FTE โปรเจ็กต์จ่อเข้าเพียบชิงงานดาต้าเซ็นเตอร์พันล.
#FTE #ทันหุ้น – FTE เม็ดเงินลงทุนก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ไหลเข้าไทย หนุนระบบดับเพลิงโตตาม เชื่อหนุนผลงานปี 2569 ทำจุดสูงสุดใหม่ วางกลยุทธ์กระจายฐานลูกค้า เพิ่มสินค้าใหม่ พร้อมรับอานิสงส์บาทแข็งค่า คุมต้นทุนดีขึ้น เล็งประมูลงานดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าพันล้านบาท
นายทักษิณ ตันติไพจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจำหน่าย บริการออกแบบ รับเหมาติดตั้ง ซ่อมแซม ตรวจสอบอุปกรณ์-ระบบดับเพลิงครบวงจร เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 10% ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ต่อเนื่องจากปี 2568
ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจระบบดับเพลิงยังเติบโตขึ้นจากการก่อสร้าง Data center ที่เข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก และมีเม็ดเงินการลงทุนที่สูง โดยโครงการดังกล่าวต้องใช้ระบบดับเพลิงและระบบแจ้งสัญญาณไฟไหม้ชนิดพิเศษ ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญในงาน EPC ด้านนี้อยู่แล้ว
@รับอานิสงส์บาทแข็ง
ขณะที่กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทจะเน้นการกระจายฐานลูกค้า โดยเฉพาะผู้รับเหมารายย่อยที่ยังไม่เคยซื้อสินค้าจากบริษัท แต่ยังคงอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม และเพิ่มรายการสินค้าใหม่ๆ เข้าไปในตลาด เพิ่มพนักงานขายเพื่อดูแลลูกค้า นอกจากนี้บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ในการนำเข้าสินค้าทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
สำหรับปัจจัยเสี่ยงในธุรกิจจะมาจากการจ่ายเงินของผู้รับเหมาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งบริษัทจึงได้พยายามกระจายความเสี่ยงในการเข้าไปรับงาน Data center และงานโรงงานอุตสาหกรรมให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงงานโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
อย่างไรก็ตามบริษัทได้เตรียมเข้าประมูลงานโครงการ Data center ซึ่งมีอยู่ในตลาดมีอยู่ประมาณ 10 งาน โดยเป็นโครงการขนาดใหญ่ มูลรวมหลักพันล้านบาท ที่เป็นงานระบบดับเพลิง ซึ่งบริษัทหวังผลว่าจะชนะการประมูลไว้ประมาณ 30% ในส่วนงานที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ยังเติบโตขึ้นเพราะว่ามีการลงทุนย้ายฐานผลิตของลูกค้าต่างชาติเข้ามาที่ไทยอย่างต่อเนื่อง
@กำแบ็กล็อก 650 ล.
อย่างไรก็ดีในส่วนงานเข้าประมูลงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดว่าจะมีงานใหม่อยู่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งได้ทยอยประมูลแล้ว โดยบริษัทหวังผลว่าจะชนะการประมูลไว้ประมาณ 30% โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ประมาณ 650 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 80%
สำหรับผลประกอบการงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 366.27 ล้าน บาท ลดลงเท่ากับ 14.78 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.88 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 1,017.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่ากับ 82.43ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.81 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการในงวด 9 เดือนดังกล่าว เป็นผลมาจากการผสมผสานของหลาย ปัจจัยทั้งจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงและจากการได้รับโครงการใหม่ที่ เลื่อนจากปี
2567 มาเริ่มดำเนินการในปี 2568 โดยเฉพาะโครงการในกลุ่ม ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center), โรงงาน อุตสาหกรรม, และ สถานีไฟฟ้าย่อย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง