โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

DITTO–TEAMG ลุยเฟส 2 “พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า” มูลค่า 1.5 พันล้าน เริ่มทยอยรับรู้รายได้ปีนี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 เม.ย. เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 12.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินฯ ซึ่งเป็นโครงการระดับประวัติศาสตร์บนพื้นที่พระราชทานกว่า 79 ไร่ ในเขตวังทองหลาง มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปัจจุบันการดำเนินงานของกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO และ TEAMG ได้เข้าสู่ระยะที่ 2 อย่างเต็มรูปแบบ

โครงการดังกล่าวมีความท้าทายสำคัญอยู่ที่การดูแลรักษา “ไม้มีค่าของกลาง” ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ ไม้พะยูง ไม้สัก และไม้ชิงชัน ที่ถูกนำมาแปรรูปและตกแต่ง ให้คงสภาพสมบูรณ์สูงสุด โดย TEAMG ได้ออกแบบระบบวิศวกรรมเฉพาะทางที่มีมาตรฐานสูงกว่าระบบอาคารทั่วไป ประกอบด้วย ระบบดับเพลิงแบบ Water Mist ซึ่งใช้ละอองหมอกความละเอียดสูงในการระงับอัคคีภัย เพื่อลดความเสียหายจากความชื้นและสารเคมี ระบบควบคุมความชื้นสัมพัทธ์แบบแม่นยำรายจุด (Precision Humidity Control) เพื่อรักษาสมดุลของเนื้อไม้ และการติดตั้งระบบแบบคู่ขนาน (Precision Installation) โดยวิศวกรทำงานร่วมกับช่างสถาปัตยกรรมไทยและศิลปินแห่งชาติในการติดตั้งระบบแสง สี เสียง และสื่อสารดิจิทัลควบคู่กับงานไม้แกะสลักอย่างระมัดระวังสูงสุด

ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 33% โดยในช่วงปี 2569–2570 จะเป็นระยะที่มีความเข้มข้นของงานตกแต่งภายในและระบบอัจฉริยะ (Smart System) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การรับรู้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของงานที่ดำเนินการ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรป่าไม้และศิลปวัฒนธรรมไทย รวมถึงการเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ไม้มีค่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะและแขกบ้านแขกเมือง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2571

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการได้มาซึ่งสัญญาจ้างใหม่ที่ 2,800 ล้านบาท และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับ 3,000 ล้านบาท ขณะที่คาดการณ์รายได้อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งการรับงานใหม่ในระดับที่สูงกว่ารายได้ที่รับรู้จะส่งผลให้บริษัทสามารถเพิ่มมูลค่างานในมือ (Backlog) ได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง 2 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นโครงการที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความประณีตสูง เช่น โครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า และโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่บริเวณคลองหก ซึ่งอยู่ในระยะที่ 2 โดยมีการดำเนินงานร่วมกับบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานออกแบบขยายสนามบินหลักอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สนามบินเชียงใหม่ที่ออกแบบแล้วเสร็จ สนามบินภูเก็ตที่มีความคืบหน้าเกินกึ่งหนึ่ง และสนามบินเชียงรายที่อยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัทมองว่าโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) เป็นโครงการที่มีศักยภาพสูงในด้านความปลอดภัยและความแน่นอนของการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำคัญนอกเหนือจากช่องแคบมะละกา รวมถึงโอกาสจากนิคมอุตสาหกรรมสองฝั่งทะเล และงานบริการซ่อมบำรุงเรือที่ประเทศไทยมีศักยภาพในระดับสากล อีกทั้งยังเห็นพ้องกับนโยบายภาครัฐในการขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟทางคู่และระบบขนส่งมวลชน อันจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

ในด้านกลยุทธ์การบริหารต้นทุนและการประมูลงานใหม่ บริษัทได้ปรับแนวทางบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ความมั่นคงทางการเงินของโครงการในการเจรจากับผู้จัดหาวัสดุเพื่อลดต้นทุน รักษาอัตรากำไร และปรับจังหวะการเข้าร่วมประมูลโครงการภาครัฐ รวมถึงชะลอการเข้าประมูลบางโครงการเพื่อรอการปรับค่าดัชนีราคากลางให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

ด้านนายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อรองรับการจัดแสดงไม้มีค่าที่มีมูลค่าสูงและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

การดำเนินงานของโครงการเป็นความร่วมมือระหว่าง TEAMG ซึ่งรับผิดชอบงานระบบและวิศวกรรมทั้งหมด บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ในเครือของ DITTO ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านงานพิพิธภัณฑ์และระบบจัดแสดง และศิวกรรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานลวดลายไทยและงานประณีตศิลป์ โดยมีการนำนวัตกรรมสำคัญมาใช้ เช่น ระบบดับเพลิงแบบ Water Mist และการพัฒนา Digital Twin ในรูปแบบแผนที่สามมิติใต้ฝ้าเพดาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาในอนาคต

ทั้งนี้ มูลค่างานที่เกี่ยวข้องกับโครงการคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานของบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ประมาณ 1,000 ล้านบาท และ TEAMG ประมาณ 500 ล้านบาท โดยการรับรู้รายได้เริ่มมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2569 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2570

สำหรับโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่บริเวณคลองหก มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยในเฟส 1 คาดว่างานก่อสร้างส่วนใหญ่จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการในระยะแรก ขณะเดียวกัน โครงการได้เข้าสู่เฟส 2 ซึ่งเน้นการพัฒนา Zoo Zone หรือพื้นที่จัดแสดงสัตว์ โดยบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบจัดแสดง ขณะที่ TEAMG รับผิดชอบงานระบบสนับสนุน เช่น ระบบน้ำและระบบป้องกันภัย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของมูลค่างานทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...