โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปฐมเหตุเมื่อ “อิสลาม” แยกนิกายเป็น “ซุนนี-ชีอะห์” ไฉนไม่ถูกกัน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 36 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คัมภีร์อัลกุรอานของชาวมุสลิม (ภาพโดย Fauzan My ใน Pixabay)

ปฐมเหตุเมื่อ “อิสลาม” แยกนิกายเป็น “ซุนนี-ชีอะห์” ไฉนไม่ถูกกัน?

เป็นที่ทราบกันดีว่า โลกอิสลามมี “นิกาย” ทางศาสนาที่สำคัญ ได้แก่ ซุนนี(Sunni) และ ชีอะห์(Shia) บ่อยครั้งเรามักได้เห็นข้อพิพาทระหว่างสองนิกายแห่งศาสนาอิสลามตามหน้าสื่อ ตั้งแต่ระดับกลุ่มคน ไปจนถึงระดับรัฐต่อรัฐ ดังจะเป็นว่า ชาติผู้นำฝ่ายซุนนีอย่างซาอุดีอาระเบียก็มีข่าวระหองระแหงกับชาติผู้นำฝ่ายชีอะห์อย่างอิหร่านอยู่บ่อยครั้ง

การแบ่งแยกนิกาย

มูลเหตุแห่งการแบ่ง “นิกาย” ของชาวมุสลิมนั้น เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ช่วงหลังการจากไปของ นบีมุฮัมหมัด ผู้นำสูงสุดของโลกอิสลาม การเสียศาสดามุฮัมหมัด เมื่อ ค.ศ. 632 นำภาวะกึ่งสุญญากาศทั้งทางโลกและจิตวิญญาณมาสู่ชาวมุสลิม เพราะเมื่อยังมีชีวิต ท่านเป็นผู้นำทั้งทางศาสนา การทหาร การเมืองการปกครอง ครบจบในคนเดียว จึงยากมากที่จะหาใครทดแทนได้

เมื่อศาสดามุฮัมหมัดจากไป ชาวมุสลิมจึงมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการเลือก “ผู้สืบทอด” หรือ คอลีฟะฮ์ (กาหลิบ) ที่จะเป็นผู้นำประชาชาติมุสลิมคนต่อไป เพราะศาสดาไม่มีบุตรชาย และไม่ได้วางตัวทายาทเอาไว้

มุสลิมบางกลุ่มเห็นว่า คอลีฟะฮ์ควรจะเป็นผู้ที่มาจากอันซอร์ หรือผู้อาศัยอยู่ในเมืองมะดีนะฮ์ ซึ่งให้ความช่วยเหลือแก่ท่านศาสดาและชาวมุสลิมคราวอพยพจากเมืองมักกะฮ์ แต่บางพวกเห็นว่า ควรเป็นพวกมุฮาญิรีน หรือผู้ที่อพยพมาพร้อมท่านศาสดา โดยรวมเสียงส่วนใหญ่โน้มเอียงไปในทางที่ว่า ผู้สืบทอดควรมาจากผู้ที่เหมาะสม คู่ควร และได้รับการยอมรับจากประชาชาติอิสลาม หาใช่การเลือกจากเชื้อสายหรือการสืบสันตติวงศ์

แต่มีอีกกลุ่มที่สนับสนุน อะลีเป็นผู้นำ โดยอะลีเป็นลูกพี่ลูกน้องของศาสดามุฮัมหมัด (ลูกของลุง) และเป็นบุตรเขย เนื่องจากได้สมรสกับ “ฟาติมะฮ์” บุตรีคนเล็กของท่านศาสดา ในเรื่องความเหมาะสม กลุ่มผู้สนับสนุนเห็นว่า อะลีเองมีบทบาทสำคัญต่อศาสนาอิสลามเมื่อแรกก่อตั้ง เพราะท่านเป็นผู้ศรัทธาต่อศาสดามุฮัมหมัดตั้งแต่แรก ทั้งเคยยอมเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ด้วยการนอนแทนที่ของศาสดามุฮัมหมัด เพื่อให้ศาสดาหลบหนีจากผู้ประสงค์ร้ายอย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ผลการหารือได้ข้อสรุปว่า อะบูบักร์ผู้มีศักดิ์เป็นพ่อตาและมิตรสหายผู้ใกล้ชิดศาสดามุฮัมหมัดได้เป็นคอลีฟะฮ์คนแรก ส่วนฝ่ายผู้สนับสนุนอะลี ได้แต่เก็บงำความไม่พอใจเอาไว้เงียบ ๆ

