ประกันสังคม แจงยิบใช้เงินผู้ประกันตนสร้างโรงอาหาร ที่กระทรวงแรงงาน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้เงินสมทบของผู้ประกันตน ไปสร้างห้องอาหารที่กระทรวงแรงงาน ดินแดง ว่า การปรับปรุงโรงอาหารนั้นไม่ใช้งบประมาณในส่วนของการลงทุน แต่เป็นพื้นที่ใช้สอยของเรา เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมเป็นส่วนราชการ แต่ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินมาบริหารจัดการ จะได้รับเฉพาะเงินเดือนข้าราชการเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายที่เหลือทางสำนักงบประมาณ รัฐบาลมองว่า ในเมื่อ พ.ร.บ.ประกันสังคม เปิดโอกาสให้การบริหารจัดการของ สปส. สามารถนำเงินสมทบไม่เกิน 10% มาดำเนินการได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างต่างๆ ก็จะใช้จากเงินสมทบทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงอาหารนั้น เป็นการปรับปรุงพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับบริการกับสำนักงาน สปส. ทั้งนี้เวลามีการปรับปรุง ก็ต้องมีการเขียนแบบแปลนต่างๆ ให้เรียบร้อย มีการประมาณราคาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทาง สปส. หากมีการปรับปรุงการก่อสร้างอะไรต่างๆ นั้น แบบแปลนต้องถูกรับรองและประเมินราคาโดยส่วนราชการที่มีหน้าที่ เราก็ต้องไปขอให้เขาประเมินให้ แล้วราคาก็จะออกมาจากหน่วยงานนั้น
เมื่อถามย้ำถึงการบริหารจัดการต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคม มาจาก 10% ของเงินสมทบของผู้ประกันตนแล้ว ยังมีจากแหล่งอื่นอีกหรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า พ.ร.บ.ประกันสังคมมาตรา 24 ระบุว่า ให้สำนักงาน สปส. สามารถนำเงินสมทบประจำปี ในอัตราไม่เกิน 10% ของเงินสมทบประจำปีมาใช้ในการบริหารจัดการได้ ซึ่งเมื่อสำนักงบประมาณ มองว่า สปส.มีงบฯ เองแล้ว แรกๆ เราทำคำขอไปทุกปี แล้วสำนักงบฯ จะตัดงบฯ ลงทุนก่อสร้าง งบฯ ดำเนินงาน งบฯ ใช้สอย อาทิ กระดาษ วัสดุสำนักงานต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น ตรงนี้ไม่ให้เลย จะให้เฉพาะเงินเดือนข้าราชการเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เงิน 10% ของเงินสมทบประจำปีถือว่า ค่อนข้างสูง ทาง สปส.ก็พยายามตีกรอบว่า ปีที่ผ่านมาใช้เท่าไหร่ ก็ไม่ควรเพิ่มมากจากปีที่แล้ว ยกเว้นมีการจำเป็นต้องสร้างตึก เช่น สำนักงานประกันสังคมจังหวัดบางจังหวัดเช่าอยู่ พอธนารักษ์ให้ที่ดินมาเพื่อสร้างตึก เราก็อาจจะมีงบฯ ก่อสร้างเพิ่มเข้ามา เราก็พยายามบริหารจัดการ เราไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปผ่านสภา แต่กระบวนการผ่านงบฯ นี้แทบจะเหมือนสภาเลย คือ พอหน่วยงานตั้งมาแล้วจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองชั้นหนึ่งก่อน แล้วค่อยไปเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ ก็จะโดนตัดอีก บางทีตัดเก่งกว่าสภาอีก กลั่นกรองเสร็จถึงจะเสนอเข้าบอร์ด สปส. ว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือจะมีการพิจารณาปรับลดอย่างไรหรือไม่ หากผ่านการอนุมัติจากบอร์ดแล้วถึงจะออกเป็นประกาศจัดสรรค่าใช้จ่ายประจำปี
“โดย สปส.จะใช้งบบริหารเหล่านี้ประมาณ 5 พันกว่าล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 2% จากที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ 10% จากเงินสมทบประจำปี และถ้าเทียบกับดอกผลที่เราหาเข้ามาสู่กองทุน” นางนิยดา กล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องการปรับปรุงโรงอาหาร ยังมีเรื่องร้องเรียนทางกฎหมายอยู่กับหน่วยงานอื่นๆ หรือไม่ เช่น สตง. หรือ ป.ป.ช. นางนิยดา กล่าวว่า ไม่มีแล้ว เราชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจบไปแล้ว ส่วนเรื่องการเปิดแอร์นั้น เปิดได้ แต่ก็เป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งจริงๆ โดยเฉพาะอากาศตอนเช้าๆ ที่โรงอาหารถือว่าอากาศเย็น อย่างไรก็ตาม ค่าน้ำก็ใช้จากค่าเช่าที่ผู้ค้าในโรงอาหารมาจ่ายตรงนั้น
เมื่อถามย้ำว่า เนื่องจากตอนนี้โดนจับจ้องไปที่โรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน แต่จริงๆ แล้ว งบฯ 10% ของเงินสมทบผู้ประกันตนถูกใช้บริหารหน่วยงานของ สปส.ทุกจังหวัดใช่หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า ใช่ เงินส่วนนี้เราใช้สำหรับดำเนินการ สปส.ทุกจังหวัด ทั้งประเทศ.