โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน‘พรรคส้ม’ส่อโดนยุบอีก หมกเม็ดSpectreC-LaserID

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"เท้ง" แจงเก็บข้อมูลเลเซอร์โค้ดหลังบัตรปชช.เพื่อใช้ยืนยันกับกรมการปกครอง ไม่ได้บันทึกไว้ในฐานข้อมูลพรรค เผยส่งคนเคลียร์ "ธิษะณา" แล้ว ยันไม่มี IO ส้ม รับมีทีมโซเชียลติดตามความเห็นในสื่อออนไลน์ ไม่มีการชี้นำข่าวสารหรือบิดเบือนสังคม "หมอตุลย์" เชื่อ Spectre C ผู้สร้างอวตารถล่มคนเห็นต่างเข้าข่ายเป็นบริษัทสื่อของ ปชน. ผิดถึงขั้นยุบพรรค "ดร.ธนพร" ชี้ ปชน.เก็บเลขหลังบัตร ปชช.ผิดกฎหมายส่อยุบพรรคได้

เมื่อวันจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ออกมาโพสต์ว่า ผู้สมัครสมาชิกพรรค ปชน.มีการเก็บข้อมูลเลขหลังบัตรประชาชนว่า ตนยืนยันเราไม่ได้เรียกเก็บข้อมูลที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล เราขอเลเซอร์โค้ดมาเป็นไปตามกรมการปกครองเปิดช่องทางให้ยืนยันความถูกต้อง เพราะต้องการแน่ใจว่าการทำธุรกรรมและสมัครสมาชิกเป็นไปตามที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ว่าเป็นประชาชนตัวจริง เลขหน้าบัตรประชาชนสามารถยืนยันกลับไปที่กรมการปกครองได้

“ไม่มีปัญหาภายหลังอย่างแน่นอน เพราะตรวจสอบกับทางทีมงานหลังบ้านแล้วว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆ ที่จะมีความเสี่ยงให้ข้อมูลรั่วไหล เลเซอร์โค้ดหลังบัตรใช้ยืนยันกับกรมการปกครอง สามารถสอบถามไปยังที่นั่นได้ผ่านช่องทาง API ที่เปิดให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบข้อมูล ทางพรรคไม่ได้มีการบันทึกข้อมูลในส่วนนี้ไว้ในฐานข้อมูลของพรรคแต่อย่างใด”

ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.ของพรรค ปชน.หรือไม่ หลังจากที่เจ้าตัวออกมาโจมตีพรรคว่ามีการทำไอโอ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคไปพูดคุยแล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับนางสาวธิษะณา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ตนเองได้สื่อออกไปผ่านทางหน้าสื่อ เป็นการบอกว่าทางพวกเราไม่ได้จะทำร้ายเจ้าตัวแต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวกัน น.ส.ธิษะณาก็สามารถยืนยันในสิ่งที่สามารถพูดได้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่ตนคิดว่าอยากให้มองทั้งสองด้าน ว่าสิ่งที่แต่ละฝ่ายออกมาแสดงความเห็นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

“หลายอย่างที่ น.ส.ธิษะณาออกมาพูดก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อย่าง IO ส้ม ทางพรรคประชาชนไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น แต่ทางพรรคมีทีมโซเชียลในการติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้มีทีมเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาชี้นำข้อมูลข่าวสารหรือบิดเบือนสังคมในการตอบคอมเมนต์ต่างๆ”

ด้าน น.ส.ธิษะณาได้โพสต์สั้นๆ ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ระบุว่ามีตัวแทนพรรคไปคุยกับตนเองแล้วว่า “ไม่มีใครคุยกับดิฉันค่ะ”

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องบริษัท Spectre C ที่เกี่ยวพันกับพรรคประชาชนว่า ประเด็นไม่ใช่ว่า Spectre C เป็นหรือไม่เป็น IO แต่ประเด็นใหญ่สุดถึงขั้นยุบพรรคประชาชน อยู่ตรงที่ว่าบริษัท Spectre C อ้างว่าจดทะเบียนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย แต่เมื่อดูให้ลึกในรายละเอียดของการทำงาน โดยดูจากรายจ่าย มีการจ่ายของบริษัท มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการผลิตและเผยแพร่สื่อ เป็นจำนวนเกินพันล้านต่อปี จึงถือได้ว่าโดยเนื้อแท้ บริษัท Spectre C เป็นบริษัทสื่อนั่นเอง ไม่ได้เป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย

"ทีนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชน หรือ กรรมการบริหารพรรคประชาชนกับบริษัท Spectre C เป็นลักษณะเจ้าของบริษัทสื่อเสียเอง น่าจะมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคประชาชนได้ (จริงๆ ยุบไปถึงพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกลได้เลย)