ความขัดแย้งทางความคิดยังไม่ปรากฏเด่นชัดตลอดสมัยแห่งการปกครองของคอลีฟะฮ์อะบูบักร์ รวมถึงคนถัดมาอย่าง อุมัรผู้ติดตามคนสนิทและพ่อตา (อีกคน) ของท่านศาสดา กระทั่งปลายสมัยของคอลีฟะฮ์คนที่ 3 คือ อุษมาน ผู้ติดตามคนสนิทและบุตรเขย (อีกคน) ของท่านศาสดา เค้าลางแห่งความแตกแยกจึงเด่นชัดยิ่งขึ้น

ปลายสมัยคอลีฟะฮ์อุษมาน มีการเคลื่อนไหวเพื่อปลุกระดมมวลชนให้ยอมรับอะลี และปฏิเสธคอลีฟะฮ์คนก่อน ๆ เพราะถือว่าเป็นผู้ช่วงชิงตำแหน่งดังกล่าวไปจากท่านอะลี

ซุนนี ชีอะห์

กลุ่มผู้เคลื่อนไหวผลักดันให้ อะลี เป็นคอลีฟะฮ์ ภายหลังคือกลุ่ม “ชีอะห์” มาจาก “ชีอะห์ตุอะลี” หมายถึง ผู้สนับสนุน (ติดตาม) อะลี

ส่วนอีกกลุ่มที่เห็นว่า คอลีฟะฮ์ไม่จำเป็นต้องเป็นเชื้อสายของศาสดามุฮัมหมัด แต่เลือกจากผู้ที่เหมาะสมที่สุด คล้ายระบอบคณาธิปไตย ภายหลังคือกลุ่ม “ซุนนี”มาจาก “ซุนนะฮ์” หมายถึง ประเพณี-หลักปฏิบัติ ดังจะเห็นว่า ทั้ง อะบูบักร์ อุมัร และ อุษมาน ล้วนเป็นผู้ติดตาม คนสนิท หรือเครือญาติห่าง ๆ (ผ่านการสมรส) ของศาสดามุฮัมหมัดทั้งสิ้น

แต่สำหรับชาวชีอะห์แล้ว อะลีควรเป็นผู้นำประชาชาติมุสลิมมากกว่าผู้ใด แม้จะปราศจากคำสั่งเสียจากศาสดามุฮัมหมัด แต่พวกเขาเชื่อว่า ท่านศาสดาให้ความไว้วางใจและสนับสนุนอะลีผ่านการกระทำและคำพูดเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตแล้ว

นอกจากนี้ หลังจากอะลีได้เป็นคอลีฟะฮ์คนที่ 4 ท่านก็ถูกลอบสังหาร จึงมีฐานะเป็นผู้พลีชีพเพื่อศาสนาและเป็นนักบุญสูงสุด ชีอะห์บางกลุ่มถึงขนาดนับถืออะลีเป็นเทพเจ้าหรืออวตารของพระผู้เป็นเจ้าเลยทีเดียว

การแยก “นิกาย” ของศาสนาอิสลาม จึงมีมูลเหตุจากเรื่องผู้สืบทอดตำแหน่งจากท่านศาสดา คือการยอมรับที่แตกต่างกัน ซุนนี ให้การยอมรับคอลีฟะฮ์ทั้ง 4 ได้แก่ อะบูบักร์ อุมัร อุษมาน และอะลี แต่ใน 4 คนนี้ ชีอะห์ ให้การยอมรับเพียง อะลี เท่านั้น

แต่นั่นเพียงพอแล้วหรือสำหรับชนวนเหตุที่ให้สองนิกายไม่ลงรอยกันอย่างที่เป็นอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์และสืบเนื่องมาถึงโลกสมัยใหม่?

