โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถไฟฟ้า”สีเหลือง-ชมพู” เปลี่ยนล้อล็อก2ชั้นแล้ว29ขบวน สิ้นปีเปลี่ยนครบหมด72ขบวนป้องกันล้อหลุด

เดลินิวส์

อัพเดต 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.06 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู เปลี่ยนล้อล็อก2 ชั้นแล้ว 29 ขบวน สิ้นปีเปลี่ยนใหม่ครบหมดทั้ง 72 ขบวนป้องกันล้อหลุด พร้อมติดอุปกรณ์ยึดรางจ่ายไฟทุก 60 เมตร ซอยสั้นลงลดความเสียหาย

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(โมโนเรล) สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และบริษัท นอร์ท บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ทยอยเปลี่ยนชุดล้อประคอง(Guide wheel) ที่ออกแบบใหม่เป็นแบบล็อก 2 ชั้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันสายสีเหลือง เปลี่ยนแล้ว 15 ขบวน จากทั้งหมด 30 ขบวน เหลืออีก 15 ขบวน สายสีชมพู เปลี่ยนแล้ว 14 ขบวน จากทั้งหมด 42 ขบวน เหลือ 28 ขบวน ได้แจ้งแผนงานถึงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ว่าจะทยอยเปลี่ยนฯให้ครบทั้ง72 ขบวนภายในเดือน ธ.ค.2569

รถไฟฟ้าโมโนเรล 1 ขบวน มีล้อประคอง 48 ล้อ ข้างละ 24 ล้อ 72 ขบวน รวม 3,456 ล้อ อัลสตอม ผู้ผลิตรถไฟฟ้า ได้ออกแบบใหม่เปลี่ยนวัสดุที่ใช้จากอลูมิเนียมอัลลอยด์ เป็นเหล็กชนิด Q355NE เพิ่มความแข็งแรง นอกจากนี้ยังติดนอตยึดล็อกเพิ่ม 6 จุดบนฝาครอบของชุดล้อประคอง เป็นการล็อกสองชั้น เมื่อเกิดอุปกรณ์ยึดหลุดจะมีตัวล็อกอีกชั้นทำให้ล้อไม่หลุดร่วงลงมา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น

พร้อมกันนี้ได้เพิ่มอุปกรณ์วัดอุณหภูมิของล้อประคอง โดยจะส่งข้อมูลทันที(Real time) ไปยังระบบควบคุมจัดการภายในขบวนรถ (TCMS) บนตัวรถ เมื่อมีอุณหภูมิเกินค่าที่กำหนด 60 องศาเซลเซียส และ TCMS จะส่งสัญญาณแจ้งเตือน(Alarm) ไปยังศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) และหยุดเดินรถนำรถเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อตรวจสอบทันที

ล้อประคองชุดเดิมที่ยังไม่ได้เปลี่ยนใหม่ ยังใช้งานเดินรถได้ตามปกติ หลังเกิดเหตุล้อประคองรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหลุดร่วงลงมาใส่รถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่บนถนน เมื่อต้นปี 2567 บริษัทฯ ได้มอนิเตอร์มากขึ้น และเพิ่มความถี่ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการใช้งานของล้อ เพิ่มเติมจากวาระปกติ ยังไม่เกิดเหตุซ้ำแต่เพื่อสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยสูงสุดในการใช้บริการ พร้อมหารืออัลสตอม และจัดทำล้อประคองชุดใหม่ขึ้นมา แบบล็อกสองชั้น และเปลี่ยนใหม่ทุกขบวน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดอัลสตอมรับผิดชอบแต่ไม่สามารถเปิดเผยวงเงิน

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเร่งติดตั้งอุปกรณ์ยึดรางจ่ายไฟฟ้า (Wave Stopper) ทุกๆ 60 เมตร ของทั้ง2สายเพื่อเสริมความแข็งแรง ยึดรางจ่ายไฟฟ้าให้แน่นหนา ป้องกันไม่ให้รางจ่ายไฟฟ้าร่วงลงมาส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวหากเกิดอุบัติเหตุ เหมือนเหตุการณ์รถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่รางจ่ายไฟฟ้า ร่วงหล่นวันที่ 13 ก.ย. 2568 ระยะทาง 4.3 กม. ส่งผลกระทบต้องหยุดบริการปัจจุบันเปลี่ยนรางจ่ายไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อย และเปิดบริการเดินรถตามปกติ

ทั้งนี้ได้ติดตั้ง Wave Stopper ในจุดที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณจุดสับรางก่อน ส่วนจุดอื่นๆคาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นปี 2569 ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ขณะนี้สายสีเหลือง กว่า 5 หมื่นคนต่อวัน เคยทำสถิติสูงสุด 9.6 หมื่นคนต่อวัน สายสีชมพู 7-8 หมื่นคนต่อวัน เคยทำสถิติสูงสุด 1.31 แสนคนต่อวัน เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2568 หากรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตราเดียว จะดึงดูดผู้ใช้บริการมากขึ้น ไม่กังวล มีขบวนรถรองรับเพียงพอทั้ง 2 สาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...