อุทยานฯ น้ำตกคลองแก้ว เฝ้าระวังช้างป่า 15 ตัว ออกนอกพื้นที่
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จังหวัดตราด สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) รายงานสถานการณ์การออกหากินนอกพื้นที่ของช้างป่าอย่างต่อเนื่อง โดยพบช้างป่ารวม 15 ตัว แบ่งเป็นช้างเดี่ยว 3 ตัว และช้างโขลง 12 ตัว กระจายตัวในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี และอำเภอบ่อไร่ กับอำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
นายประไพย์ศักดิ์ สุขย้อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ในฐานะหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่า ชุดที่ 15, 16, 24, 30 และ 31 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าตลอด 24 ชั่วโมง โดยพบสถานการณ์สำคัญดังนี้
กรณีโขลงช้างป่าจำนวน 12 ตัว ได้ข้ามจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเข้ามายังจังหวัดตราด บริเวณหมู่ 4 ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี พบโขลงช้างป่า (รวมลูกช้างสีดอโก่ง) ออกหากินในพื้นที่ป่าไผ่ติดกับสวนทุเรียนขนาดใหญ่ของราษฎร ก่อนจะเคลื่อนย้ายข้ามเข้าสู่พื้นที่หมู่ 5 บ้านหนองบอน จังหวัดตราด เจ้าหน้าที่จึงติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนช้างเดี่ยวพบกระจายตัวใน 3 พื้นที่ ได้แก่
- พื้นที่หมู่ 6 ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด พบช้างป่า 2 ตัว คือ “เจ้าแคระ” และ “เจ้าแหว่ง” ออกหากินในสวนผลไม้และสวนยางพาราของราษฎร เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการผลักดันกลับเข้าป่าและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
- พื้นที่หมู่ 7 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ พบช้างป่า “เจ้ามั่วหลง” ออกหากินในสวนสับปะรดติดพื้นที่ป่า เคลื่อนผ่านซอย 6, 5 และ 4 โดยระหว่างการติดตามพบความเสียหาย ต้นยางพาราอายุประมาณ 6 ปี ถูกโค่นหัก 1 ต้น ก่อนช้างจะเคลื่อนกลับเข้าป่าในเวลาประมาณ 02.30 น.
- พื้นที่หมู่ 7 และหมู่ 3 ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมืองตราด พบช้างป่า “เจ้าเดฟ” ออกหากินในสวนสับปะรดบริเวณริมป่าชุมชน เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าผลักดันจนช้างกลับเข้าป่าชุมชนในเวลาประมาณ 01.30 น.
ทั้งนี้ ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่าทุกชุดยังคงปฏิบัติหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของราษฎร และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นช้างป่าในพื้นที่ใกล้เคียงชุมชน ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือรบกวนช้างป่า เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย
ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช