ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่อง : กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายในนิยาย ยุค 70
เขียนโดย : นมข้นหวานหอม
วาดปกโดย : Gleamy Glow
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่งเอง ชื่อตัวละคร บางสถานที่หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนแต่สมมุติขึ้น
นิยายย้อนยุค 60-90 นักเขียนจะอิงตามข้อมูลจริงที่ได้ศึกษามา หากข้อมูลผิดพลาดไป นักเขียนต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย
สงวนลิขสิทธิ์ตามราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ 2537
ห้ามกระทำช้ำหรือดัดแปลงเนื้อหาในบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินตามกฎหมาย
อ่านฟรี 9 ตอนแรก ก่อนจะทำการติดเหรียญล่วงหน้า 2 วัน จากนั้นจะทำการปลดเหรียญให้อ่านฟรีค่ะ
นิยายมีความยาว 100-150 ตอน ไรท์เน้นบรรยายถึงวิถีชีวิตและบรรยากาศในยุคนั้นค่ะ
หากรี้ดท่านไหนชอบนิยายเนื้อหากระชับ ดำเนินเรื่องเร็ว สามารถเลื่อนผ่านได้นะคะ
งดเมนต์คำหยาบ ด่าตัวละครได้ แต่ห้ามด่าไรท์น้า
เรื่องย่อ
‘หวงไป่ฉิง’ มีพ่อเป็นทหาร มีแม่เป็นครูสอนในยุค 70 เธอมีพี่ชาย 2 คนรักเธอยิ่งกว่าไข่ในหิน ไป่ฉิงหมั้นหมายกับหานอวิ๋นลูกชายคนโตของบ้านเหอตั้งแต่เด็ก พ่อของหานอวิ๋นคือสหายคนสนิทของพ่อเธอ แต่…หานอวิ๋นกลับเกลียดไป่ฉิงมาก เขาไม่ชอบขี้หน้าเธอเลยสักนิด เขาไม่ชอบให้พ่อกับแม่มาบงการชีวิตเขา
ไป่ฉิงเองแอบคิด…พอเธอโตขึ้น เธอจะแต่งงานกับหานอวิ๋น เธอจึงไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร ไป่ฉิงดูแลใส่ใจหานอวิ๋นไม่ห่าง เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหานอวิ๋นได้รู้จักกับฟางเฟยเพื่อนสนิทของเธอ ไป่ฉิงไม่รู้ว่าหานอวิ๋นรักฟางเฟย วันที่เธอปั่นจักรยานกลับไปที่บ้าน เธอไม่ทันได้ระวังชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง
ไป่ฉิงหมดสติไปนาน พอเธอฟื้น ถึงได้รู้ว่าเธอก็แค่ตัวประกอบในนิยายเรื่องหนึ่ง เธอคือตัวร้ายในเรื่องที่คอยขัดขวางความรักของพระนาง ไป่ฉิงคนเดิมกลับยอมรับความจริงนี้ไม่ได้ หานอวิ๋นไม่ได้เธอไปครอบครองคือลาภอันประเสริฐของเธอ ทำไมเธอจะต้องโง่เขลาวิ่งตามผู้ชายพรรคนั้นด้วย
ผู้ชายห่วย ๆ หาได้ไม่ยาก ผู้ชายที่ดีนี่สิหาได้ยากกว่า ไป่ฉิงขบคิดอยู่นาน สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจถอนหมั้นกับหานอวิ๋น เธอตัดสินใจจากไห่เฉิงเป็นยุวชนเดินทางไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ หมู่บ้านหนึ่ง ไป่ฉิงอยากจะไปหาประสบการณ์ชีวิตที่นั่น ทว่า…ทำไมถึงมีผู้ชายตั้งสองคนรวมถึงพระเอกของนิยายเรื่องนี้ตามเธอมาที่นี่ด้วย นางเอกของเรื่องยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีก
ในเมื่อพวกเขาไม่อยากให้เธอได้อยู่อย่างสงบสุข เธอจะทำให้พวกเขาเห็นเองว่าเธอไม่ใช่ไป่ฉิงคนเดิมอีกต่อไป…
คู่หมั้นสวมเขา
ไห่เฉิง ปี 1970
วันนั้น…เกิดเหตุการณ์มากมายกับ ‘หวงไป่ฉิง’ คู่หมั้นสวมเขา เพื่อนสนิททรยศหักหลัง จักรยานราคาแพงแสนแพงเธอกลับทำมันพัง เรื่องคู่หมั้นกับเพื่อนสนิทของเธอ เธอพอจะรับได้ แต่…เรื่องจักรยานที่เธอทำพังนี่สิ เธอจะทำอย่างไรล่ะทีนี้ ?
แม่เธอรักจักรยานคันนี้ยิ่งกว่าชีวิต แม่บังคับให้ทุกคนอดข้าวอดน้ำนานหลายเดือนกว่าจะเก็บเงินได้ 500 หยวนเพื่อซื้อจักรยานเฟิ่งหวงคันนี้มา แม่ลำบากวิ่งเต้นหาคูปองอุตสาหกรรมหลายใบเพื่อซื้อจักรยานคันนี้มาให้เธอได้ใช้อวดกับเพื่อน ๆ
จักรยานเฟิ่งหวงคันนี้แพงกว่าจักรยานเฟิ่งหวงของผู้ชายซะอีก แค่นึกภาพว่าเธอกลับไปที่บ้านจะต้องโดนอะไรบ้าง เธอก็กลัวแล้ว
“เป็นเพราะหานอวิ๋นกับฟางเฟยคนเดียวเลย ถ้าพวกเขาไม่ทำเรื่องอับอายลับหลังเรา เราคงไม่ซวยแบบนี้”
ไป่ฉิงรีบร้อนใจเดินไปเดินมา เห็นจักรยานที่พื้นแล้ว แขนขาเธอถึงกับไร้เรี่ยวแรง ไป่ฉิงคือลูกสาวของนายทหาร เธอมีพี่ชายอยู่ 2 คน เพราะเธอคือลูกผู้หญิงเพียงคนเดียว พ่อกับแม่และพี่ชายถึงได้รักได้หวงเธอยิ่งกว่าไข่ในหิน เธอได้หมั้นหมายกับหานอวิ๋นตั้งแต่เด็ก เธอเองก็ชอบและอยากจะแต่งงานกับหานอวิ๋น แต่…ดูเหมือนหานอวิ๋นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ
ในความคิดของไป่ฉิง หานอวิ๋นก็ไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงได้หลงอีกฝ่ายนัก คอยเอาอกเอาใจเหมือนคนโง่ไม่มีผิด อย่างไรเสีย…ผู้ใหญ่ทั้งสองได้ตกลงให้เธอกับหานอวิ๋นหมั้นหมายกันแล้วนี่นา เธอคงปฏิเสธการหมั้นหมายในครั้งนี้ไม่ได้สินะ
เมื่อเช้านี้…เธอปั่นจักรยานไปรับฟางเฟย ไม่คิดว่าเธอจะได้รับรู้เรื่องราวที่เธอไม่ควรรับรู้เข้า ไป่ฉิงเห็นหานอวิ๋นอยู่ที่นั่นกับฟางเฟย เธอก็คิดว่าบังเอิญหานอวิ๋นเดินผ่านมาแถวนี้ซะอีก ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เธอจึงเดินเข้าไปถามหานอวิ๋นดู ไม่คิดว่าเธอจะได้รู้ความจริงที่ทำให้เธอถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้า
‘ไป่ฉิง ฉันขอโทษนะ ฉันกับพี่หานอวิ๋นเราสองคนรักกันจริง เธออย่าโกรธฉันเลยนะไป่ฉิง ’
ฟางเฟยพูดจบก็บีบน้ำตาต่อหน้าเธอ พยายามทำตัวน่าสงสารทำให้หานอวิ๋นเข้าใจผิดคิดว่าเธอพูดจาร้าย ๆ กับฟางเฟย
‘ฉันคือคนที่ถูกเธอกับหานอวิ๋นสวมเขานะ ฉันสิควรจะเป็นฝ่ายร้องไห้เสียใจถึงจะถูก ฟางเฟย เธอร้องไห้ เธอกำลังเสียใจหรือกำลังดีใจกันแน่ ? ’
ไป่ฉิงพูดจบ…หานอวิ๋นว่าที่คู่หมั้นของเธอก็ตวาดเสียงดังลั่น สีหน้าและแววตาโกรธเธออย่างเห็นได้ชัด
‘ไป่ฉิง เธอนี่ชอบเอาเปรียบคนอื่นจริง ๆ เลยนะ ’ เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดคำหยาบหรือเอาเปรียบฟางเฟยเลย หานอวิ๋นกลับหาว่าเธอกำลังเอาเปรียบฟางเฟยอยู่อย่างนั้นหรือ ?
เธอจะไม่ทนอีกต่อไป ก่อนที่ไป่ฉิงจะเดินออกมาจากตรงนั้น เธอได้ลงมือสั่งสอนหานอวิ๋นกับฟางเฟยไปทีหนึ่ง พอเห็นสภาพของทั้งสองแล้ว เธอก็พอใจมากรีบปั่นจักรยานออกมาจากตรงนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นไป่ฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอบังเอิญปั่นจักรยานไปชนเข้ากับกำแพง ศีรษะกระแทกที่พื้นอย่างแรง กว่าเธอจะรู้ตัวก็ผ่านไปนานหลายนาที
“ฟ้าแกล้งฉันอยู่หรือ ?” พอได้สติ…ไป่ฉิงก็รีบนำจักรยานออกมาจากตรงนั้น เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากจะรีบนำเรื่องนี้ไปบอกพ่อกับแม่
“ฉิงฉิง เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้จูงจักรยานกลับมาที่บ้านแบบนี้ ให้ตายเถอะ ดูหน้าผากหนูสิ ไปโดนอะไรมา ?”
หลิวเหนียงเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน เห็นสภาพของลูกสาวสุดที่รักมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นและยังได้รับบาดเจ็บอีกก็ยิ่งเป็นห่วง ตนรีบสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นลูกสาว ก่อนจะจับแขนลูกสาวหมุนกายไปมาดู
“แม่ ฮึก ๆ หนูอยากจะถอนหมั้นกับพี่หานอวิ๋นค่ะ หนูไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายพรรคนั้น พี่หานอวิ๋นทรยศหักหลังหนู พี่เขาไปแอบคบกับฟางเฟยเพื่อนสนิทหนูค่ะแม่ ฮือ ๆ ”
ไป่ฉิงส่งเสียงร้องไห้ดังลั่นบ้าน ที่เธอร้องไห้ไม่ใช่เพราะว่าเธอเสียใจที่หานอวิ๋นนอกใจเธอไปคบกับฟางเฟย ที่เธอร้องไห้เพราะภาพแปลก ๆ ที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ เธอปวดหัว ปวดเนื้อปวดตัวต่างหากล่ะ ไป่ฉิงเห็นภาพตัวเองประเคนของมีค่าทั้งหมดที่เธอมีให้กับหานอวิ๋น พอเธอตามเขาไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ นั่น เธอโง่เขลาคอยวิ่งตามทำทุกอย่างแทนหานอวิ๋น
เธอนำอาหารแห้งและข้าวที่เธอมีไปประเคนให้หานอวิ๋นนำไปให้ฟางเฟย ส่วนตัวเธอเองเพราะทำงานหนักเกินไปสุดท้ายก็สิ้นใจตาย ปกติแล้วเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องลำบากก็มีเงินใช้ มีอาหารดี ๆ ให้กิน เพราะฐานะทางบ้านเธอดีกว่าทางบ้านของหานอวิ๋นมาก แต่ว่า…สองปีต่อจากนี้ประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลง พ่อของเธอกับพ่อของหานอวิ๋นจะถูกทางการจับตัวส่งไปทำงานที่เหมือง
“มีเรื่องอะไรกันฉิงฉิง เล่าให้แม่ฟังสิ หานอวิ๋นทำอะไรหนู ? เดือนหน้าหนูจะต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านนั่นแล้วนะ ถ้าหนูถอนหมั้นกับหานอวิ๋น ใครจะเป็นคนดูแลหนูเล่า”
‘หม่าหลิวเหนียง’ คิดว่าไป่ฉิงถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก หานอวิ๋นคงทำอะไรให้ไม่พอใจถึงได้โกรธมากขนาดนี้
“แม่คะ พี่หานอวิ๋นกับฟางเฟยเพื่อนสนิทฉันรังแกหนูค่ะ พวกเขาสองคนแอบคบกันลับหลังหนู ฟางเฟยยังบอกกับหนูอีกนะคะว่าไม่ให้เอาเรื่องพวกเขาสองคน ไม่ให้หนูนำเรื่องนี้มาบอกทุกคน แม่คิดว่าผู้ชายพรรคนั้นจะดูแลหนูได้เหรอคะ ? จริงด้วย…ฟางเฟยกจะตามไปที่นั่นด้วยนะคะ”
ไป่ฉิงเองก็ไม่รู้ว่าฟางเฟยจะร่วมกลุ่มยุวชนไปที่หมู่บ้านนั้นกับเธอหรือไม่ ? แต่…ภาพที่ผุดเข้ามาในหัวเธอ เธอเชื่อว่าฟางเฟยจะต้องตามหานอวิ๋นไปที่นั่นแน่ หานอวิ๋นกับฟางเฟยวางแผนไว้หมดแล้ว เธอเองจะไม่ยอมให้หานอวิ๋นกับฟางเฟยเอาเปรียบเธอหรอกนะ หาน อวิ๋นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ พออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่กลับทำตัวเหมือนว่าชอบเธอ ที่แท้เขาก็มีแผนอยากจะหลอกใช้เธอนี่เอง
“ฉิงฉิง ลูกพูดจริงหรือ ? หานอวิ๋นกล้าทำแบบนั้นกับลูกจริง ๆ หรือ ?”
