โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 907 จุด ทำนิวไฮต่อเนื่อง รับหุ้น AI-น้ำมันร่วงหนุนตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. เวลา 00.31 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. เวลา 00.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนวันอังคาร (4 ส.ค.69) โดยดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ จากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจ AI ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yield) ปรับตัวลดลง จากความหวังว่าจะมีความคืบหน้าในการยุติความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 54,085.88 จุด เพิ่มขึ้น 907.47 จุด หรือ +1.71% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,736.52 จุด เพิ่มขึ้น 136.02 จุด หรือ +1.79% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,584.99 จุด เพิ่มขึ้น 671.10 จุด หรือ +2.59%

ระดับปิดดังกล่าวนับเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ของดัชนีดาวโจนส์เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2569

หุ้น Palantir Technologies พุ่งขึ้น 29.5% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี ขณะที่หุ้น Caterpillar ปรับขึ้น 5.6% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ประจำปี จากความต้องการอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าและเครื่องจักรก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI

การปรับตัวขึ้นของหุ้น Caterpillar เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนีดาวโจนส์ โดยคิดเป็นแรงบวกต่อดัชนีราว 280 จุด

นักลงทุนยังคงติดตามผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาลจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่

ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงประมาณ 5% หลังมีสัญญาณว่าความพยายามทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งอาจเกิดขึ้นภายใน 2 วัน

การปรับลดลงของราคาน้ำมันยังทำให้ตลาดลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดยข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ความน่าจะเป็นลดลงเหลือ 56.9% จาก 67.2% ในวันก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงตาม

ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้าน AI ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) พุ่ง 6.6% ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 4.1% มากที่สุดในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...