โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ญี่ปุ่น” เตรียมรับมือศึกค่าเงินเยน หวั่นเจรจาสหรัฐสัปดาห์นี้กดดันหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 07.16 น.

"ญี่ปุ่น" เตรียมรับมือแรงกดดันจากสหรัฐที่อาจเรียกร้องให้หนุนค่าเงินเยน ยันยังไม่เห็นความเหมาะสมแทรกแซงค่าเงินหรือขึ้นดอกเบี้ยในทันที

วันที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 13.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Katsunobu Kato รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เตรียมพบปะหารือกับ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ ประเด็นค่าเงินเยนถูกมองว่าจะกลายเป็นหัวข้อหลักในการเจรจา แม้ว่าบรรดาแหล่งข่าวระบุว่าญี่ปุ่นจะตอบโต้หากถูกเรียกร้องให้ช่วยหนุนค่าเงินเยน

แม้ว่านักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าสหรัฐจะกดดันญี่ปุ่นให้ดำเนินมาตรการหนุนค่าเงินเยน แต่แหล่งข่าว 3 รายที่มีความรู้เกี่ยวกับการเจรจาระบุว่า ญี่ปุ่นเห็นว่ามีขอบเขตจำกัดสำหรับการดำเนินการโดยตรง เช่น การแทรกแซงค่าเงินหรือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยทันทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นหวังที่จะทำความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้นว่าฝ่ายสหรัฐมีท่าทีอย่างไรเกี่ยวกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน และเรื่องนี้จะมีบทบาทอย่างไรในกรอบการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ

นั่นหมายความว่าการประชุมระหว่างคาโต้กับเบสเซนต์ ซึ่งจะเป็นการพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรก มีแนวโน้มว่าจะไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผู้เล่นตลาดบางกลุ่มที่หวังว่าจะเห็นข้อตกลงร่วมกันครั้งใหญ่ในการหนุนค่าเงินเยน

แหล่งข่าวอีกรายกล่าวกล่าวถึงกลยุทธ์ของญี่ปุ่นในระหว่างการประชุม ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นนอกวาระหลักของการประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่กรุงวอชิงตัน ว่า "การประชุมจะเน้นไปที่การหยั่งเชิงความตั้งใจของสหรัฐ"

คาโต้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อนัดหมายวันที่แน่นอนสำหรับการประชุม เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นยังระบุด้วยว่ายังไม่ได้รับข้อเรียกร้องเฉพาะใด ๆ จากสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายค่าเงิน

ครั้งล่าสุดที่สหรัฐกดดันญี่ปุ่นอย่างจริงจังให้ปรับแข็งค่าเงินเยน คือ ในปี 1985 เมื่อสหรัฐเป็นผู้นำประเทศ G7 ในการดำเนินนโยบายลดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผ่านข้อตกลง Plaza Accord ขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ (LACKING FEASIBLE TOOLS)

การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญกับการลดขาดดุลการค้า และการแสดงความคิดเห็นในอดีตที่วิจารณ์ญี่ปุ่นว่าจงใจทำให้เงินเยนอ่อนค่า ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะถูกกดดันให้ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตสหรัฐ ซึ่งความคาดหวังดังกล่าวได้หนุนให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

เบสเซนต์ยังกล่าวด้วยว่า เขาตั้งตารอการหารือกับญี่ปุ่นเกี่ยวกับภาษีศุลกากร มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) และอัตราแลกเปลี่ยน

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวเคยบอกกับรอยเตอร์ว่า ความล่าช้าในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจถูกหยิบยกเป็นประเด็นในเวทีเจรจาการค้าทวิภาคีเช่นกัน อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นมีทางเลือกไม่มากในการดำเนินนโยบายที่สามารถส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศได้

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของญี่ปุ่นในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนคือในปี 2567 ซึ่งรัฐบาลได้เข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยนเพื่อพยุงค่าเงิน หลังจากที่เงินเยนร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 30 ปี ที่ 161.99 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

ในขณะที่ค่าเงินเยนได้แข็งค่าขึ้นสู่ระดับประมาณ 140 เยนต่อดอลลาร์แล้ว เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ในวงกว้าง เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจึงระมัดระวังที่จะดำเนินการใด ๆ ที่อาจทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอีก เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่ออัตรากำไรของผู้ส่งออกในช่วงที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาษีศุลกากร

หากญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อซื้อเงินเยน ก็จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งอาจไม่เป็นที่พึงปรารถนาของวอชิงตัน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐ กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...