‘หวงสวี่ข่าย’ ผู้เป็นพ่อได้ยินลูกสาวสุดที่รักบอกแบบนั้นจะทนได้อย่างไร สวี่ข่ายรีบบอกให้ไป่ฉิงกับภรรยาตามตนไปที่บ้านเหอ
“จางเต๋ออยู่ไหม ? ” พอมาถึงที่บ้านเหอ สวี่ข่ายก็รีบเรียกพ่อของหานอวิ๋นออกมาคุย ใช่ว่าลูกสาวของตนจะไม่มีใครเอา ถ้าหาน อวิ๋นไม่ดีตนจะไม่ยอมให้ลูกสาวสุดที่รักของตนแต่งงานกับหานอวิ๋นเด็ดขาด
“คุณ ใจเย็นก่อน อย่าใช้อารมณ์” หลิวเหนียงเห็นสีหน้าของผู้เป็นสามีไม่ค่อยดีก็รีบเอ่ยบอก ตนไม่อยากให้เพื่อนบ้านรู้เรื่องนี้ กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องอับอาย
“สวี่ข่าย พี่สะใภ้หม่า มีเรื่องอะไรหรือ ? ไป่ฉิง หนูมาหาหานอวิ๋นหรือ ? หานอวิ๋นกำลังพักอยู่ที่ห้อง เดี๋ยวอาไปตามหานอวิ๋นให้นะ”
จางเต๋อยังไม่รู้เรื่องอะไรฉีกยิ้มกว้างเดินเข้าไปข้างใน จางเต๋อรักและเอ็นดูไป่ฉิงมาก ๆ ตนมีลูกชายอยู่ 3 คน ไม่มีลูกผู้หญิงเลย ไม่มีใครรู้หรอกว่าตนชื่นชมสวี่ข่ายมาแค่ไหนที่มีลูกสาวน่ารัก นิสัยดีอย่างไป่ฉิง ตนเฝ้าดูไป่ฉิงเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ถึงได้รักและเอ็นดูไป่ฉิงเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง ในอนาคต…ไป่ฉิงก็จะมาเป็นสะใภ้บ้านเหอแล้ว จางเต๋อยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข
“อาคะ หนูไม่ได้มาหาพี่หานอวิ๋นค่ะ” ไป่ฉิงเล่นบทละครผู้น่าสงสาร ริมฝีปากเม้มแน่น ใบหน้าพริ้มเพราก้มหน้ามองต่ำ ไม่มีใครเห็นว่าเธอกำลังซ่อนรอยยิ้มร้ายไว้อยู่ วันนี้เธอจะต้องสั่งสอนหานอวิ๋นให้หลาบจำ จะได้ไม่กล้าพูดอะไรแบบนั้นกับเธออีก
“ฉิงฉิงเป็นอะไรไปหรือ ?” จางเต๋อเห็นสีหน้าของไป่ฉิงไม่ค่อยดีถึงกับหุบยิ้ม ปกติไป่ฉิงจะเป็นคนยิ้มแย้มอารมณ์ดี ไร้เดียงสาเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง ทำไมวันนี้ไป่ฉิงถึงได้ดูเศร้าแบบนี้นะ ?
“ฉิงฉิงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ ? ทำไมนายไม่ไปถามลูกชายตัวดีของนายดู หึ ~ จางเต๋อ ฉันมาที่นี่ฉันอยากจะมาถอนหมั้นต่างหากเล่า ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับผู้ชายมักมากอย่างหานอวิ๋นลูกชายนายหรอกนะ”
“มีเรื่องอะไรกันหรือ ? พี่สวี่ข่าย พี่หลิวเหนียง วันนี้ตั้งใจแวะมาหาพวกเราที่บ้านหรือ ? อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนค่อยกลับนะ”
ซูหยวนแม่ของหานอวิ๋นเห็นไป่ฉิงแวะมาหาตนถึงที่บ้านก็รีบจูงมือไป่ฉิงไปที่ห้องรับแขก
“ขอโทษด้วยนะซูหยวน วันนี้พวกเราคงอยู่ทานข้าวที่นี่ไม่ได้ ฉันมาที่นี่เพราะอยากจะมาคุยเรื่องถอนหมั้น เรื่องที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นโมฆะ”
หลิวเหนียงรีบเอ่ยบอกจุดประสงค์ของตัวเอง ตอนนี้ตนไม่อยากให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องมาแต่งงานกับหานอวิ๋น ถ้าไป่ฉิงแต่งงานกับหานอวิ๋นไปแล้วเกิดทุกข์ใจ ตนเป็นแม่จะทนได้อย่างไร
“พี่หลิวเหนียง ถ้าหานอวิ๋นทำอะไรให้ไป่ฉิงโกรธหรือไม่พอใจ ฉันจะบอกให้หานอวิ๋นมาขอโทษไป่ฉิง อย่าให้เด็กทั้งสองต้องถอนหมั้นกันเลยนะ คนที่จะมาเป็นสะใภ้เหอมีแค่ไป่ฉิงเท่านั้น ฉันไม่ยอมให้หานอวิ๋นแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ไป่ฉิง อีกอย่าง…เด็ก ๆ กำลังจะไปทำหน้าที่ของตัวเองที่หมู่บ้านเล็ก ๆ นั่น ไม่มีใครดูแลไป่ฉิงได้ดีเท่าหานอวิ๋นแล้วนะพี่”
ซูหยวนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไป่ฉิงและหานอวิ๋นกันแน่ ปกติแล้วหานอวิ๋นจะไม่ทำเรื่องอะไรให้ไป่ฉิงไม่สบายใจ รอคุยกับพ่อแม่ของไป่ฉิงก่อน ตนถึงจะกลับมาสั่งสอนลูกชายตัวดีของตน ตอนนี้ประเทศกำลังวุ่นวาย ครอบครัวข้าราชการจะต้องส่งคนภายในครอบครัวไปพัฒนาหมู่บ้านเล็ก ๆ ตามเมืองต่าง ๆ
ทั้งสองครอบครัวต่างก็มีหน้ามีตาในสังคม ยิ่งต้องเป็นแบบอย่างให้ทุกคนเห็น ครอบครัวเหอมีแค่หานอวิ๋นเท่านั้น ปีนี้หานอวิ๋นอายุได้ 20 แล้ว สามารถลงชื่อเข้าร่วมกลุ่มยุวชนเดินทางไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ต่างเมืองได้แล้ว ส่วนลูกชายคนรองของพวกเขาเพิ่งจะ 13 ลูกชายคนเล็กเพิ่งจะ 10 ขวบ ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายเลย
ครอบครัวหวงยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีลูกชาย 2 คน แต่ลูกชายทั้ง 2 ของสวี่ข่ายต่างก็เป็นทหาร ไป่ฉิงเองเพิ่งจะ 18 เธอกำลังเรียนหมออยู่ กลับต้องมาทิ้งการเรียนเพื่อลงชื่อเข้าร่วมกับกลุ่มยุวชนไปที่นั่น แต่…เพราะว่ามีหานอวิ๋นร่วมเดินทางด้วย ครอบครัวหวงถึงได้ยอมให้ไป่ฉิงไปที่นั่น
“ซูหยวน เราไม่อยากรบกวนหานอวิ๋น หานอวิ๋นยังต้องดูแลคนรัก ไม่มีเวลามาดูแลไป่ฉิงลูกสาวฉันหรอก อีกอย่าง…หานอวิ๋นยังคิดที่จะหลอกใช้ลูกสาวฉันให้เป็นเกาะกำบัง พอไป่ฉิงลูกสาวฉันไปถึงที่นั่น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหานอวิ๋นจะทำอะไรลูกสาวฉันบ้าง”
“คุณไปตามหานอวิ๋นมาเดี๋ยวนี้!!” จางเต๋ออยากรู้ความจริงจากปากของหานอวิ๋น พอเห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อยของไป่ฉิงแล้ว จางเต๋อก็ยิ่งโกรธ
ซูหยวนเห็นท่าไม่ดีก็รีบเดินไปตามหานอวิ๋นออกมาคุยกัน ตนไม่เชื่อว่าหานอวิ๋นจะกล้าทำอะไรแบบนั้น ไป่ฉิงดีขนาดนี้ ลูกชายของตนกล้าทำให้ไป่ฉิงเสียใจได้อย่างไร ก่อนที่ตนจะให้เด็ก ๆ ทั้งสองหมั้นหมายกัน ตนได้ถามความคิดเห็นจากหานอวิ๋นแล้ว หานอวิ๋นก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตกลงที่จะหมั้นกับไป่ฉิงไม่ใช่หรือ ? ไม่รู้ว่าหานอวิ๋นกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนั้น ตนเองยังรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เลย พ่อกับแม่ไป่ฉิงจะรับได้อย่างไร
นางร้ายเข้าสิง
หานอวิ๋นเดินออกมาจากห้องก็รีบโค้งศีรษะให้กับพ่อแม่ของไป่ฉิง ก่อนจะปลายตามองไปที่ไป่ฉิง
“พ่อเรียกผมมามีอะไรหรือ ? ” ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าเกลียดไป่ฉิงมากแค่ไหน
เธอตั้งใจนำเรื่องนี้มาฟ้องพ่อกับแม่เขาชัด ๆ นิสัยเดิมของเธอไม่เปลี่ยน ตั้งแต่เด็กแล้ว เขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจ เธอมักจะมาฟ้องพ่อกับแม่ของเขา พอพ่อกับแม่โกรธก็มาลงที่เขา ไป่ฉิงตั้งใจหลอกใช้พ่อกับแม่เขาให้มาบีบบังคับเขา เธออยากจะใช้วิธีนี้ให้พ่อกับแม่บีบบังคับให้เขาแต่งงานกับเธอสินะ หานอวิ๋นเกลียดที่สุดคือการถูกบังคับ
“แกยังมีหน้ามาถามฉันอีกหรือ ? แกมีผู้หญิงคนอื่นใช่หรือไม่ ? รู้ทั้งรู้ว่าแกมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังกล้าทำแบบนี้อีกหรือ ?!!” จางเต๋อโกรธเลือดขึ้นหน้า ตบไปที่หน้าของหานอวิ๋นอย่างแรง
“ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับไป่ฉิง ผมไม่อยากแต่งงานกับไป่ฉิง ผมมีคนรักอยู่แล้ว เธอชื่อว่าฟางเฟย ฟางเฟยเป็นคนดี เป็นคนขยัน ฟางเฟยไม่ใช่คนขี้ฟ้องเหมือนใครบางคน!!”
หานอวิ๋นจ้องหน้าผู้เป็นพ่อเขม็ง เขาเองไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไป่ฉิง อย่าหวังว่าจะบังคับเขาได้
“จางเต๋อ เรื่องของเด็กสองคนเราคงบังคับไม่ได้ ให้เด็กทั้งสองถอนหมั้นเถอะ พวกเราขอตัวกลับก่อนนะ”
พ่อกับแม่ของไป่ฉิงได้ยินหานอวิ๋นบอกแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าหาน อวิ๋นไม่ได้รักไป่ฉิง พวกเขาพลาดเองที่ยอมให้ไป่ฉิงหมั้นกับหานอวิ๋น
“จริงอย่างที่พ่อหนูบอกค่ะอาจางเต๋อ อาอย่าทำอะไรพี่หานอวิ๋นเลยนะคะ หนูกับพี่หานอวิ๋นไม่ใช่คู่กันก็แค่นั้นค่ะ พวกเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกัน หนูไม่อยากให้อาทั้งสองกับพ่อแม่ต้องเสียใจ หนูถึงได้ยอมหมั้นกับพี่เขา ตอนนี้พี่หานอวิ๋นมีคนรักแล้ว อาอย่าบังคับพี่เขาเลยนะคะ”
ไป่ฉิงทำหน้าเศร้าบีบน้ำตา ลึก ๆ แล้วเธอกำลังด่าหานอวิ๋นอยู่ต่างหากเล่า หานอวิ๋นคือพระเอกในนิยายเรื่องนี้ นางร้ายตัวประกอบอย่างเธอไม่อยากสร้างรอยบาดแผลในใจให้เขา เธออยากถอนหมั้นอย่างเงียบ ๆ ไม่อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ได้แต่ภาวนาให้เขากับนางเอกของเรื่องอย่างฟางเฟยมีความสุขเคียงคู่กันไปจนแก่เฒ่า
เธอเองก็ไม่อยากเป็นเครื่องมือให้พวกเขาสองคนหลอกใช้ เธอจะไม่โง่วิ่งตามเขาจนต้องมีจุดจบเหมือนภาพที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนทุกวันนี้จะไม่ดีกว่าหรือ ? หานอวิ๋นได้ยินไป่ฉิงบอกแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก เธอมาที่นี่เพราะอยากจะมาฟ้องพ่อกับแม่เขาไม่ใช่หรือ ? เขาถูกพ่อกับแม่ดุด่าต่อว่าไม่รู้กี่ครั้งเพราะเธอคนเดียว
“พี่หานอวิ๋น รบกวนพี่คืนของที่ฉันเคยให้พี่ด้วยค่ะ ต่อแต่นี้ไปเราคือคนแปลกหน้า ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
นางร้ายตัวประกอบอย่างเธอจะต้องทวงของทุกอย่างที่เธอเคยให้เขาคืน ไม่ใช่ว่าเธอขี้เหนียว แต่…อีกไม่นานเธอจะต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านนั่นแล้ว ฟางเฟยได้นำของพวกนั้นมาเยาะเย้ยเธอ เธอจะต้องนำของพวกนั้นไปทำลายทิ้ง นัยน์ตาเรียวคมเต็มไปด้วยความประหลาดใจมองมาที่ไป่ฉิง ในเมื่อเธอทวงของทุกอย่างคืน เขายินดีคืนของให้เธอ
“ฉันเองไม่ได้อยากจะได้ของไร้ค่าที่เธอให้มาหรอกนะ” จางเต๋อได้ยินแบบนั้นก็ตบไปที่หน้าหานอวิ๋นอีกครั้ง
“แกพูดอะไรของแกหานอวิ๋น ไป่ฉิง อย่าไปถือสาคำพูดของหาน อวิ๋นเลยนะ ” จางเต๋อกลัวว่าไป่ฉิงจะเข้าใจผิดก็รีบเอ่ยบอก
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอาจางเต๋อ หนูไม่ถือสาคำพูดของพี่เขาหรอกค่ะ”
ไป่ฉิงอยู่รอให้หานอวิ๋นนำของออกมาคืนเธอ หลังจากได้ของทุกอย่างครบหมดแล้ว เธอก็รีบพาพ่อกับแม่เดินออกมาจากบ้านเหอ เธอถอนหมั้นได้สำเร็จ ของที่เธอเคยให้หานอวิ๋นก็ได้คืนมาหมดแล้ว…
พอไป่ฉิงกลับออกไป จางเต๋อก็หันมาจ้องหน้าลูกชายตัวดีของตน ก่อนจะลงมือสั่งสอนหานอวิ๋นอย่างไม่ปรานี
‘ถ้าอยากจะหลุดพ้นจากจากหานอวิ๋นเราจะต้องถอนหมั้นกับเขาเท่านั้น อยู่ให้ห่างจากสองคนนั่น เรื่องสำคัญอีกเรื่องนึง เราจะต้องหาทางช่วยพ่อกับอาจางเต๋อให้หลุดพ้นจากอำนาจมืดให้ได้ ’
ไป่ฉิงนั่งครุ่นคิดอยู่นานครู่นาน เธอคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะไปจัดการเรื่องส่วนตัวของเธอก่อน เธออยากจะย้ายไปที่หมู่บ้านอื่น ไม่อยากไปใช้ชีวิตร่วมกับหานอวิ๋น เธอจะต้องอยู่ห่างจากสองคนนั้น ชีวิตต่อจากนี้เธอของเธอจะได้ดีขึ้น เห็นหน้าหานอวิ๋นกับฟางเฟยแล้ว เธออยากจะอ้วก
“ฉิงฉิงลูก หนูหลับหรือยัง ? แม่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม ? ” หลิวเหนียงกลัวว่าลูกสาวสุดที่รักของตนจะคิดมาก ตนจึงอยากจะมาดูสักหน่อย
“หนูยังไม่หลับค่ะ แม่เข้ามาเถอะ” ไป่ฉิงอยู่บนเตียงกอดเจ้าตุ๊กตาหมีที่แม่เป็นคนทำให้เธอในอ้อมอกแน่น
“ฉิงฉิง พรุ่งนี้แม่จะพาหนูไปซื้อของดีไหม ? แม่เห็นที่ร้านขายเสื้อผ้ามีเสื้อผ้าใหม่ ๆ เยอะเลย ที่ร้านขายผ้าก็มีผ้าลายใหม่เหมือนกัน แม่จะไปซื้อผ้ามาตัดชุดนอนให้หนู ผ้าลายใหม่ใส่สบายมากเลยนะ แม่ยังมีคูปองผ้าด้วยนะ”
หลิวเหนียงกุมมือเล็กของลูกสาวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เมื่อกี้พี่ชายคนโตของไป่ฉิงเพิ่งจะกลับมาถึงที่บ้าน พอพี่ชายเธอรู้เรื่องก็โกรธมาก อยากจะไปที่บ้านเหอคิดบัญชีกับหานอวิ๋น โชคดีที่พี่สะใภ้ของเธอห้ามไว้ซะก่อน ตอนนี้พี่สะใภ้กำลังยุ่งพาเด็ก ๆ เข้านอนอยู่ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่สะใภ้คงตามแม่เธอมาที่ห้องของเธอแล้ว
“แม่คะ เมื่อคืนหนูฝันไม่ค่อยดีเลยค่ะ เรื่องแรกคือเรื่องถอนหมั้น ตอนนี้เรื่องนี้กลายเป็นจริงแล้วค่ะ หนูเป็นกังวลมากเลยค่ะแม่”
ไป่ฉิงพิงศีรษะไปที่ไหล่ของแม่ เธออยากจะทำให้แม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก ถ้าแม่เธอเชื่อสิ่งที่เธอบอก ทุกคนในบ้านถึงจะเชื่อ
“ฉิงฉิง มีแม่อยู่ทั้งคน อย่ากลัวไปเลยนะ แม่จะปกป้องหนูเอง อย่าคิดมากไปเลยลูก” หลิวเหนียงลูบศีรษะลูกสาวสุดที่รักไปมาอย่างเบามือ
“ในความฝันกำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นค่ะแม่ ไม่นานมานี้หัวหน้าของพ่อไปเจอใครที่หลินเฉิงหรือไม่คะ ? อีกไม่นานทางการจะทำการตรวจสอบคนภายใน คนพวกนั้นมีความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติค่ะแม่ หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าของพ่อ พ่อกับอาจางเต๋อจะเดือดร้อนค่ะ พ่อกับอาจางเต๋อจะถูกทางการส่งตัวไปทำงานที่เหมือง พี่ชายทั้งสองมีจุดจบไม่ต่างจากพ่อกับอาจางเต๋อค่ะแม่”
ไป่ฉิงตัดสินใจบอกความจริงออกไป เธออยากจะให้แม่ระวังตัว อยากจะให้แม่ไปเตือนสติพ่อ ครอบครัวของเธอจะต้องไม่เป็นอะไร ที่บ้านเหอมีหานอวิ๋นแล้ว หานอวิ๋นเขาคือพระเอกในนิยายเรื่องนี้ คงไม่มีจุดจบเหมือนกับครอบครัวเธอหรอก
พ่อของเธอจะต้องลำบากที่เหมืองใช้ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นที่นั่นนาน 10 ปี เพราะความลำบากทำให้พ่อกับแม่ต้องจากเธอไป พี่ชายทั้งสองของเธอเองก็มีจุดจบไม่ต่างจากพ่อ เพราะอยากจะแก้แค้นให้เธอ สุดท้ายพี่ชายของเธอก็ได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เพราะฝีมือของหานอวิ๋นกับฟางเฟย
“ฉิงฉิงลูก ก็แค่ความฝันเอง หนูอย่าได้คิดมากไปเลยนะ” หลิวเหนียงเองไม่เชื่อว่าความฝันจะกลายเป็นจริง
“แม่คะ ที่หนูรู้ความจริงเรื่องหานอวิ๋นกับฟางเฟยก็เพราะว่าหนูฝันค่ะ แม่ดูสิคะ ตอนนี้ความฝันหนูกลายเป็นเรื่องจริงแล้วนะคะ เราระวังตัวสักหน่อยก็ไม่เป็นไรนิคะ แม่คะ แม่สัญญากับหนูได้ไหมคะว่าแม่จะนำเรื่องนี้ไปเตือนสติพ่อ ถ้าแม่ไม่ช่วยหนู หนูคงกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ ๆ เลยค่ะ”
ไป่ฉิงรู้ว่าแม่ของเธอเป็นคนยังไง แม่ห่วงทุกคนในบ้าน เธอเชื่อว่าแม่จะต้องนำเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อ
“เอาละ ๆ แม่เชื่อหนูก็ได้ รอพ่อกลับมาก่อน แม่จะรีบนำเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อ”
หลิวเหนียงอยู่คุยกับไป่ฉิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องไปคุยกับสามี
“คุณพูดจริงหรือ ?” สวี่ข่ายได้ยินสิ่งที่ภรรยาเล่าให้ตนฟังก็ไม่อยากเชื่อ ตนไม่อยากเชื่อคำพูดของลูกสาวก็ต้องเชื่อ หัวหน้าของตนอยากจะให้ตนไปเจอกับกลุ่มคนที่มาจากหลินเฉิงจริง ๆ ตนจะต้องหาทางปฏิเสธหัวหน้าแล้ว
คืนนั้น…ไป่ฉิงนอนไม่หลับ เช้าของอีกวัน เธอเดินออกมาจากห้องด้วยสภาพที่อิดโรย ทุกคนในบ้านคิดว่าเธอเสียใจถึงได้มีสภาพแบบนี้
“ฉิงฉิงลูก พ่อจะหาผู้ชายดี ๆ มาให้หนูเลือกนะ ที่ค่ายมีทหารดี ๆ ให้หนูเลือกเยอะเลย พ่อรับรองว่าผู้ชายที่พ่อหามาให้จะต้องดีกว่าหานอวิ๋นแน่ ๆ หนูอย่าเสียใจไปเลยนะ พ่อเห็นสภาพหนูแล้วพ่อปวดใจมาก”
สวี่ข่ายกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เห็นสภาพของลูกสาวแล้วตนก็รีบปลอบใจ
“พ่อคะ อีกไม่นานหนูก็ต้องเดินทางไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วค่ะ หนูไม่สนใจเหล่าทหารที่พ่อจะแนะนำให้หนูรู้จักหรอกนะคะ”
“หนูไม่ต้องไปที่ไหนทั้งนั้น พ่อจะทำทุกวิถีทางให้หนูได้อยู่ที่นี่ เมื่อก่อนพ่อก็นึกว่าหานอวิ๋นรักหนู จะดูแลหนูแทนพ่อได้ พ่อถึงได้ยอมให้หนูไปที่นั่น หนูไม่ต้องไปลำบากที่นั่นหรอก ฐานะทางบ้านเราใช่ว่าจะลำบาก ลูกสาวคนเดียวพ่อดูแลได้ ตอนนี้หนูถอนหมั้นกับหาน อวิ๋นแล้ว พ่อไม่สบายใจที่หนูต้องไปทนลำบากที่นั่น”
สวี่ข่ายจะปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักของตนไปลำบากที่นั่นได้อย่างไรเล่า ต่อให้ตนต้องลาออกจากข้าราชการ ตนก็ไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวไปลำบากที่นั่นหรอก
“พ่อคะ อย่าเสี่ยงอันตรายทำเพื่อหนูเลยนะคะ ถ้าทางคณะต้องการให้เราส่งคนไปที่นั่นฉันก็จะไปค่ะ แต่ว่า…หนูไม่อยากอยู่ใกล้หานอวิ๋นค่ะ ทานมื้อเช้าเสร็จหนูจะไปจัดการเรื่องนี้ค่ะพ่อ”
“ฉิงฉิง พ่อไม่สบายใจเลย พ่อไม่อยากให้ลูกต้องไปทนลำบากทำงานที่นั่น”
ให้ตายยังไงพ่อของเธอก็ไม่ยอมให้เธอไป สวี่ข่ายเชื่อว่าตนสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้
“ฉิงฉิง ทำตามที่พ่อบอกเถอะ อย่าขัดใจพ่อเลยนะ” ไป่ฉิงได้ยินพี่ชายคนโตบอกแบบนั้นถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง
พี่ชายคนโตของเธอมีน้ำเสียงน่าเกรงขาม เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน แต่…ทุกครั้งที่พี่ชายเธอได้เอ่ยปากพูดอะไรแล้วละก็ ทำให้ทุกคนภายในบ้านตกใจกลัวไม่น้อย พี่สะใภ้คิดว่าพี่ชายเธอกำลังโกรธก็รีบเตือนสติบอกให้พี่ชายเธอพูดเสียงเบา ๆ หน่อย เมื่อก่อนพี่ชายเธอทำให้พี่สะใภ้กลัวไม่น้อย ดีที่พี่ชายเธอเป็นคนไม่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ สุดท้ายถึงได้พี่สะใภ้มาทำเมีย