โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชาวอเมริกัน” นัดประท้วงใหญ่ แสดงพลังต้านทรัมป์ ปมเศรษฐกิจ-สงคราม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 11.14 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก NBC News ระบุว่า กระแสความไม่พอใจของประชาชนในสหรัฐฯ ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการทำสงครามกับ อิหร่าน ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ปัญหาราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงนโยบายเนรเทศผู้อพยพขนานใหญ่ (Mass Deportation) ที่ทวีความเข้มข้น ล้วนยิ่งซ้ำเติมความไม่พอใจของประชาชนในวงกว้าง

ด้าน Sarah Parker ผู้ประสานงานระดับชาติของกลุ่ม 50501 เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า นับตั้งแต่การประท้วงภายใต้ชื่อ “No Kings” ครั้งก่อน ประชาชนต้องเผชิญกับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมันและอาหาร ขณะที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าดำเนินนโยบายทางทหารในอิหร่าน นอกจากนี้ เธอยังประณามเหตุการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลให้พลเมืองอเมริกันเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมย้ำว่า “คนอเมริกันกำลังโกรธแค้น และพวกเขาคือกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องว่า ประเทศนี้ต้องไม่มีผู้ปกครองที่ใช้อำนวจอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุดจาก NBC News ยังสะท้อนว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารจัดการของประธานาธิบดีในหลายประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายตรวจคนเข้าเมือง สถานการณ์สงคราม และภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจภายในประเทศ

สำหรับชนวนเหตุสำคัญที่จุดกระแสความไม่พอใจในระลอกนี้ เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในรัฐ มินนิโซตา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางที่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจเนรเทศผู้อพยพ ถูกกล่าวหาว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ส่งผลให้ Alex Pretti และ Renee Good พลเมืองอเมริกันเสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการใช้อำนาจรัฐ และถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการประท้วงครั้งนี้

ขณะเดียวกัน แกนนำจากกลุ่มแนวคิดก้าวหน้า อาทิ ACLU, Indivisible และ MoveOn คาดการณ์ว่าการประท้วงครั้งที่ 3 จะมีขนาดใหญ่กว่าสองครั้งก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงจากสถิติในเดือนตุลาคมที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก

ที่น่าสนใจคือ กว่า 50% ของสถานที่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ อยู่ในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน (Red States) หรือรัฐสมรภูมิเลือกตั้ง (Battleground States) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระแสความไม่พอใจได้ขยายตัวข้ามเส้นแบ่งทางการเมือง และกลายเป็นประเด็นระดับชาติที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...