คนแรกของโลก สหรัฐประเดิมอนุมัติ บัตรทองทรัมป์ 1 คนถ้วน โวมหาเศรษฐีแห่ต่อคิวอีกเพียบ
25 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฮาเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า 'วีซ่าบัตรทอง' (Trump Gold Card) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้ชาวต่างชาติสามารถจ่ายเงินขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 32 ล้านบาท เพื่ออาศัยและทำงานในสหรัฐฯอย่างถูกกฎหมายนั้น ได้รับการอนุมัติให้กับบุคคลแล้ว 1 คน
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ธันวาคม 2025 นายฮาเวิร์ด ลุตนิก กล่าวว่า รัฐบาลขายวีซ่าดังกล่าวได้มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4.2 หมื่นล้านบาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ในเวลานั้น ทรัมป์ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับถือบัตรทอง และกล่าวว่า "โดยพื้นฐานแล้วมันคือกรีนการ์ดแบบอัปเกรด"
ทรัมป์ ผลักดันแนวคิดนี้เมื่อปี 2025 โดยตอนแรกเสนอราคาเริ่มต้นที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 160 ล้านบาท และอ้างด้วยว่า โครงการนี้มันจะดึงดูดผู้มีความสามารถจากต่างประเทศมายังสหรัฐฯ และเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลกลาง
นายฮาเวิร์ด ลุตนิก กล่าวว่า แม้ว่าจะมีเพียงคนเดียวที่ได้รับการอนุมัติ แต่มีผู้คนอีกหลายร้อยคนที่อยู่ในคิวรอการพิจารณา พวกเขาเพิ่งตั้งโครงการนี้ขึ้น และพวกเขาต้องการให้แน่ใจว่าได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยเมื่อปี 2025 เขาได้เคยกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า 'วีซ่าบัตรทอง' (Trump Gold Card) จะสร้างรายได้ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ คิดเป็นเงินไทย 32 ล้านล้านบาท
ผู้สมัครแต่ละคนต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 487,000 บาท นอกเหนือจากเงิน 1 ล้านดอลลาร์ (32 ล้านบาท ) เพื่อ “คัดกรอง” ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการที่จะเปิดทางไปสู่การเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ในที่สุด นอกจากนี้ยังอนุญาตให้บริษัทต่างๆ ใช้เงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับพนักงานที่เกิดในต่างประเทศ พร้อมกับค่าธรรมเนียมบำรุงรักษาประจำปี 1%
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า "เงินที่ได้ไปใช้อย่างไร?" นายฮาเวิร์ด ลุตนิก ก็ได้กล่าวว่า นั่นจะถูกกำหนดโดยฝ่ายบริหาร และเงื่อนไขต่างๆ ก็เพื่อประโยชน์ของสหรัฐฯ