“มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ได้รับขึ้นทะเบียน GI ใน EU สำเร็จ ปักธงโอกาสทางการค้ากว่า 27 ประเทศ ดันผลไม้คุณภาพของไทยเฉิดฉายในเวทีโลก
BTimes
อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า และสนับสนุนช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเร่งผลักดันการนำสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพไปขึ้นทะเบียนเป็น GI ในต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดส่งออกสำคัญ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งให้สินค้าไทยในเวทีการค้าโลก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ของไทย เป็น GI ในสหภาพยุโรป หลังไทยยื่นคำขอไว้เมื่อปี 2566 ด้วยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทย ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิด
การสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
จากการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง (เชียงราย) และกาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ที่ได้ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ โดยมะพร้าวน้ำหอมราชบุรีมีแหล่งผลิตในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มและราบลุ่มต่ำ ดินเป็นดินร่วนปนดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
จึงมีฝนตกสม่ำเสมอและมีแม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลัก สภาพดินและน้ำจึงเหมาะสมต่อการปลูกมะพร้าวน้ำหอม และช่วยให้ผลผลิตมีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยน้ำมะพร้าวมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยเนื้อมะพร้าวหนาสองชั้นและมีลักษณะอ่อนนุ่ม ลักษณะภายนอกเป็นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ย เปลือกสีเขียวสด ก้นจีบ ตรงกลางผลป่องกลม สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยในปี 2568 มีปริมาณการผลิตมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี 550 ล้านลูก มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกทั่วโลกกว่า 5,244 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศด้วย รวมทั้งสิ้น 11 รายการใน 33 ประเทศ ได้แก่ 1 ) ผ้าไหมยกดอกลำพูน ในอินเดียและอินโดนีเซีย 2 ) เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน
(20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย) ในเวียดนาม 3 ) ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 4 ) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 5 ) กาแฟดอยตุง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และกัมพูชา 6 ) กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น 7 ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช)ในมาเลเซีย 8 ) ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม 9 ) มะขามหวานเพชรบูรณ์ ในเวียดนาม 10 ) สับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) ในญี่ปุ่น และ 11 ) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในสหภาพยุโรป
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายตลาดส่งออก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าให้กับประเทศในระยะยาว ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป