ไทยควรถอดบทเรียนจีน? จีนชู Basic Research ปูทางครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ รับศึก Tech War ชี้องค์ความรู้ต้นน้ำคือกุญแจสู่เทคโนโลยีอนาคต เสริมอีโคซิสเต็มนวัตกรรม หวังลดพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ ไทยต้องสร้างฐานวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ก่อนหวังแข่งนวัตกรรมโลก
ผู้ใช้เฟสบุ๊ค อุอิ มุมิได้กล่าวว่า
จีนประกาศ เน้น วิจัยวิทยศาสตร์พื้นฐาน !!
เออ เป็นอะไรที่แบบผมอยากเห็นในประเทศไทยมากๆ เพราะสิ่งที่ Xi กล่าว "basic research is the origin of the entire scientific system and the matter switch for all technological issues" มันไม่มีอะไรเกินจริงเลย
ต่อให้ผมต้องพูดรอบที่ล้าน ก็ต้องพูดว่า เทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ระบบ GPS NMR อื่นๆ นั้นล้วนมาจากการเข้าใจธรรมชาติพื้นฐาน ซึ่ง ณ ตอนนั้นองค์ความรู้อาจจะยังไม่ได้โดนหยิบเพื่อเอาไปต่อยอดเป็น "ประโยชน์" แบบทันที (ประโยชน์ก็ต้องนิยามให้ดี หากจะนิยามว่า ทำให้ชีวิตดีขึ้น อำนวยความสะดวก มันก็ได้ แต่หากจะบอกว่า มันทำให้เราฉลาดขึ้น ลดพื้นที่ของความไม่รู้มากขึ้น มันก็ได้เช่นกัน)
สมัยก่อนผมเคยได้ยินว่า จีน ลงทุนซื้อ อุปกรณ์อะไรที่เขาสนใจ แล้วจากนั้นถอดออกทุกอย่างเพื่อดูว่าทำงานยังไง จากนั้นก็ทำการสร้างเรียนแบบ ปรับปรุงให้ดีขึ้น และที่ผ่านมาหากทำจริง ผมว่าเขาก็ประสบความสำเร็จมากๆเลยนะครับ เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรถ EV / Robot/ AI ผมว่าจีนนี้มาเบอร์ต้นๆ เอาเฉพาะ EV ผมเห็นข่าวว่า รถในเครือญี่ปุ่นออกมายอมรับว่า แพ้แล้ว ไม่น่าจะสู่จีนได้ หรือแม้กระทั้ง Musk เอง มีคนเคยถามถึง BYD ในสมัยเริ่มใหม่ เขาหัวเราะ แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะยังหัวเราะได้มั้ย
สิ่งที่ Xi ออกมาประกาศนี้ผมว่ามันมีความสำคัญ เพราะมันจะยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมไปอีกขั้น เพราะหากจีนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต้นน้ำได้ นั้นหทายความว่า ในอนาคตเขาไม่ต้องพึงใครละ(ถ้าต้องก็คงน้อยมาก) เพราะมันจะครบ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งมันคือ Ecosystem ที่เหมาะ (ทั้งนี้ในแง่ของการทำจริง ก็คงมีอุปสรรคแน่นอน อะไร ยังไง ก็ว่าไป เช่น งานวิจัยสายพื้นฐานนี้มันเห็นผลช้า และต้องการอิสระทางความคิด มันไม่ใช่ Quick win แต่มัน "จำเป็น")
สำหรับมุมมองผม เท่าที่ผมมีเพื่อนและรู้จักนักวิจัยจีน ผมก็เห็นได้เลยว่าเขาสนับสนุนวิจัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพราะสายงานวิจัยที่ผมทำอยู่อันหนึ่ง เช่น integrable systems เนี้ย ถามว่ามันมีประโยชน์ยังไง จะนำไปสู้นวัตกรรมยังไง ตอบยากมากๆ แต่ก็เห็นมีการจัดประชุมวิชาการเรื่องพวกนี้อย่างต่อเนื่องและสนับสนุนโดยัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐของเขา
ถ้าจะมองลงไปที่ Future Tech อย่างพวก Quantum Tech ผมว่าจีนก็เป็นผู้เล่นที่มีบทบาทมากๆเลย เขาลงทุนทำวิจัยทางด้านนี้แบบจริงจัง มีสถาบัน ห้องแลปวิจัย หรือ startup หลากหลาย หรือว่าง่ายๆ เขาก็ลงไปเล่นใน Tech war ณ ตอนนี้เหมือนกัน
กลับมาดูประเทศไทย ผมเห็น อว ประกาศยุทธศาสตร์เรื่อง Tech war ออกมาเหมือนกัน ผมว่าถือเป็นอะไรที่ดีมากๆ (ก็ต้องดูกันไปยาวๆ เพราะเพิ่มเริ่มต้น) เห็นพูดถึงเรื่องงานวิจัยพื้นฐานด้วย ก็หวังเป็นอย่างมากกว่าจะเพิ่มเม็ดเงินทางด้านงานวิจัยให้มากขึ้น และสร้าง Ecosystem ที่ทำให้คนเก่งอยากทำงานในประเทศ(อันนี้สำคัญมากๆ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะทำงานที่ไหน ก็คนไทยอยู่ดี)
เจาะลงมาอีกนิด วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน (IF) นั้นก็เป็นหนึ่งสถานที่ในไทยที่เน้นการทำงานวิจัยพื้นฐานจริงๆ ด้านฟิสิกส์ทฤษฎี เช่น
- Gravity
- Cosmology
- Field theory
- Quantum information/Quantum Tech
ก็ต้องขอบคุณมหาวิทยาลัยนเรศวรที่เห็นถึงความสำคัญของงานวิจัยส่วนนี้และส่งเสริม ทำให้เกิด Ecosystem เล็กๆตรงนี้ได้ และผมมองว่า IF จะเป็นส่วนช่วยในการสร้างกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน อีกทั้งยังเป็นที่สำหรับน้องเยาวชนที่สนใจเรื่องฟิสิกส์ในบริบทต่างๆ อีกด้วย
สุดท้าย ผมมองว่าใน Tech war นี้เราคงต้องเลือกว่า เราจะไปอยู่ตรงไหน เพราะเราคงไม่สามารถเอาชนะเจ้าใหญ่ได้ เช่น เราคงจะไปสร้างเครื่อง Quantum Computer แข่งกับเจ้าใหญ่ที่เขาทำ น่าจะยาก แต่หากมีความร่วมมือ แล้วเน้นไปที่พัฒนา Algorithm น่าจะมีโอกาศมากกว่า