โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พพ.เอาจริงสอบผู้บุกรุกพื้นที่เขื่อนคิรีธารล้ำเขตป่าสงวนฯ

The Better

อัพเดต 23 ก.พ. 2568 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 05.00 น. • THE BETTER
‘พีระพันธุ์’สั่งลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มสัปดาห์หน้าหาความชัดเจนและทางออกร่วมกัน หลังพบการบุกรุกเกาะกลางน้ำในเขื่อนคิรีธาร หวั่นกระทบการผลิตไฟฟ้า

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานได้มอบหมาย ทีมงานและ พพ. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพบมีการบุกรุกพื้นที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนคิรีธาร จ.จันทบุรีเพื่อหาความชัดเจนและแนวทางแก้ไขร่วมกับจังหวัดและท้องถิ่น ป้องกันการบุกรุกในอนาคต

ทั้งนี้ก่อนหน้าพพ.ได้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ไปแล้วหลังพบการใช้พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะกลางอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีขนาดกว่า 250 ไร่ พร้อมประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมป่าไม้ เพื่อหารือถึงความชัดเจนและร่วมดำเนินการ หาทางออกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับจากการตรวจสอบที่ผ่านมามีการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตรและปลูกพืชเศรษฐกิจในหลายจุด โดยบางส่วนอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและบางส่วนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ต้องได้รับการตรวจสอบสิทธิ์การครอบครอง โดยพพ.ได้ดำเนินการแจ้งพร้อมปักป้ายแจ้งเตือนให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่โดยเร็ว

ขณะเดียวกันหากมีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องสามารถนำมายืนยันต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาต่อไป โดยล่าสุด พพ. ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุกแล้ว 2 ราย และได้อยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีอีก 15 ราย รวม 21 แปลงที่ดิน

อย่างไรก็ตาม พพ. ได้ติดตามตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 – พฤศจิกายน 2567 ได้มีการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขื่อนคิรีธารและเข้าตรวจสอบพื้นที่ และลงพื้นที่ร่วมกับ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ซึ่งจากการดำเนินการร่วมกัน พพ. ได้มีหนังสือขอยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิ์การครอบครองที่ดินบางส่วนจาก ส.ป.ก. และแจ้งดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์

ทั้งนี้ พพ. ยังได้เดินหน้าตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งพบการบุกรุกในพื้นที่เกาะกลางและริมเขื่อนและได้ทำการตรวจสอบหลักฐาน พบว่าไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงได้ทำการปักป้ายแจ้งเตือนผู้บุกรุกให้ออกจากพื้นที่และเริ่มกระบวนการดำเนินคดีแจ้งความร้องทุกข์ และเตรียมการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

การดำเนินคดีและมาตรการต่างๆ เป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพื่อรักษาทรัพยากรน้ำและส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะยาว

นอกจากมาตรการทางกฎหมาย พพ. ยังเตรียมดำเนินการ กำหนดหลักเขตพื้นที่จัดทำถนน และก่อสร้างรั้วรอบเขื่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่มีการกักเก็บน้ำเพิ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...