“ทนายอั๋น” ร้อง DSI เอาผิด “แสวง- 7กกต.” ผิด ม.157
"ทนายอั๋น" บุก DSI แจ้งความเอาผิด"แสวง บุญมีและกกต.ทั้ง 7" ผิด ม.157 จัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส สุจริต รีบประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ทั้งที่มีการร้องเรียนกว่า 7,000 เรื่อง
วันนี้ (26 ก.พ.69) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ นำเอกสารหลักฐาน เดินทางแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.รวมทั้งกกต.ทั้ง 7 คน ในฐานความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
กรณีการจัดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 และ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านม ซึ่งกกต. มีการจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตโปร่งใส ซึ่งมีทั้งบัตรเขย่งและการมุดเข้าไปขีดคะแนนไม่ให้ประชาชนเห็น โดยมีการร้องเรียนไปยัง กกต.กว่า 7,000 เรื่อง รวมทั้งกรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและ QR code ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางกกต.ต้องมีการสืบสวนไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนแต่กลับมีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ไปเมื่อวานนี้ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวของกกต.นั้นส่อไปในทางทุจริต
ดังนั้นตนเองและกลุ่มประชาชนจึงรับไม่ได้กับการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.และมองว่างพฤติกรรมทั้งหมดของกกต.มิชอบด้วยกฎหมาย จึงได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อให้รับเป็นสำนวนพิเศษไว้ก่อน
นอกจากนี้ทนายอั๋น ยัง ได้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเอกสารถึงความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินระหว่างจังหวัดอำนาจเจริญที่โอนไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวนหลายแสนบาท จึงเห็นว่าทาง DSI ควรจะต้องมีการออกหมายเรียกเครือข่ายที่มีการโอนเงินรวม 8 คนมาให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม สำหรับพฤติกรรมของกกต. คล้ายสีดาลุยไฟแต่กลับไปแจ้งความกับประชาชนที่กองบังคับการปราบปรามและเหยียบหน้าประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่รีบประกาศรับรองสส. กว่า 300 เขต
อีกทั้งจะทำให้คนที่ถูกฟ้องร้องในคดีที่ดินเขากระโดงมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยคดีดังกล่าวทางการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.ได้มีการติดต่อให้ตนเองเข้าไปเป็นพยานของการรถไฟฯด้วย
ส่วนกรณีที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทางกกต. จะโยนบาปให้กับโรงพิมพ์นั้น ทนายอั๋นยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้เพราะกกต.เป็นคนออกแบบบัตรเลือกตั้งและกำหนดให้มีQR code ดังนั้นตนเองก็จะติดตามและดำเนินการทุกช่องทางเพื่อให้ดำเนินคดีกับกกต. ให้ถึงที่สุด
สำหรับกรณีการถ่ายวีดีโอในหน่วยเลือกตั้งขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ถือว่าไม่มีความผิดเพราะไม่ได้เป็นการไปขัดขวางหรือหยุดยั้งรวมทั้งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องชะงักแต่จะผิดได้ จะต้องมีการนำไปตัดต่อหรือทำให้การเลือกตั้งนั้นหยุดชะงักลง แต่ที่ผ่านมาประชาชนมีสิทธิ์ที่จะไปถ่ายหน้าหน่วยเลือกตั้งขณะนับคะแนนได้
ด้าน นายทิวา ลี้จากภัย ทนายความระบุว่า ในข้อกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าในบัตรเลือกตั้งห้ามทำเครื่องหมายใดๆทั้งสิ้นที่สามารถตรวจย้อนหลังไปถึงผู้ลงคะแนนได้ดังนั้นการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด จึงไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับซึ่งกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนที่ถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดีสามารถแจ้งความกลับกับเจ้าหน้าที่ซึ่งถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งโดยตำรวจจะต้องรับแจ้งความด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews