โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ! จับตาปฏิบัติการ ‘กล้าธรรม’ โกงความตาย

สยามรัฐ

อัพเดต 54 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2569 กำลังเดินมาถึงจุดที่ต้องวัดใจและชิงไหวชิงพริบกันทุกวินาที โดยเฉพาะชะตากรรมของ "พรรคกล้าธรรม" ภายใต้การนำของ "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ที่ดูเหมือนว่าโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาลจะริบหรี่ลงไปทุกที แต่ในทางการเมืองแล้ว คำกล่าวที่ว่า "สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" ดูจะเหมาะสมที่สุดสำหรับชายผู้ผ่านสมรภูมิและรอดพ้นจากวิกฤตการเมืองมาแล้วทุกรูปแบบ

1. ชายผู้รอดตายในทุกสมการอำนาจ

หากมองย้อนกลับไปในเส้นทางการเมืองของ “ร.อ.ธรรมนัส” เราจะเห็นภาพของนักเดินหมากที่ปรับตัวได้ในทุกภูมิทัศน์การเมือง

- นักประสานสิบทิศ: จากอดีตผู้ทำงานใกล้ชิด “ทักษิณ ชินวัตร” สู่การเป็นมือขวา ที่ "บิ๊กป้อม" ไว้ใจที่สุด

- นักช่วงชิงจังหวะ: ก่อตั้งพรรคกล้าธรรม หลังแยกทางกับ “บิ๊กป้อม” แห่งพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะตัดสินใจหักดิบเพื่อไทย เปลี่ยนข้างมารวมกับภูมิใจไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลในช่วงปลายปี 2568

- นักสร้างฐานมวลชน: ปรากฏการณ์กวาด สส. ได้ถึง 58 ที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2569 ทั้งที่พรรคแทบไม่มีกระแส ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการบริหารเครือข่าย "บ้านใหญ่" และการจัดการพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ด้วยผลงานการเดินเกมระดับนี้ การประมาทคนที่ชื่อธรรมนัส จึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงยิ่งนัก

2. ทำไมภูมิใจไทยถึงต้อง "ดึงเกม" ?

หากมองในมุมของแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย การตัดสินใจเกี่ยวกับพรรคกล้าธรรมเป็น "ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ซึ่งมาจากปัจจัยหลักดังนี้

- รอยแค้นจากการถูกลูบคม: การที่กล้าธรรมไม่หลีกทางให้ในบางเขตเลือกตั้งตามดีลที่เคยตกลงกันไว้ สร้างความหวาดระแวงและรอยร้าวลึกๆ ในใจของขั้วสีน้ำเงิน

- อำนาจต่อรองที่สูงเกินไป: การมี สส. ระดับ 58 คน ทำให้พรรคกล้าธรรมมีเขี้ยวเล็บที่แหลมคม หากดึงเข้ามาร่วมรัฐบาล อาจทำให้พรรคแกนนำบริหารจัดการและควบคุมทิศทางได้ยาก

- คู่แข่งที่น่ากลัวในการเลือกตั้งครั้งต่อไป: อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กล้าธรรมได้ สส. เกินเป้าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็คือการที่ “ร.อ.ธรรมนัส” มีอำนาจรัฐมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2562 โดยเฉพาะในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดังนั้นหากให้กล้าธรรมร่วมรัฐบาล ก็จะเป็นการเปิดทางให้สั่งสมอำนาจบารมีได้อย่างต่อเนื่อง และเติบใหญ่เป็นพรรคคู่แข่งของภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งด้วยฐานเสียงที่ทับซ้อนกัน ก็อาจทำให้ภูมิใจไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม การผลักพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่ต่างอะไรกับการ “ผลักมิตรไปเป็นศัตรู” และเท่ากับการประกาศสงครามกับคู่ต่อสู้ที่เดาทางยาก ที่พร้อมรบในทุกรูปแบบ ซึ่งอาจสั่นคลอนพรรคภูมิใจไทยได้เช่นกัน

3. ทฤษฎีสามก๊ก: ดุลยภาพแห่งอำนาจ

สมการสำคัญที่นักวิเคราะห์การเมืองต่างจับตาคือ บทบาทของ “เพื่อไทย” พรรคขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ มี สส. 74 ที่นั่ง

ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย เต็มไปด้วยปมในใจจากการหักเหลี่ยมเฉือนคมในอดีต หากวันใดพรรคเพื่อไทยตัดสินใจถอนตัว รัฐบาลจะเผชิญกับวิกฤตทันที

และหากเพื่อไทยถอนตัว แล้วภูมิใจไทยค่อยไปดึงกล้าธรรมมาเสียบแทนในภายหลัง ถึงเวลานั้น “ร.อ.ธรรมนัส” ย่อมถือไพ่เหนือกว่า และมีอำนาจต่อรองอย่างมหาศาล

ดังนั้น การมีทั้ง "เพื่อไทย" และ "กล้าธรรม" อยู่ในสัดส่วนรัฐบาลตั้งแต่แรก เพื่อให้คานอำนาจกัน แม้จะดูอึดอัด แต่กลับเป็นยุทธวิธีที่อาจช่วยให้รัฐบาลภูมิใจไทยมีเสถียรภาพยาวนานที่สุด

4. ขยี้ให้แหลก หรือ ซื้อเวลาเจรจา ?

การที่ภูมิใจไทยยังคงดึงเกมและค่อยๆ ขยี้พรรคกล้าธรรมอย่างเลือดเย็น อาจไม่ใช่การประกาศตัดขาดอย่างถาวร แต่เป็นการลดทอนอำนาจต่อรอง บีบให้ “ร.อ.ธรรมนัส” ยอมถอยและรับเงื่อนไขที่พรรคแกนนำเป็นผู้กำหนด

และตราบใดที่พรรคประชาธิปัตย์ (ที่เคยประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับกล้าธรรม) ยังไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ โอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะพลิกเกม "โกงความตาย" กลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงโค้งสุดท้ายก็ยังมีอยู่เสมอ

ในเกมอำนาจที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร การเดินหมากกระดานนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่า "กล้าธรรม" จะ “โกงความตาย” ได้สำเร็จอีกครั้งหรือไม่ ? หรือสุดท้ายจะกลายเป็นผู้พ่ายแพ้…ที่รอวันเอาคืนอย่างสาสม

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...