เชื้อไฟแห่งความร้าวฉานครั้งใหญ่เกิดขึ้นในยุคสมัยของคอลีฟะฮ์อะลี เมื่อท่านปลดเจ้าเมืองด้วยข้อกล่าวหาว่า พวกเขากดขี่ขูดรีดประชาชนโดยมิชอบ อุมาวียะห์หนึ่งในเจ้าเมืองที่มีคำสั่งปลด เป็นเจ้าผู้ปกครองซีเรียที่มีอำนาจที่สุดในบรรดาเจ้าเมืองทั้งหลาย เขาขัดคำสั่งดังกล่าว เป็นเหตุให้คอลีฟะฮ์อะลีต้องทำสงครามปราบปรามอยู่หลายปี กระทั่งตัวท่านถูกลอบสังหารใน ค.ศ. 661

หลังสิ้นคอลีฟะฮ์อะลี รูปแบบการปกครองของจักรวรรดิอิสลามและโลกมุสลิมก็เปลี่ยนไป จากระบอบคณาธิปไตย เป็นรูปแบบการสืบสันตติวงศ์ หรือราชวงศ์ หากแต่มิใช่วงศ์วานของศาสดามุฮัมหมัด แต่เป็นของคอลีฟะฮ์อุมาวียะฮ์ ผู้สถาปนาราชวงศ์อุมัยยะห์

ฝ่ายชาวชีอะห์ที่ยึดมั่นต่อหลักการผู้ปกครองประชาชาติมุสลิมต้องมาจากเชื้อสายศาสดามุฮัมหมัด เห็นว่าตำแหน่งผู้นำ หรือ “อิหม่าม” ควรตกแก่ ฮะซัน และฮุสเซน บุตรของท่านอะลี ผู้มีศักดิ์เป็นหลานท่านศาสดา พวกเขาจึงขับเคี่ยวกับราชวงศ์อุมัยยะห์ต่อ

กระทั่ง ค.ศ. 681 ได้เกิดเหตุการณ์ “โศกนาฏกรรม” ของโลกมุสลิม เมื่ออิหม่ามฮุสเซน ผู้สืบทอดตำแหน่งจากฮะซัน ถูกฝ่ายอุมัยยะห์สังหารอย่างโหดเหี้ยมพร้อมสมาชิกครอบครัว ในการปะทะที่คาร์บาลา ศีรษะของฮุสเซนถูกนำไปถวายคอลีฟะฮ์ของชาวซุนนี สร้างความความเคียดแค้นแก่ชาวชีอะห์อย่างมาก

หลังเหตุการณ์นั้น ฝ่ายชีอะห์ถูกปราบปรามและกดขี่จากราชวงศ์อุมัยยะห์อย่างหนัก จนสลายตัวไป ในที่สุด ราชวงศ์อุมัยยะห์ก็ประสบความสำเร็จในการยุติการอ้างสิทธิ์จากเชื้อสายศาสดามุฮัมหมัดเหนือประชาชาติมุสลิม

แม้จะสูญสิ้นอำนาจ แต่ชาวชีอะห์ยังนับถือ “อิหม่าม” สืบต่อกันมา โดยมี 12 อิหม่าม เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดในฐานะวงศ์วานของท่านศาสดาและท่านอะลี โดยอัล-มะห์ดีอิหม่ามคนที่ 12 ที่สาบสูญไปเมื่อ ค.ศ. 881 ถูกเล่าขานในหมู่ชาวชีอะห์ว่า ท่านจะกลับมายังโลกเพื่อนำความยุติธรรมกลับมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ แม้ความเห็นเรื่องความเหมาะสมของผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำประชาชาติมุสลิม จะนำไปสู่การแยกตัวของฝ่ายสนับสนุนอะลี หรือ นิกายชีอะห์ และขัดแย้งกับ นิกายซุนนี ที่เป็นมุสลิมส่วนใหญ่ แต่ไม่มีปราชญ์มุสลิมซุนนีประณามว่า พวกเขาเป็นกาเฟร (คนนอกศาสนา) แต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ไพศาล แก้วประสม ; อภิรัฐ สะมะแย.สุนหนี่ (Sunni) – ชีอะห์ (Shi’ite).วารสารพัฒนาบริหารศาสตร์. ปีที่ 28 ฉบับที่ 1 มกราคม 2531.

Sarah Pruitt. Islam’s Sunni-Shia Divide, Explained. Jan 10, 2022. From https://www.history.com/news/sunni-shia-divide-islam-muslim

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปฐมเหตุเมื่อ “อิสลาม” แยกนิกายเป็น “ซุนนี-ชีอะห์” ไฉนไม่ถูกกัน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...