หลักฐานเบื้องต้น คือสถานที่ตั้งของบริษัท Spectre C เป็นสถานที่เดียวกับที่ทำการของพรรคประชาชน และในอดีตก็เคยอยู่ในบริษัทไทยซัมมิทของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ตอนนี้อ้างว่าเช่าตึกอยู่ ต้องตรวจลึกไปว่าที่ผ่านมา บริษัท Spectre C ได้จ่ายค่าเช่าให้เจ้าของตึกหรือไม่ (ซึ่งน่าจะเป็นตัวธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ) และจะจ่ายหรือไม่จ่ายค่าเช่า ถ้ากิจการในด้านสื่อของบริษัท Spectre C เคยบริการ (รับงาน) ทั้งพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล และปัจจุบันคือพรรคประชาชน ก็แสดงว่าทั้งพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นเจ้าของบริษัทสื่อ Spectre C นั่นเอง

แม้แต่การที่คุณธิษะณา โดน “ถีบ” ออกมาจากพรรคประชาชน แล้วออกมาแฉเรื่องบริษัท Spectre C นี้ คนของพรรคประชาชน อย่างไอซ์และอมรัตน์ ก็ใช้ช่องทางสื่อของบริษัทนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคประชาชนก็เคยมีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัท Spectre C อีกด้วย โป๊เชะ ซตพ. Q.ED. ขอบคุณคุณธิษะณา Nuclear Bomb ทะลายพรรคส้ม และบริษัท Spectre C ผู้สร้างความแตกแยกในสังคมไทยมานานนับ 10 ปี

ป.ล. ผมเชื่อว่า บริษัท Spectre C นี้เป็นผู้สร้าง อวตารหลายล้านตัวที่ไปอวยคนพรรคส้มและถล่มบุคคลและสื่อฝ่ายตรงข้าม ช่วงนี้อวตารคงจะหายไปเยอะเลยนะ

รศ. ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย เปิดเผยกับ “ท็อปนิวส์” กรณีเว็บไซต์พรรคประชาชนให้ประชาชนที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคกรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ โดยให้ประชาชนกรอกเลขรหัสประจำตัวบัตรประชาชนสิบสามหลัก (เลขด้านหน้าบัตร) และรหัส Laser ID ด้วยว่า การกระทำของพรรคประชาชนเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แม้ในเบื้องต้นยังไม่ได้เห็นเอกสารแบบฟอร์มของพรรคว่ามีรูปแบบอย่างไร แต่หากพูดโดยหลักการในเรื่องรหัสเลขหลังบัตรประชาชน หรือ Laser ID เป็นสิทธิส่วนตัว และเป็นรหัสสำสำคัญ ซึ่งสำนักทะเบียนกระทรวงมหาดไทยระบุชัดเจนว่า เป็นข้อมูลส่วนตัว หากใครได้รหัสดังกล่าวไปสามารถนำข้อมูลของเจ้าของบัตรไปทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนำไปใช้ในทางไม่ดีจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นพรรคประชาชนอาจถูกตั้งคำถามในเรื่องดังกล่าว และนี่ยังไม่รวมถึงความผิดทางกฎหมายที่จะตามมาด้วย

“เชื่อว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าการดำเนินกิจการทางการเมืองมีเจตนาแฝงเร้น หรือมีเจตนาที่อาจจะไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คือพูดง่ายๆ ว่ามันมีความผิด ซึ่งคิดว่าถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงน่าจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพรรคประชาชนแน่นอน”

เมื่อถามว่า เว็บไซต์พรรคประชาชนได้ออกมาแจ้งว่า การให้ผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องระบุเลขรหัสหลังบัตรประชาชน เป็นเพราะต้องการทำให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยเฉพาะการบริการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด พรรคการเมืองห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยืนยันด้วย “รหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน” (Laser code) นายธนพรกล่าวว่า สิ่งที่พรรคประชาชนกล่าวอ้างไม่น่าจะถูกต้อง เพราะว่าเวลาประชาชนทั่วไป หรือแม้กระทั่งตนเองไปทำธุรกรรมใดๆ ในสถานที่ราชการก็ใช้เพียงหน้าบัตรประชาชนที่มีเลข 13 หลักก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นเห็นว่า การแก้ตัวเช่นนี้ถือว่าไม่ตรงไปตรงมา เพราะโดยหลักการไม่มีความจำเป็นอะไรที่พรรคการเมืองจะต้องไปรู้เลขรหัสด้านหลัง ดังนั้นการที่ชี้แจงว่าเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นคนไทยจึงไม่เป็นเหตุเป็นผล

เมื่อถามว่า ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลทางกฎหมายอย่างไรกับพรรคประชาชน นายธนพรกล่าวว่า การจะออกแบบฟอร์มที่เป็นทางการของพรรคการเมือง โดยหลักการทั่วไปต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นถ้าเป็นสิ่งที่กรรมการบริหารพรรครู้อยู่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย หรือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลก็แสดงให้เห็นว่า การดำเนินกิจการพรรคมีเจตนาแฝงเร้น ซึ่งไม่น่าจะเป็นเจตนาที่ดี และอาจส่งผลให้พรรคประชาชนถูกยุบพรรคได้ โดยเฉพาะหากมีผู้ไปร้อง เรื่องนี้เรื่องใหญ่ และมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไปถึงยุบพรรค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...