โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิชาการธรรมศาสตร์ หนุนยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” ช่วยสกัด นทท. คุณภาพต่ำทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย ระบุขณะนี้โอกาสดีที่จะดำเนินการ เหตุท่องเที่ยวทั่วโลกชะลอตัว ผลกระทบไม่มาก พร้อมเสนอเครื่องมือควบคู่ เช่น ค่าเหยียบแผ่นดิน-ฟรีวีซ่าทวิภาคีบางประเทศ และสำหรับประเทศที่มีการเปิดเส้นทางการบินใหม่ ส่วน “เก็บค่าออกประเทศ-Exit Fee” ในหลักการรับได้ แต่ต้องไม่สร้างภาระให้กับคนที่เดินทางไปทำงาน ตปท.

3 พฤษภาคม 2569 ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะพิจารณายกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน พร้อมกับปรับกลยุทธ์ในการให้ฟรีวีซ่าในรูปแบบอื่นๆ เพราะการให้ฟรีวีซ่าเหมารวมกับทุกประเทศมีข้อเสียคือเปิดช่องให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามาในประเทศ และอาจมีการแย่งอาชีพคนไทย รวมถึงเปิดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัด-ใช้จ่ายต่ำเข้ามาในปริมาณมาก หรือกระทั่งกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ หรือกลุ่มทุนเทาแฝงตัวเข้ามา

ศ.วิทวัส กล่าวว่า หลังโควิด-19 ประเทศไทยได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวมาเน้นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงมากขึ้น มาตรการฟรีวีซ่าจึงเหมือนเป็นการเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามา ซึ่งการที่มีนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำหรือนักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ย่อมมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และการยกระดับ หรือดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายจุดจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมากเกินไปจนเกินขีดความสามารถในการให้บริการหรือการจัดการ หรือส่งผลให้ค่าครองชีพในพื้นที่นั้นๆ พุ่งสูงขึ้น เช่น กรณีที่เกิดขึ้นช่วงหนึ่งที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ฯลฯ ไปจนถึงการเกิดกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาซื้อ หรือเช่าพื้นที่เพื่อเปิดให้บริการด้านต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน หรือชาติอื่นๆ รวมถึงการเกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ

นอกจากนี้ ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะดำเนินการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เพราะปัจจุบันทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตพลังงานที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัวอยู่ การปรับเปลี่ยนนโยบายช่วงนี้จึงส่งผลกระทบน้อยกว่าช่วงที่มีการท่องเที่ยวคึกคัก ขณะที่ผู้ประกอบการก็จะได้มีเวลาปรับตัว และวางแผน เพื่อรองรับกับการยกเลิกฟรีวีซ่าในครั้งนี้ด้วย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องหาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงเพิ่มเติม และลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพต่ำควบคู่ด้วย เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) โดยอาจนำไปจัดสรรเป็นกองทุนสำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือกองทุนการดูแลรักษาพยาบาลของนักท่องเที่ยว ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ไทยได้ทั้งนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายจากภาษีของรัฐที่ต้องมาดูแลนักท่องเที่ยวทางอ้อม

นอกจากนี้ ควรพิจารณาให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวเป็นรายประเทศ เช่น ทำเป็นทวิภาคีต่างฝ่ายต่างทำฟรีวีซ่าให้กันและกัน หรือมีการกำหนดเงื่อนไขอื่น อาทิ กำหนดให้มีการลงทะเบียนคัดกรองล่วงหน้าแบบที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นทำ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศทำ ซึ่งหากเห็นว่าคนของประเทศใดแฝงเข้ามาหรือไม่ใช่นักท่องเที่ยวจริงแต่อาศัยประโยชน์จากฟรีวีซ่าก็ทำการยกเลิกเป็นกรณีๆ ไปได้ รวมถึงการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนร่วมกับการบินไทย เพื่อให้ฟรีวีซ่ากับบางพื้นที่ที่เป็นการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังจำเป็นต้องพิจารณาปรับสมดุลการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพระดับกลาง และระดับต่ำเข้ามาบ้าง เพราะจริงๆ นักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดก็มีโอกาสที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากได้พอสมควร ด้วยการไปจับจ่ายใช้สอยจากร้านค้าตามท้องถิ่น หรือพักโรงแรมระดับรองที่มีส่วนใหญ่คนไทยเป็นเจ้าของจริงๆ ขณะที่ธรรมชาติของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจะเน้นพักโรงแรมห้าดาว ซึ่งมักอยู่ในเครือข่ายของบริษัทต่างชาติ หรือแม้แต่อาหารก็เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

ศ.วิทวัส กล่าวอีกว่า แนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกนอกสำหรับคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ หรือ Exit Fee เพื่อนำรายได้มาส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนตัวคิดว่าในเชิงหลักการเป็นสิ่งที่รับได้ เพราะเป็นการสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประเทศโดยลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน และช่วยสร้างรายได้ให้รัฐบาลด้วยอีกทาง รวมถึงเกิดผลกระทบกับคนไม่มาก ทว่า ก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้กระทบกับผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน หรือองค์กรธุรกิจที่จำเป็นต้องให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

อีกทั้ง ทางรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองก็ควรจัดสรรเงินส่วนหนึ่งที่จัดเก็บได้ทำเป็นแคมเปญ หรือโครงการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง หรือพื้นที่ที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น คูปองเงิน โครงการไทยเที่ยวไทย รวมถึงอาจมีการอุดหนุนเงินให้สำหรับการท่องเที่ยวรายคนอีกส่วน ก็น่าจะช่วยให้คนที่พอมีกำลังทรัพย์จะไปท่องเที่ยวนอกประเทศมีทางเลือก และรู้สึกว่าได้อะไรคืนกลับมาจากเงินที่เสียไปตอนออกนอกประเทศ

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...