กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม นำทัพปราบฮ่อที่ทุ่งเชียงคำ สงครามสำคัญในรัชกาลที่ ๕ เพื่อปกป้องอาณาเขตสยาม
THE STATES TIMES
อัพเดต 26 ต.ค. 2568 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2568 เวลา 03.20 น. • Hard News Teamเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2428 พันเอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เสด็จเป็นแม่ทัพกองทัพฝ่ายใต้ ยกกำลังไปปราบพวกฮ่อที่ทุ่งเชียงคำ โดยตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมืองหนองคาย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในศึกสำคัญของรัชกาลที่ 5 เพื่อปกป้องอาณาเขตของสยามจากกลุ่มฮ่อที่ก่อความไม่สงบในภาคเหนือและลาว
“พวกฮ่อ” คือชาวจีนที่หนีการปราบปรามของราชวงศ์ชิง หลังความพ่ายแพ้ของกบฏไท่ผิง จึงหลบหนีเข้ามาในดินแดนสยาม ก่อเหตุปล้นสะดมในเขตหลวงพระบาง พวน และหนองคาย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรเป็นวงกว้าง ทำให้สยามต้องจัดกองทัพขึ้นปราบถึง 3 ครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2418 – 2430
การปราบฮ่อครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2428 นับว่าสำเร็จได้ด้วยยุทธวิธีและอาวุธที่ทันสมัยแบบตะวันตก ภายใต้การนำของกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม แม้กองทัพจะต้องเผชิญภัยไข้ป่าและการขาดแคลนเสบียง แต่ก็สามารถขับไล่พวกฮ่อออกจากดินแดนสยามได้สำเร็จ ทำให้ชายแดนภาคเหนือกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ภายหลังสงคราม รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “เหรียญปราบฮ่อ” ขึ้นในปี พ.ศ. 2431 เพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความดีความชอบแก่ผู้ไปราชการปราบฮ่อ เหรียญนี้ผลิตโดยบริษัทบีกริมแอนด์โก ประเทศเยอรมนี จำนวนเพียง 500 เหรียญ ถือเป็นเหรียญรางวัลทางทหารชุดแรกของไทย
เหรียญปราบฮ่อจึงไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศของนักรบสยามเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 5 ในการพัฒนากองทัพไทยสู่มาตรฐานสากล ปัจจุบันเหรียญดังกล่าวกลายเป็นของหายาก มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาท และเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ผู้สะสมและข้าราชการเก่าในนาม “เหรียญนักเลง” แห่งยุครัชกาลที่ 5