รถไฟฟ้า”สีเหลือง-ชมพู” เปลี่ยนล้อล็อก2ชั้นแล้ว29ขบวน สิ้นปีเปลี่ยนครบหมด72ขบวนป้องกันล้อหลุด
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(โมโนเรล) สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และบริษัท นอร์ท บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ทยอยเปลี่ยนชุดล้อประคอง(Guide wheel) ที่ออกแบบใหม่เป็นแบบล็อก 2 ชั้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันสายสีเหลือง เปลี่ยนแล้ว 15 ขบวน จากทั้งหมด 30 ขบวน เหลืออีก 15 ขบวน สายสีชมพู เปลี่ยนแล้ว 14 ขบวน จากทั้งหมด 42 ขบวน เหลือ 28 ขบวน ได้แจ้งแผนงานถึงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ว่าจะทยอยเปลี่ยนฯให้ครบทั้ง72 ขบวนภายในเดือน ธ.ค.2569
รถไฟฟ้าโมโนเรล 1 ขบวน มีล้อประคอง 48 ล้อ ข้างละ 24 ล้อ 72 ขบวน รวม 3,456 ล้อ อัลสตอม ผู้ผลิตรถไฟฟ้า ได้ออกแบบใหม่เปลี่ยนวัสดุที่ใช้จากอลูมิเนียมอัลลอยด์ เป็นเหล็กชนิด Q355NE เพิ่มความแข็งแรง นอกจากนี้ยังติดนอตยึดล็อกเพิ่ม 6 จุดบนฝาครอบของชุดล้อประคอง เป็นการล็อกสองชั้น เมื่อเกิดอุปกรณ์ยึดหลุดจะมีตัวล็อกอีกชั้นทำให้ล้อไม่หลุดร่วงลงมา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น
พร้อมกันนี้ได้เพิ่มอุปกรณ์วัดอุณหภูมิของล้อประคอง โดยจะส่งข้อมูลทันที(Real time) ไปยังระบบควบคุมจัดการภายในขบวนรถ (TCMS) บนตัวรถ เมื่อมีอุณหภูมิเกินค่าที่กำหนด 60 องศาเซลเซียส และ TCMS จะส่งสัญญาณแจ้งเตือน(Alarm) ไปยังศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) และหยุดเดินรถนำรถเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อตรวจสอบทันที
ล้อประคองชุดเดิมที่ยังไม่ได้เปลี่ยนใหม่ ยังใช้งานเดินรถได้ตามปกติ หลังเกิดเหตุล้อประคองรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหลุดร่วงลงมาใส่รถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่บนถนน เมื่อต้นปี 2567 บริษัทฯ ได้มอนิเตอร์มากขึ้น และเพิ่มความถี่ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการใช้งานของล้อ เพิ่มเติมจากวาระปกติ ยังไม่เกิดเหตุซ้ำแต่เพื่อสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยสูงสุดในการใช้บริการ พร้อมหารืออัลสตอม และจัดทำล้อประคองชุดใหม่ขึ้นมา แบบล็อกสองชั้น และเปลี่ยนใหม่ทุกขบวน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดอัลสตอมรับผิดชอบแต่ไม่สามารถเปิดเผยวงเงิน
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเร่งติดตั้งอุปกรณ์ยึดรางจ่ายไฟฟ้า (Wave Stopper) ทุกๆ 60 เมตร ของทั้ง2สายเพื่อเสริมความแข็งแรง ยึดรางจ่ายไฟฟ้าให้แน่นหนา ป้องกันไม่ให้รางจ่ายไฟฟ้าร่วงลงมาส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวหากเกิดอุบัติเหตุ เหมือนเหตุการณ์รถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่รางจ่ายไฟฟ้า ร่วงหล่นวันที่ 13 ก.ย. 2568 ระยะทาง 4.3 กม. ส่งผลกระทบต้องหยุดบริการปัจจุบันเปลี่ยนรางจ่ายไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อย และเปิดบริการเดินรถตามปกติ
ทั้งนี้ได้ติดตั้ง Wave Stopper ในจุดที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณจุดสับรางก่อน ส่วนจุดอื่นๆคาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นปี 2569 ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ขณะนี้สายสีเหลือง กว่า 5 หมื่นคนต่อวัน เคยทำสถิติสูงสุด 9.6 หมื่นคนต่อวัน สายสีชมพู 7-8 หมื่นคนต่อวัน เคยทำสถิติสูงสุด 1.31 แสนคนต่อวัน เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2568 หากรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตราเดียว จะดึงดูดผู้ใช้บริการมากขึ้น ไม่กังวล มีขบวนรถรองรับเพียงพอทั้ง 2 สาย