โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PR9 ผนึกกำลัง NIA-มหิดล ลุยโปรเจกต์ SPEAR H ปั้นสตาร์ตอัป HealthTech ไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 04.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ประกาศความร่วมมือในโครงการ SPEAR H : HealthTech Accelerator ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและเร่งการเติบโตของสตาร์ตอัปด้านการแพทย์และสุขภาพ พร้อมผลักดันนวัตกรรมจากงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในระบบบริการสุขภาพ โดยโครงการ SPEAR H มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างระบบสนับสนุนนวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาโมเดลธุรกิจ การเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบผ่านกลไก Regulatory Sandbox การเปิดพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมในสถานพยาบาลจริง ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและนักลงทุน เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีด้านสุขภาพของไทยสามารถนำไปใช้งานได้จริงในระบบบริการทางการแพทย์

ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรหลักของโครงการ โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ โดยเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานในบริบทจริงของโรงพยาบาล พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการดูแลผู้ป่วยและการทำงานของระบบบริการสุขภาพ เพื่อให้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายแพทย์รัฐ ปัญโญวัฒน์ ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการ และผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านสารสนเทศ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า โรงพยาบาลพระรามเก้ามองว่า ‘นวัตกรรม’ เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบบริการสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่ต้องสามารถผสานเข้ากับกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้จริง เพื่อยกระดับทั้งคุณภาพการรักษาและประสบการณ์ของผู้รับบริการ โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยีและภาคบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจเส้นทางการเข้ารับบริการของผู้ป่วย (Patient Journey) และบริบทการทำงานจริงภายในโรงพยาบาล เพื่อให้สามารถออกแบบโซลูชัน (Solution) ที่ช่วยให้ทีมบุคลากรทำงานได้คล่องตัวขึ้น ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และยกระดับคุณภาพการดูแลคนไข้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการพิจารณานวัตกรรมนั้น โรงพยาบาลพระรามเก้าให้ความสำคัญกับ 3 มิติหลัก ประกอบด้วย 1. ประสบการณ์ผู้รับบริการ (Patient Experience) มุ่งยกระดับประสบการณ์ ทั้งในเรื่องระยะเวลารอคอย ความสะดวก และความพึงพอใจตลอดการรับบริการ 2. ผลลัพธ์ทางการรักษา (Clinical Outcome) มุ่งเพิ่มคุณภาพ ความแม่นยำ และความปลอดภัยในการรักษา และ 3. ประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Efficiency) เสริมประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และลดภาระงานเอกสาร เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีเวลาดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น

ดังนั้น ผู้ประกอบการสตาร์ตอัปที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับโรงพยาบาล จำเป็นต้องเข้าใจ Patient Journey อย่างรอบด้าน เพื่อออกแบบโซลูชันที่ใช้งานได้จริง ควบคู่กับการมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน และการยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยรวมถึงการคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของความเชื่อมั่นในระบบบริการสุขภาพ ทั้งนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้าเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในโครงการ SPEAR H : HealthTech Accelerator จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพของประเทศไทย และเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีด้านการแพทย์ของไทยสามารถเติบโตและนำไปใช้ได้จริงในระบบบริการสุขภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...