“โลกเปลี่ยนไปแล้ว ตำรวจยุคใหม่ ไม่ได้สนใจ ว่าคุณจะรู้จัก ผบ.ตร. หรือรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ไปงานบวชของคุณ”
The Structure
อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 13.51 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 06.51 น. • The Structureพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ พีช-สมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์ BMW ปาดเฉี่ยวเบียดชนรถกระบะเสียหลักทำให้ลุงและป้าได้รับบาดเจ็บ และอ้างว่าตนเองรู้จักกับ ผบ. ตร. และเรียก ผบ.ตร. ว่า “อาต่าย”ว่า
“คุณพ่อ (นายกเบี้ยว-กฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี) ของผู้ก่อเหตุ ผมก็รู้จัก ยอมรับว่า มีคนอยากถ่ายรูปกับผม ซึ่งผมก็ถ่ายด้วย ยิ่งเมื่อผมก้าวขึ้นมาเป็นผบ.ตร. มีคนอยากเป็นลูกเป็นหลานผมเยอะ และทุกคนก็เรียกผมว่า อาต่าย
ซึ่งผม ได้ย้ำกับตำรวจทุกคนว่า เราทำงานใกล้ชิดกับประชาชน ขอให้ทำตัวเหมือนญาติ ใครจะเรียกเราน้า หรืออาเป็นเรื่องที่ดี ผมไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าท่าน
ดังนั้นความใกล้ชิดหรือรู้จักกันเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เด็กคนนี้กระทำเราแยกออกไป และยืนยันว่า ผมไม่มีญาติแบบนี้ ผมตระกูลพันธุ์เพ็ชร์ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางพ่อหรือแม่ของผม” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ผบ.ตร. ย้ำว่าเป็นเรื่องของการขาดวุฒิภาวะ จิตสำนึก ความเอื้ออาทร และความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ โดยตำหนิพฤติกรรมการโอ้อวดเพื่อหวังให้พ้นผิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสั่งการให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงดำเนินการในเรื่องการจราจรในคดีอุบัติเหตุ
ส่วนคดีอาญา ผบ.ตร. เน้นย้ำให้ สภ.ลำลูกกา ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด เพื่อให้ได้รับบทเรียนและโทษตามกฎหมาย พร้อมทั้งให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการเลือกบุคคลที่จะเข้ามาเล่นการเมือง โดยไม่สนใจว่าผู้ก่อเหตุหรือครอบครัวจะมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองอย่างไร หากทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย
“การไปโอ้อวดแอบอ้าง หวังให้คู่กรณีหรือ เจ้าหน้าที่รัฐเกรงใจ ได้รู้ว่าผมรู้จักคนใหญ่คนโต แต่อย่าลืมว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว และมั่นใจว่าตำรวจยุคใหม่ ไม่ได้สนใจ ว่าคุณจะรู้จัก ผบ.ตร. รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ไปงานบวชของคุณ คำว่า หลานอาต่ายผมฟังแล้วไม่รื่นหูเท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าทำไมทำเช่นนี้ ยืนยันผมมีลูกคนเดียว ย้ำเสมอ ว่าอย่าทำตัวเป็นขยะสังคม” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าว