โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ไทย’ ปลายทางดาต้าเซ็นเตอร์.?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

จากนโยบายศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล ผนวกจุดแข็ง “ด้านพลังงงาน” ทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทาง “การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์” ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้ชัดจากกลุ่ม Hyperscaler รายใหญ่ เริ่มมีการย้ายฐานจากสิงคโปร์และมาเลเซียมาสู่ไทยมากขึ้น

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก DCByte ที่เผยแพร่โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) พบว่า ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อมูลระบุว่าปัจจุบันไทยมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ประมาณ 4.5-4.6 กิกะวัตต์ ขณะที่ตลาดมาเลเซีย อยู่ที่ประมาณ 8-9 กิกะวัตต์ (เมืองยะโฮร์เพียงแห่งเดียวกว่า 5 กิกะวัตต์) และสิงคโปร์ประมาณ 2 กิกะวัตต์ นั่นสะท้อนว่าไทยเริ่มขึ้นมาเป็น “จุดหมายใหม่” ของการขยายฐานดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค

“สิงคโปร์ เริ่มมีจำกัดการเพิ่มกำลังผลิตใหม่ ส่วนมาเลเซียเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงานและทรัพยากร”

ส่งผลให้ผู้ประกอบการระดับโลก มองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่มีความพร้อม จึงทำให้ไทยมีความได้เปรียบหลายด้านเมื่อเทียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงานและระบบโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคมีข้อจำกัด เช่น ฟิลิปปินส์ เผชิญความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ อินโดนีเซีย มีต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานสูง และเวียดนาม มีกฎระเบียบซับซ้อน

ทำให้ไทยมีความสมดุลระหว่างศักยภาพและความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติ แม้ต้องพัฒนาด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม ความโปร่งใสและบุคลากรทักษะสูง

สำหรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของไทย เริ่มขยายจากกรุงเทพ สู่พื้นที่โดยรอบ เช่น ปทุมธานี สมุทรปราการ และชลบุรี รวมถึงเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง กลายเป็นศูนย์กลางโครงการขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป) สำหรับงานด้าน AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง

โดยพื้นที่กรุงเทพฯ เหมาะกับการรองรับบริการคลาวด์ ธนาคารและคอนเทนต์ออนไลน์ที่ต้องการความเร็วสูง ส่วน EEC โฟกัสโครงการขนาดใหญ่ ที่ใช้พลังงานมากและมีศักยภาพรองรับเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดสรรพลังงาน ให้โครงการที่มีความพร้อมจริง และเตรียมเปิดระบบซื้อ ขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ในอนาคต เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

ทำให้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของไทย กำลังเปลี่ยนจากโมเดลโคโลเกชั่น (การเช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเซิร์ฟเวอร์) มาสู่การลงทุนโดยตรงของผู้ให้บริการระดับโลก (Hyperscaler) ปัจจุบันครองสัดส่วนกว่า 80% ของความต้องการทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มตะวันตก อย่าง Amazon Web Services (AWS)เริ่มก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเอง ส่วน Googleซื้อที่ดินและเตรียมเริ่มสร้างในไทย

ขณะที่ Microsoftปรับแผนมาเช่าพื้นที่ระยะสั้น เพื่อเริ่มดำเนินงาน ส่วนฝั่งกลุ่มจีนอย่าง ByteDance เป็นผู้ใช้รายใหญ่ที่สุดและ Alibabaและ Tencentขยายการให้บริการผ่านพันธมิตรโคโลเกชั่นในไทย

อย่างไรก็ดีแม้รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎควบคุมการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูง (GPU) เพื่อป้องกันการส่งต่อ ไปยังจีน ที่อาจทำให้การนำเข้าชิปของไทยต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม

กรณีนี้บล.เกียรตินาคินภัทร ประเมินว่า เป็นเพียงผลกระทบเชิงเทคนิค ไม่ใช่เชิงโครงสร้าง นักลงทุนส่วนใหญ่มั่นใจว่ากระบวนการอนุญาตสามารถบริหารจัดการได้ และไม่เป็นอุปสรรคต่อแนวโน้มการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยระยะยาว..!!

หากมองเชิงองค์ประกอบโดยรวม ไทยครองความได้เปรียบการเป็นศูนย์กลางลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค จึงต้องอยู่ที่กลไกภาครัฐเองล่ะว่าจะปรับตัวให้เท่าทันหรือไม่..!?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...