โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ยุคปันผลสูง

Stock2morrow

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 01.08 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 01.08 น. • Stock2morrow
ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ยุคปันผลสูง

ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ยุคปันผลสูง

.

รู้หรือไม่ว่าตั้งแต่เปิดปี 2568 มานี้ SET Index ร่วงลงไปแล้วกว่า -25%

หรือถ้าถอยกลับไปไกลกว่านั้น 1 ปี ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงกว่า -38%

ยิ่งไปต้องพูดถึงช่วง 5 ปีมานี้ ที่ตลาดหุ้นไทยน่าจะเรียกว่า "ย่ำแย่" ที่สุด ก็อาจจะไม่ผิดนักด้วยผลตอบแทน -45%

มองไปทางไหน ตลาดหุ้นไทยก็ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสให้เหมาะแก่การลงทุนเลย

.

แต่ถ้าเราสังเกต ตั้งแต่เปิดปี 2568 ถือเป็นปีที่น่าสนใจเพราะนักลงทุนมักจะได้ยิน 2 เรื่องราวที่ไม่ได้เห็นมาสักพักใหญ่ๆแล้ว

นั้นก็คือ เรื่องของการจ่ายเงินปันผลพิเศษ และเรื่องของการซื้อหุ้นคืน

เมื่อไม่นานมานี้ มีหุ้นแบงก์ขนาดใหญ่ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษออกมา ส่งผลให้หุ้นวิ่งอย่างรวดเร็ว

ปรับตัวขึ้นมา Outperform ตลาดได้อย่างดี

และอีกกรณีหนึ่ง คือ หุ้นพลังงานขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นไทยที่เรียกได้ว่าเป็น "เสาหลัก" ได้มีการประกาศซื้อหุ้นคืน

ส่งผลให้หุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อบรรยากาศโดยรวมของหุ้นไทยให้เชิงบวก

ยังไม่นับรวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อีกหลายตัวเริ่มทยอยประกาศซื้อหุ้นคืน กันไปบ้างแล้ว

และหุ้นที่เข้ามา IPO ได้ไม่นาน จนราคาต่ำกว่าราคาจองซื้อก็ออกมายอมรับว่าสนใจในเรื่องของการซื้อหุ้นคืน

.

ประเด็นเรื่องของการซื้อหุ้นคืน และการจ่ายปันผลพิเศษ กำลังบ่งบอกว่าตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ยุค "ปันผลสูง"

ทำให้นักวิเคราะห์หลายๆคนมองว่า ณ จุดนี้ ไม่ควรขายหุ้นไทยแล้วด้วยสาเหตุ 2 ประการด้วยกัน คือ

1. ช่วงนี้ถือสินทรัพย์เสี่ยงประเภทไหน ก็มีความผันผวนด้วยกันทั้งสิ้น

ทรัพย์สินที่ Outperform ดีๆก็สามารถพลิกกลับมาร่วงแรงได้ภายในค่ำคืน เช่น ทองคำ ตลาดหุ้นเวียดนาม หุ้นเทคโนโลยี หรือแม้แต่คริปโทเคอร์เรนซี

ก็มีความผันผวนจากนโยบายตอบโต้ภาษีของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariff)

2. การจ่ายเงินปันผลดี และการประกาศซื้อหุ้นคืน อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ดังนั้น กลยุทธ์ในจังหวะนี้ นักวิเคราะห์มักจะแนะนำ คือ ทยอยซื้อหุ้น แบ่งไม้ซื้อ

ถ้าหุ้นขึ้นอาจจะมีการขายทำกำไรภายในกรอบ ถ้าหุ้นลงก็ทยอยซื้อไว้บ้าง

พูดง่ายๆ คือ แกว่งตัวในกรอบ เพราะ SET Index ไม่น่าจะไปไหนได้ไกลเพราะยังไม่มีปัจจัยใหม่

.

ในภาวะที่ทุกอย่างไม่สดใส การคาดหวังผลตอบแทนจากตลาดหุ้นแบบสูงๆ เป็นไปได้ยาก

ประกอบกับผลตอบแทนจากการลงทุนทางเลือกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน ซื้อหุ้นกู้ ตราสารหนี้ ทองคำ หรือแม้แต่การลงทุนต่างประเทศก็ดูจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนักในภาวะแห่งความผันผวน ดังนั้น นักลงทุนควรหันมามองการลงทุนใน "หุ้นปันผล" ที่พอจะหาได้ในตลาดหุ้นแม้ว่าอัตราการปันผลเทียบกับราคาหุ้นอาจจะไม่ได้สูงมากนัก

หุ้นปันผลที่ให้อัตราผลตอบแทนปีละประมาณ 4-5% ก็พอจะมีให้ลงทุนและมีจำนวนพอที่จะซื้อหลายตัวเพื่อกระจายความเสี่ยงได้

.

คำถามคือ ถ้าเราจะเลือกลงทุนในหุ้นปันผล มีหลักการอะไรบ้างที่เราควรวิเคราะห์ก่อนลงทุน

1. เป็นสินค้าที่มีความต้องการซื้ออยู่เสมอ (Demand) ไม่ถูกดิสรัปจากเทคโนโลยี อย่างน้อยในอีก 10 ปีข้างหน้า

2. ต้องเป็นบริษัทที่สามารถแข่งขันได้ ยิ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆด้วยยิ่งดี

3. ต้องเป็นบริษัทที่มีประวัติยาวนาน ฝ่าฟันวิกฤตต่างๆมาได้ พิสูจน์มาแล้วว่ามีการผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายมาหลายรอบแล้ว

4. บริษัทต้องมี "กำไร" สม่ำเสมอ ** ข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้ากำไรไม่มี หรือแนวโน้มของกำไรลดลง การจ่ายปันผลก็อาจจะไม่มีหรือจ่ายปันผลน้อยลงเรื่อยๆ

5. ฐานะทางการเงินมั่นคง ต้องไม่มีหนี้สินสูง หรือถ้าไม่มีหนี้ด้วยยิ่งดี

6. ราคาหุ้นต้องไม่แพง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุด คือ ดูจากค่า P/E ไม่ควรเกิน 10 เท่า และ P/BV ไม่เกิน 1-3 เท่า

ค่า Dividend Yield มองย้อนหลัง 4-5 ปีมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอและไม่ต่ำกว่า 5-6% ขึ้นไปได้ก็ยิ่งดี

.

แน่นอนว่าการลงทุนในหุ้น สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คือ ราคาหุ้น

แต่เราต้องเข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นปันผล ไม่จำเป็นต้องจดจ่อกับราคาหุ้นทุกวัน

เพราะวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกของเราก็คือ เราหวังว่าจะได้ปันผลตอบแทนปีละครั้งหรือสองครั้ง

และถ้าเรามองระยะยาวกว่านั้น คือ ปันผลที่เราได้จะเพิ่มขึ้นไหมในปีถัดไป ก็คือกำไรของบริษํทเพิ่มขึ้น

หรือไม่ก็มีการซื้อหุ้นคืนเพื่อลดจำนวนหุ้นและทำให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มและปันผลต่อหุ้นเพิ่มตาม

ดังนั้น ข้อสรุปของการลงทุนในหุ้นยุคปันผลสูง คือ เราไม่ควรสนใจราคามากนัก เพราะในที่สุดแล้ว ถ้าปันผลเพิ่ม ระยะยาวราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ปันผลที่เข้ามาจะเพิ่มมูลค่าพอร์ตของเราในระยะยาว และเป็นการเพิ่มความมั่งคั่งของเราในท้ายที่สุด

และสำหรับหุ้นหลายๆตัว ปันผลที่เราได้ประมาณ 7-8% ซึ่งหาไม่ยากเลย ณ เวลานี้

ก็คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนทางเลือกอื่นๆ

#stock2morrow #สื่อสถาบันความรู้และสังคมของนักลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...