ต่อชีวิต “โบสถ์เก่า” ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชน
สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับชุมชนของผู้สร้างสรรค์ศิลปะก็คือพื้นที่ในการแสดงออกและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในเทศมณฑล “บรุกลิน” แห่งมหานครนิวยอร์ก องค์กรอิสระที่ชื่อ AllInOne Collective มีความตั้งใจในการจัดหาพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับศิลปินเพื่อนำโอกาสมาให้พวกเขาได้ขยายเครือข่าย พร้อมสร้างความมั่นคงในเส้นทางอาชีพ และเป็นตัวกลางในการจัดหาพื้นที่ให้แก่ศิลปินในท้องถิ่น โดยองค์กรจะทำการค้นหา “อาคารเก่าแก่” ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานมาปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักพิงและสตูดิโอสำหรับศิลปิน
หลังจากผ่านหลายโครงการในการเปลี่ยนสถานที่เก่าให้เป็นแหล่งสร้างสรรค์ AllInOne ก็ได้หันมาสนใจ “โบสถ์ทรงโกธิก” แบบอังกฤษที่มีอายุกว่า 124 ปี ซึ่งชื่อว่า Flatbush Presbyterian Church ในย่านแฟลตบุช (Flatbush) ของบรุกลิน ซึ่งในช่วงปี 2019 โบสถ์แห่งนี้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเมื่อมันถูกขายทอดตลาดโดยเจ้าของเดิม และมีความเสี่ยงที่จะถูกทำลาย แต่ด้วยความโชคดีที่ โจเซฟ แบนดา (Joseph Banda) ผู้ทำงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเห็นความสำคัญของโบสถ์แห่งนี้ ตัดสินใจซื้อมัน เพราะอยากจะเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ในการต่อยอดสิ่งดี ๆ ต่อไป
ด้วยความตั้งใจที่ตรงกันในการพัฒนาชุมชนศิลปินในย่าน ทำให้แบนดาได้มาเจอกับ ออเดรย์ แบงก์ส (Audrey Banks) จิตรกร ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์ และนักออกแบบ UI/UX ผู้ก่อตั้ง AllInOne Collective ที่ได้ตกลงใจมาเป็นผู้เช่าโบสถ์แห่งนี้จากเขา และได้เปิดให้เหล่าศิลปินมาเช่าห้องหลายขนาดของโบสถ์หลังนี้ต่อในราคาถูก
ที่มาภาพ : Center for Brooklyn History
“ถ้าอาคารถูกสร้างมาแล้วหนึ่งร้อยปีและตอบโจทย์ของผู้สร้างแล้ว มันก็ยังมีอีกหลายเหตุผลที่อาคารเหล่านั้นจะยังตอบโจทย์ผู้อื่นได้อยู่ เพราะการทำลายอาคารสาธารณะย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนสร้างปรารถนาในตอนที่พวกเขาสร้างขึ้นมันมาอย่างแน่นอน” โจเซฟ แบนดา กล่าวถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการใช้พื้นที่โบสถ์ในฐานะสถานที่รวมตัวของผู้คน โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับความหมายเดิมที่เป็นศาสนสถาน แต่ยังสามารถใช้งานโบสถ์ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนผ่านไปได้
ดูโพสต์นี้บน Instagram
แบงก์สและทีมงานได้จัดสรรที่พื้นของโบสถ์เสียใหม่ ให้มีส่วนการใช้งานที่หลากหลาย โดยเริ่มจากโถงกลางของโบสถ์ที่ถูกปรับไปเป็นโคเวิร์กกิงสเปซ โดยยังคงเก็บม้านั่งยาวสำหรับการนมัสการวันอาทิตย์ให้อยู่ในสภาพเดิม แต่ติดตั้งโต๊ะพับเพิ่มเอาไว้สำหรับวางโน้ตบุ๊กเพื่อทำงาน และบางโอกาสโถงแห่งนี้ก็ยังกลายเป็นเวทีสำหรับจัดการแสดง หรือพื้นที่จัดงานแต่งงาน และยังมีบริเวณที่เปิดให้แบรนด์เสื้อผ้าท้องถิ่นได้มาเปิดหน้าร้าน โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำด้านการให้บริการ และด้านการเงินอีกด้วย
