว่าที่ระบบสารต้านอนุมูลอิสระจะกำจัดได้ทัน ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุล และนำไปสู่การทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ รวมถึง DNA และโปรตีน ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมของเซลล์ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น มะเร็ง อัลไซเมอร์ เบาหวาน และโรคหัวใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ในการศึกษาปี 2023 นักวิจัยได้ใช้ข้อมูลทางระบาดวิทยาจากกลุ่มประชากร 4 กลุ่มในสหราชอาณาจักร แคนาดา ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเกิดมะเร็งปอดและการสัมผัสกับ PM2.5 โดยพบว่า “การเกิดมะเร็งในปอดในสัตว์ทดลองอย่างถาวร เป็นผลมาจากปฏิกิริยาการอักเสบที่ยืดเยื้อในเนื้อเยื่อปอด ซึ่งถูกกระตุ้นโดยอนุภาคขนาดเล็ก”

ฝุ่น PM2.5 จึงไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพในระยะยาว ที่ส่งผลตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงการเกิดโรคร้ายแรง การตระหนักรู้และป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็กจึงเป็นเรื่องของการ “รักชีวิต” อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...