โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แสงสว่างแห่งแผ่นดิน” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 นับเป็นอีกหนึ่งวันที่หัวใจของปวงชนชาวไทยต้องจมอยู่ในความโศกเศร้าอาลัย เมื่อสำนักพระราชวังได้ประกาศข่าวอันน่าใจสลาย ว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา

ตลอดระยะเวลากว่า 9 ทศวรรษแห่งพระชนม์ชีพ และกว่าครึ่งศตวรรษแห่งการทรงงานเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร ทรงเป็น "พระแม่เจ้าของชาติ" ผู้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย

แม้บัดนี้จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้ ยังคงผลิดอกออกผลและเป็น "แสงสว่าง" ที่หล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินไทยและปวงชนตราบนิรันดร์ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ขอย้อนตามรอยเส้นทางแห่งการทรงงานที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ไว้แก่แผ่นดิน

จากผืนผ้าสู่ศิลป์แผ่นดิน: สร้างอาชีพ พลิกฟื้นวัฒนธรรม

พระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น ปรากฏชัดผ่านโครงการ "ศิลปาชีพ" อันเลื่องลือ เมื่อครั้งเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี พ.ศ. 2513 ทรง "ปัดฝุ่น" ภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่าง ‘ผ้าไหมไทย’ ที่เกือบถูกลืมเลือน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทรงส่งเสริมการทอผ้า ก่อเกิดเป็นอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ไม่เพียงแต่สร้างอาชีพ แต่ยังทรงเป็น "ราชินีแห่งไหมไทย" ผู้นำความงดงามนี้สู่สายตาชาวโลก ฉลองพระองค์อันวิจิตรตระการตาที่ตัดเย็บจากผ้าไทย ทำให้พระองค์ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสตรีที่แต่งพระองค์งามที่สุดในโลก (พ.ศ. 2505) และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหันกลับมาสวมใส่ผ้าไทยอย่างภาคภูมิใจจวบจนปัจจุบัน

พระมหากรุณาธิคุณด้านศิลปวัฒนธรรมยังแผ่ไพศาลไปถึง ‘โขน’ ศิลปะการแสดงชั้นสูงของชาติที่เกือบจะสูญสลายไปตามกาลเวลา ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ฟื้นฟูองค์ความรู้ ทั้งการแสดงและการสร้างเครื่องแต่งกายโขนตามแบบโบราณราชประเพณี ก่อกำเนิด "โขนพระราชทาน" ที่ปลุกให้มหรสพหลวงกลับมาเฉิดฉาย และได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

เพื่อเป็นศูนย์รวมและสืบสานงานประณีตศิลป์เหล่านี้ ‘สถาบันสิริกิติ์’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น พัฒนาจากโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา กลายเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานอันวิจิตรของลูกหลานชาวนาชาวไร่ ณ พิพิธภัณฑ์ "ศิลป์แผ่นดิน" อันเป็นประจักษ์พยานถึงพระวิริยะอุตสาหะในการสืบสานมรดกของชาติ

จากป่าต้นน้ำสู่ฟาร์มตัวอย่าง: คนกับป่า และการพัฒนาที่ยั่งยืน

“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า” พระราชดำรัสนี้สะท้อนถึงพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการทรงงานของในหลวง รัชกาลที่ 9 นำมาสู่โครงการ ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่’ ที่ทรงพิสูจน์ให้เห็นว่า "คนกับป่า" สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล โดยราษฎรมีที่ทำกิน มีแหล่งน้ำ และในขณะเดียวกันก็ร่วมกันฟื้นฟูและรักษาผืนป่าต้นน้ำไว้

เช่นเดียวกับโครงการ “ฟาร์มตัวอย่าง” ที่ทรงริเริ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ขาดโอกาส ให้มีแหล่งเรียนรู้การเกษตรครบวงจร และในยามที่ประเทศเผชิญวิกฤติโควิด-19 ฟาร์มตัวอย่างเหล่านี้ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็น "ครัวของแผ่นดิน" ภายใต้โครงการ "ฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด-19" เพื่อจ้างงานและสร้างแหล่งอาหาร ช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนให้พึ่งพาตนเองได้

จากน้ำพระทัยสู่รากฐานของสังคม: สาธารณสุข การศึกษา และศาสนา

น้ำพระราชหฤทัยของ "พระแม่เจ้าของชาติ" ยังแผ่ไพศาลไปในทุกมิติของสังคม ทรงห่วงใยปัญหา ด้านสาธารณสุข ในพื้นที่ห่างไกล ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มี "หน่วยแพทย์พระราชทาน" ตามเสด็จฯ ทรงสานต่อโครงการหมอหมู่บ้าน และทรงรับคนไข้ยากจนไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ แม้ในยามวิกฤติโควิด-19 ก็ยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และอุปกรณ์การแพทย์เพื่อปกป้องบุคลากรด่านหน้า

ใน ด้านสังคมสงเคราะห์ พระเมตตาของพระองค์ไร้พรมแดน ทรงช่วยเหลือแม้กระทั่งผู้อพยพลี้ภัยสงครามชาวกัมพูชา ณ บ้านเขาล้าน และทรงจัดตั้ง ‘มูลนิธิสายใจไทย’ เพื่อดูแลทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครผู้เสียสละเพื่อชาติ ให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองและมีรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไป

รากฐานที่สำคัญที่สุดคือ การศึกษา ทรงตระหนักถึงความเท่าเทียม พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้าง "โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์" สำหรับชาวไทยภูเขา ทั้งเผ่าเย้าและเผ่าม้ง และทรงรับนักเรียนยากจนไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์นับพันคน เพื่อให้เยาวชนของชาติได้มีอนาคตที่สดใส

ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภิกาโดยแท้ ทรงอุปถัมภ์บำรุงทุกศาสนาในแผ่นดินไทย ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ฮินดู และซิกข์ ด้วยทรงตระหนักว่าทุกศาสนาคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของปวงชน

บัดนี้ แม้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจะเสด็จลับสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พระราชกรณียกิจทั้ง 9 ด้านที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งแห่งพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาลที่แผ่ปกคลุมแผ่นดินไทย พระองค์จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตราบชั่วนิรันดร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...