โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประชากรหุ่นยนต์จ่อแซงมนุษย์! คาดแตะ 1 พันล้านตัวในปี 2035

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภายในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า “หุ่นยนต์ AI” จะมีจำนวนมากกว่า“ประชากรวัยทำงาน” เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ หันมาใช้ AI Agents มากขึ้นและยังคงเดินหน้าลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอดีตผู้บริหารของ Citi ออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ร็อบ การ์ลิก อดีตหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรม เทคโนโลยี และอนาคตการทำงานของ Citi Global Insights ให้สัมภาษณ์กับรายการ “Squawk Box Europe” ทางช่องข่าว CNBC ว่า เมื่อผู้นำองค์กรยังคงให้ความสำคัญกับ “กำไร” เป็นอันดับแรก แรงงานมนุษย์ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ระบบผู้นำทางเศรษฐกิจและธุรกิจของเรา ยกย่องความสามารถในการทำกำไรเป็นหลัก” การ์ลิกกล่าวในการสนทนากับสตีฟ เซดจ์วิก และเบน บูลอส แห่ง CNBC

“เมื่อคุณนำเรื่องกำไรมาผนวกเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เรากำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กล่าวคือ ปัญญาประดิษฐ์จะทำงานได้มากขึ้น ดีขึ้น และถูกลงเรื่อย ๆ และสุดท้ายมันจะสามารถเข้ามาทดแทนมนุษย์ได้”

การ์ลิก ซึ่งเพิ่งเขียนหนังสือชื่อ “AI – Anarchy or Abundance? Why the Future of Work Needs Pro-Human Leaders” (AI – ความโกลาหลหรือความอุดมสมบูรณ์? ทำไมอนาคตของการทำงานต้องการผู้นำที่ยืนข้างมนุษย์) อธิบายว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ของเขาที่ Citi ได้ชี้ให้เห็นว่า จำนวนหุ่นยนต์ AI จะพุ่งทะยานอย่างมาก อันเป็นผลจากการตัดสินใจทางธุรกิจลักษณะนี้

“ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า จำนวนหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้ จะมี ‘มากกว่า’ จำนวนประชากรวัยทำงาน และถ้าคุณนับรวมเอเจนต์ขนาดเล็กต่าง ๆ เข้าไปด้วย ตัวเลขมันจะระเบิดขึ้นอย่างมหาศาล” เขากล่าวเพิ่มเติม

รายงานของ Citi ปี 2024 ที่มีร็อบ การ์ลิกเป็นผู้นำการศึกษา คาดว่า หุ่นยนต์ AI ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ หุ่นยนต์ทำความสะอาดในบ้าน หรือรถยนต์ไร้คนขับ จะเพิ่มจำนวนเป็น 1.3 พันล้านตัวภายในปี 2035 และจะพุ่ง “ทะลุ 4 พันล้านตัว” ภายในปี 2050

รายงานยังคำนวณด้วยว่า หุ่นยนต์จะใช้เวลากี่สัปดาห์ถึงจะ “คืนทุน” จากการแทนที่แรงงานมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ราคา 15,000 ดอลลาร์ ถ้าแทนงานที่จ่ายค่าแรง 41 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง จะคืนทุนใน 3.8 สัปดาห์ ถ้าแทนงานค่าแรง 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง จะคืนทุนใน 21.6 สัปดาห์

หุ่นยนต์ราคา 35,000 ดอลลาร์ ถ้าแทนงานค่าแรง 41 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง จะคืนทุนใน 8.9 สัปดาห์

การ์ลิกบอกกับ CNBC ว่า “ตอนนี้คุณสามารถซื้อหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ได้แล้ว และใช้เวลาคืนทุนไม่ถึง 10 สัปดาห์เมื่อเทียบกับแรงงานคน มนุษย์แข่งขันกับเรื่องต้นทุนแบบนี้ไม่ได้”

นอกจากนี้ รายงาน Work Trend Index ของ Microsoft ระบุว่า 80% ของผู้บริหารคาดว่า ภายใน 12–18 เดือนข้างหน้า AI Agents จะถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ AI ในองค์กร ซึ่ง AI Agents คือ โปรแกรมที่สามารถตัดสินใจและทำงานต่าง ๆ ได้เอง โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยสั่งทุกขั้นตอน

ขณะเดียวกัน บ็อบ สเติร์นเฟลส์ ผู้บริหารระดับโลกของ McKinsey เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทมี AI agents 20,000 ตัว ทำงานคู่กับพนักงานมนุษย์ 40,000 คน

เมื่อหนึ่งปีก่อน บริษัทมีเอเจนต์แค่ 3,000 ตัวเท่านั้น และเขาคาดว่าในอีก 18 เดือนข้างหน้า จำนวน“เอเจนต์” จะเท่ากับจำนวนพนักงานมนุษย์

ด้านอีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ก็แสดงมุมมองในทิศทางเดียวกัน ระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอสเมื่อเดือนที่แล้ว โดยระบุว่า AI มีแนวโน้มจะมีสติปัญญาเหนือกว่ามนุษย์ภายในสิ้นปีนี้

มัสก์กล่าวว่า “ในการคาดการณ์อนาคตแบบที่ไม่เลวร้าย ผมคิดว่าเราจะผลิตหุ่นยนต์ AI ได้จำนวนมากมหาศาล จนกระทั่งมันเข้ามาเติมเต็มทุกความต้องการของมนุษย์… จะเกิดความอุดมสมบูรณ์ของสินค้าและบริการ เพราะผมคาดว่าจะมีหุ่นยนต์มากกว่าจำนวนประชากร”

ความกังวลเรื่อง AI เข้ามาแทนที่แรงงานเพิ่มสูงขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา หลังบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น Amazon, Salesforce, Accenture, Heineken และ Lufthansa ระบุว่า เทคโนโลยี AI เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ต้องลดตำแหน่งงานลงหลายพันตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม มีผู้นำบางรายที่มีมุมมองเชิงบวก อย่าง “เจนเซน หวง” ซีอีโอของ Nvidia คาดว่า “ยุคบูมของ AI” จะสร้างงานที่มีรายได้ระดับหกหลัก (เกินแสนดอลลาร์ต่อปี) ให้กับแรงงานที่สร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI และโรงงานผลิตชิป

หวงระบุว่า เทคโนโลยี AI จะช่วยกระตุ้น “งานสายช่างฝีมือ” เช่น ช่างประปา ช่างไฟฟ้า งานก่อสร้าง และงานเหล็ก ให้มีความต้องการสูงขึ้น
อ้างอิง: cnbc

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...