ถัดจากโถงกลาง ที่บริเวณชั้นหนึ่งของโบสถ์ถูกเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ และในอนาคตอาจจะมีร้านทำเล็บหรือร้านหนังสือมาร่วมด้วย ขณะที่เมื่อขึ้นไปยังชั้นสอง ก็จะพบกับสตูดิโอและแกลเลอรีสำหรับศิลปิน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ลับอย่างบริเวณโถงใต้ดิน ที่เปิดให้บรรดาศิลปินที่ต้องการเวทีสำหรับการจัดแสดงงานได้ใช้ตามวัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน เช่น เปลี่ยนเป็นห้องอัดเสียง สตูดิโอพอดแคสต์ หรือแม้แต่เป็นห้องเรียนได้ด้วย และสุดท้าย แบงก์สยังภูมิใจนำเสนอห้องประชุมที่ตั้งอยู่บนหอระฆังของโบสถ์ ซึ่งต้องเดินผ่านบันไดอันคดเคี้ยวที่ทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในปราสาทโบราณยังไงยังงั้น
ที่มาภาพ : Anna Bradley-Smith
ก่อนหน้านี้ AllInOne ได้เปลี่ยนสองพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างให้เกิดประโยชน์อย่างน่าทึ่งมาแล้ว โดยเป็นบ้านไม้อายุ 168 ปี และบ้านแถวโครงสร้างอิฐจากคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่ถูกปรับมาเป็นพื้นที่ให้ศิลปินเข้ามาอยู่อาศัย หรือใช้พื้นที่สร้างสรรค์ผลงานเช่นเดียวกับโบสถ์ในย่านแฟลตบุช โดยทั้งสามแห่งนี้ AllInOne ได้ปล่อยให้ศิลปินเช่าในราคาเป็นมิตรและต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปในบรุกลิน เพื่อตัดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของศิลปิน และทำให้พวกเขาสามารถตั้งใจสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยทางองค์กรจะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายที่เหลือเอง แต่ก็ยังได้รับรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายตั๋วเมื่อมีการจัดกิจกรรมขึ้นในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทุกคนในชุมชน เชลลี วอร์เรลล์ (Shelley Worrell) ผู้ก่อตั้ง CaribBeing แหล่งรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาวิชาชีพเพื่อสร้างงานสำหรับนำเสนอวัฒนธรรมของชาวแคริเบียนให้ความเห็นว่า ประชากรในย่านแฟลตบุชส่วนใหญ่มีเชื้อสายแคริเบียนที่ตั้งรกรากมาอย่างยาวนาน แต่โครงการที่แบงก์สได้สร้างขึ้น กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเชื้อชาติเท่าที่ควร แต่เธอก็เห็นด้วยกับรูปแบบการสร้างพื้นที่ศิลปะแบบนี้ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เธอรู้สึกเป็นคนนอกอยู่เล็กน้อยก็ตาม
แม้จะมีกระแสที่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่การปรับพื้นที่ให้มีความร่วมสมัยขึ้นอีกครั้งนี้ ก็ยังประโยชน์ให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะเหล่าศิลปินคนรุ่นใหม่ที่สามารถอาศัยพื้นที่เพื่อสร้างงานที่เกิดประโยชน์กับคนในชุมชนได้ สุดท้ายแล้ว แบงก์สหวังว่าในอนาคตโครงการนี้จะมอบสิ่งที่คนในชุมชนต้องการได้อย่างครบถ้วน และสามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลา เช่นเดียวกับการเปลี่ยนโบสถ์ให้รองรับความต้องการแบบใหม่ เพราะสิ่งสำคัญคือมันช่วยต่อชีวิตให้โบสถ์เก่าแก่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่ให้ถูกทำลายลง แต่ยังยืนหยัดและสร้างสิ่งดี ๆ ที่ส่งต่อไปยังลูกหลานของชุมชนในรุ่นต่อไปได้นั่นเอง
ที่มา : บทความ "An Abandoned Church in Flatbush to Become a Creative Hub, Performance Venue" โดย BK READER จาก bkreader.com
บทความ "A Developer and Artist Duo Are Building Creative Hubs in Brooklyn. A Flatbush Church Is Next" โดย Anna Bradley-Smith จาก brownstoner.com
เว็บไซต์ allinonecollective.com
เว็บไซต์ 494east23rd.com
เรื่อง : นพกร คนไว