โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พาณิชย์”ติวเข้มนักวิจัย ยกระดับตรวจค้นข้อมูลก่อนยื่นจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กรมทรัพย์สินทางปัญญาอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Prior Art Search : สร้างความรู้และพัฒนาทักษะการตรวจค้นข้อมูลด้านสิทธิบัตร” ให้แก่นักวิจัยและบุคลากรจากหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตร ติวเข้มเทคนิคการสืบค้นข้อมูลด้านสิทธิบัตร เพื่อยกระดับคุณภาพคำขอจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรให้ดียิ่งขึ้น แก้ปัญหาคำขอขาดความสมบูรณ์ เสียเวลาแก้ไข หรือไม่สามารถรับจดทะเบียนได้ จากการขาดความใหม่

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Prior Art Search : สร้างความรู้และพัฒนาทักษะการตรวจค้นข้อมูลด้านสิทธิบัตร” ให้แก่นักวิจัยและบุคลากรจากหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตร กว่า 70 ราย ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรค้างสะสม ที่มีสาเหตุสำคัญจากคำขอที่ยังขาดความสมบูรณ์ โดยมีรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด ต้องเสียเวลาแก้ไข ทำให้กระบวนการพิจารณาคำขอต้องล่าช้าออกไป หรือคำขอที่ยื่นเข้ามานั้น ไม่สามารถรับจดทะเบียนได้ เนื่องจากขาดความใหม่ ไม่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น หรือไม่สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

“กรมจึงเดินหน้านโยบายเชิงรุกในการพัฒนาทักษะการตรวจค้นข้อมูลด้านสิทธิบัตร (Prior Art Search) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญตลอดห่วงโซ่ของระบบสิทธิบัตร ตั้งแต่การจัดเตรียมคำขอที่มีคุณภาพ โดยตรวจค้นการประดิษฐ์ที่คล้ายคลึงกันจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานสร้างสรรค์ของตนมีแนวโน้มที่จะได้รับจดทะเบียนและไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ไปจนถึงการนำข้อมูลสิทธิบัตรไปใช้วิเคราะห์เทรนด์เทคโนโลยีและความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง”

โดยการอบรมครั้งนี้ มีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาหน่วยสนับสนุนด้านการตรวจค้นข้อมูลด้านสิทธิบัตร (Search Unit) กระจายอยู่ในหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านหน้าคัดกรอง ตรวจสอบรายละเอียดคำขอ และจัดทำรายงานการตรวจค้น ก่อนยื่นคำขอรับสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะช่วยให้คำขอที่ยื่นมีความครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไข และเพิ่มโอกาสให้ได้รับความคุ้มครองรวดเร็วยิ่งขึ้น

2.การเตรียมพร้อมรองรับการบังคับใช้ พ.ร.บ. สิทธิบัตรฉบับใหม่ โดยจะมีการปรับลดระยะเวลาในการยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ จากเดิม 5 ปี นับจากวันประกาศโฆษณา เหลือ 3 ปี นับจากวันยื่นคำขอ อาจส่งผลให้มีคำขอที่รอรับการตรวจสอบการประดิษฐ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้ โดยปัจจุบันร่าง พ.ร.บ.สิทธิบัตรฉบับใหม่อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้ความเห็นชอบและเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งการเสริมศักยภาพบุคลากรในเครือข่ายให้สามารถช่วยตรวจข้อมูลด้านสิทธิบัตร (Prior Art Search) จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรับมือปริมาณคำขอในช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

3.การเร่งปลดล็อกงานวิจัยและผลงานนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ เมื่อกระบวนการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรมีความรวดเร็วและมีคุณภาพ นวัตกรรมจะได้รับการคุ้มครองเร็วขึ้น เปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้นเช่นกัน ทั้งการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Licensing) และการโอนสิทธิ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

“การอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรมืออาชีพจากกรมร่วมถ่ายทอดเทคนิคและองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานฐานข้อมูลสิทธิบัตรเชิงลึก ไปจนถึงการจัดทำรายงานการตรวจค้นที่มีมาตรฐานสากล โดยเชื่อมั่นว่าบุคลากรในเครือข่ายที่ผ่านการเสริมทักษะครั้งนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และรองรับการขยายบริการ Fast Track Plus+ ของกรมในสาขานวัตกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการตรวจสอบ

ที่รวดเร็วเป็นพิเศษ โดยการตรวจค้นข้อมูลสิทธิบัตรที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิของผู้อื่น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในทางอุตสาหกรรม”นางอรมน กล่าว

ในปี 2568 ที่ผ่านมา สถิติการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรในไทยมีอัตราเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 13,330 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.41% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 12,410 คำขอ และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญากลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความได้เปรียบและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยสามารถสอบถามข้อมูลด้านการจดทะเบียนหรือต้องการรับคำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร.1368 หรือศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และช่องทางออนไลน์ www.ipthailand.go.th

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...