กกต.เผยคำร้องซื้อเสียงอื้อ รอสอบก่อนประกาศผลเลือกตั้งทางการ
วันที่ 9 ก.พ. 69 รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก, ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร และพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ ร่วมกันแถลงข่าว เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวถึงกรณีที่กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ในพื้นที่ จ.น่าน ฉีกบัตรเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้กำลังรอรายละเอียดข้อเท็จจริงจากผู้อำนวยการเขตเลือกตั้ง ว่า เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนไหน และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบกฎหมายหรือไม่ หากฝ่าฝืนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะมีกระบวนการในการเสนอ กกต. เพื่อพิจารณาต่อไป
ส่วนกรณี กปน. ในพื้นที่ จ.พะเยา ที่แอบหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบโดยไม่มีอำนาจนั้น ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างรอรายงานอย่างชัดเจน เพราะกระบวนการนับคะแนนเพิ่งจะแล้วเสร็จ หากมีความชัดเจนแล้ว กระบวนการก็จะเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย โดยในกรณีที่เป็นการกระทำที่มีฝ่าฝืนระเบียบกฎหมาย ก็จะต้องเสนอให้ กกต. พิจารณาต่อไป
ส่วนกรณีที่ จ.ปทุมธานี ที่กระบวนการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร และบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ต้องนับคะแนนใหม่นั้น ยืนยันว่า เมื่อนับคะแนนใหม่แล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ผลคะแนนเปลี่ยนแปลงไป
กรณีที่มีกระแสข่าวว่า การนับคะแนนเดิมพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำ แต่เมื่อนับคะแนนใหม่ พรรคประชาชนมีคะแนนขึ้นนำนั้น ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า ข่าวน่าจะคลาดเคลื่อน เพราะจากการตรวจสอบ ผลการลงคะแนนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ย้ำว่า การนับคะแนนของหน่วยดังกล่าวเป็นการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต และนอกราชอาณาจักร ซึ่งจะต้องนำผลคะแนนมารวมกับการเลือกตั้งทั่วไปด้วย
ส่วนการใช้ถุงดำมาปิดคลุมกล้องวงจรปิด และไม่อนุญาตให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนนั้น ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร ยืนยันว่า ทุกพื้นที่ประชาชนสามารถเข้า สังเกตการณ์ได้ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งมองเห็นได้อยู่แล้ว และหากมีความ ผิดพลาดเกิดขึ้น ก็สามารถทักท้วงได้ทันที
ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร บอกอีกว่า ในการรับฟังสื่อบางครั้งต้องตั้งหลักให้ดี ย้ำว่า ระหว่างนับคะแนน และลงคะแนน หากพบเห็นกระบวนการใดที่เกิดความผิดพลาด คลาดเคลื่อน กฎหมายกำหนดว่าทุกคนมีสิทธิ์ทักท้วง คัดค้านการปฏิบัติงานของ กปน. ได้ ซึ่งหากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา กกต. ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หากบางเรื่องมีผลทำให้ต้องสั่งให้เลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ก็ต้องเป็นไปได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ขณะที่ กรณีของหน่วยเลือกตั้งใน เขต 9 กรุงเทพมหานคร ทราบว่า ระหว่างนับคะแนนมีฝนตก พายุพัด ทำให้แบบขีดคะแนนเปียกน้ำ และบัตรเลือกตั้งปลิว ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการนับคะแนน จึงต้องมีประกาศงดนับคะแนนต่อ และ กปน. จะต้องรายงานผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต เพื่อรายงานต่อ กกต. ให้พิจารณา ซึ่งตามข้อกฎหมาย หากบัตรเลือกตั้งมีการชำรุดเสียหาย กกต. สามารถสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อถามถึงความผิดพลาดของ กปน. ที่ก่อนหน้านี้มีการจัดอบรม ใช้งบประมาณไปกว่า 480 ล้านบาท แต่เมื่อถึงวันทำงานจริง กลับเกิดข้อผิดพลาดจำนวนมากนั้น กปน.จะมีความผิดที่ต้องสอบสวนหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า ในกาาปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. มีกรอบระเบียบและข้อกฎหมายอยู่แล้ว หากเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือมีการร้องคัดค้านทักท้วงเข้ามา ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องพิจารณา หากข้อไหนไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ก็จะมีโทษตามกฎหมายอย่างชัดเจน
ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร ยังกล่าวถึงการประกาศผลการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ว่า ขณะนี้ต้องรอให้ กกต.ตรวจสอบก่อนว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ รวมถึงต้องรอให้การรายงานผลคะแนนมีความคืบหน้า ไม่น้อยกว่า 95% ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด หรือประมาณ 383 หน่วย จึงจะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ โดยในส่วนของกฎหมายระบุให้ กกต. ต้องประกาศผลการเลือกตั้งไม่ช้ากว่า 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง
ด้าน ร.ต.อ. ชนินทร์ กล่าวว่า ความผิดพลาดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการการจัดการเลือกตั้ง การฉีกบัตรเลือกตั้งให้เสียหาย การจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และระบบการรายงานผลคะแนนที่เกิดการผิดพลาดทางเทคนิค กกต. ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกเรื่อง เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขในทันที
ส่วนคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขณะนี้มีรวม 113 เรื่อง โดยคำร้องเกี่ยวกับการซื้อเสียงมีจำนวนสูงมากที่สุด และตั้งเป็นสำนวนแล้ว 107 เรื่อง ซึ่งทุกคำร้องอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถยื่นคำร้องได้ตลอด จนกระทั่งหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว 30 วัน .