ครูสาวขับรถชนนักเรียนหญิงวัย 6 ขวบเสียชีวิต เข้ารับสารภาพกับตำรวจแล้ว
ครูวัย 32 ปี ที่ขับรถชนนักเรียนหญิงวัย 6 ขวบเสียชีวิต ระหว่างเดินข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียน เข้ารับสารภาพกับตำรวจแล้ว ประกันจ่าย 1 ล้านภายใน 7 วัน
วันที่ 20 ก.พ.2569 นางสาวกนกวรรณ ประสงค์สันต์ อายุ 32 ปี ข้าราชการครูชาว จ.นครราชสีมา ที่ขับรถเก๋งพุ่งชนน้องเกล อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1โรงเรียนบ้านดงย่อ ตำบลปะเคียบ อำเภอคูเมือง จ.บุรีรัมย์ ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายไปโรงเรียนจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะถึงวันคล้ายวันเกิดน้องไม่กี่วันคือวันที่ 30 ม.ค.
ได้เดินทางมาให้การกับพนักงานสอบสวนใหม่ว่ารับสารภาพว่าผิดจริงที่ขับรถชนน้องจนเสียชีวิต หลังจากก่อนหน้านี้กลายเป็นเรื่องดรามาเนื่องจากครูและญาติครูปฏิเสธว่าไม่ผิด ทำให้แม่น้องเกลจะยังไม่ได้รับเงินค่าประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 500,000 บาท และเงินจากประกันภาคสมัครใจกับรถเก๋งของครูอีก 500,000 บาท รวมเป็น 1,000,000 บาท เพราะจะต้องรอศาลตัดสิน
จนกระทั่งได้ไปออกรายการทีวีและเรื่องลามไปถึงพนักงานสอบสวนที่ปู่น้องเกลแจ้งทางรายการว่าเงินที่จะได้มา 1 ล้านบาทจะต้องไปจ่ายให้กับพนักงานสอบสวนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ คือ 100,000 บาท กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตำรวจต้องออกมาปัดกันพัลวัน ถึงขั้นตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในทันที
นางสาวกนกวรรณ ครูคนขับรถ กล่าวว่า จริงๆแล้วทุกครั้งที่มาพบญาติในงานศพจะขอโทษทุกครั้ง บางครั้งญาติเขาอาจจะไม่ได้ฟังเพราะอยู่ในระหว่างอารมณ์ที่เสียใจ ซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไร กรณีญาติเขามากล่าวหาว่า "ไม่เคยขอโทษ"ไม่เป็นความจริง
ตอนนี้ตนรับผิดทุกอย่างแล้ว ส่วนสาเหตุที่ปฏิเสธในตอนแรก เพราะได้ไปขอคำปรึกษากับพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่มีเงินเยียวยาทันที ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ให้ปฏิเสธเอาไว้ก่อนเพื่อประวิงเวลาในการหาเงิน
ด้าน พ.ต.อ.เขมชาติ แปดแก้ว ผกก.สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่าตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนแล้ว โดยได้มีการเชิญตัวแทนบริษัทประกันทั้งสองบริษัทมาพบพร้อมกัน หลังจากครูรับสารภาพแล้วพนักงานสอบสวนจะเร่งทำเอกสารส่งให้กับบริษัทและคาดว่าน่าจะได้เงินประกัน 1 ล้านบาทภายใน 7 วันทำการ ซึ่งไม่ช้าเกินไป ส่วนการเรียกรับเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานสอบสวนคนแรก ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ซึ่งจะต้องดำเนินไปตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตามสำหรับเงินเยียวยายังไม่สามารถตกลงกันได้ เบื้องต้นทราบจากปู่ของน้องเกลว่า หลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยจะให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรจะได้ค่าเยียวยาเท่าไหร่