หนุ่มสแกนจ่ายค่าถ่ายเอกสาร เจอร้านทักเงินไม่เข้า สุดซวย โอนผิดบัญชี ต้องจ่ายซ้ำ
หนุ่มสแกนจ่ายค่าถ่ายเอกสาร เจอร้านทักเงินไม่เข้า สรุปโอนผิดบัญชี ต้องจ่ายซ้ำ ชาวเน็ตลั่น ร้านก็ผิด ลูกค้าก็สะเพร่า
เรื่องราวสุดปวดหัว หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค โดยระบุว่า
“ไปถ่ายเอกสารค่าถ่าย 360 บาท เราก็สแกนคิวอาร์ที่วางอยู่โต๊ะในร้าน ไม่ติดกับร้านอื่น
ปรากฏว่าเป็นคิวอาร์คนอื่น ที่เอาคิวอาร์มาเคลือบละวางไว้ สรุป ซวยต้องจ่าย 2 ต่อ ไม่เป็นไรไม่กี่บาท
แต่ต่อไปนี้ สแกนคิวอาร์ ต้องถามว่าอันนี้ ที่วางอยู่นี่ร้านคุณใช่ไหม ไม่ต้องรีบ”
ในโพสต์เป็นภาพแชตการสนทนาระหว่างเจ้าของโพสต์กับร้านถ่ายเอกสาร ซึ่งเจ้าของโพสต์ได้สแกนคิวอาร์โค้ด ให้ทางร้านจำนวน 360 บาท
แต่ต่อมาทางร้านทักมาว่า โอนเงินให้หรือยัง ทำไมเงินยังไม่เข้า โอนเงินผิดบัญชีหรือไม่ ซึ่งเจ้าของโพสต์ตอบไปว่าเห็นคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนโต๊ะ เลยก็โอนไป
สรุปเป็นคิวอาร์โค้ดของลูกค้าที่เอาให้ร้านทำการเคลือบให้ ไม่ใช่คิวอาร์โค้ดของทางร้าน ทางร้านได้ตัดพ้อว่า “ทำไงหนอทีนี้” ท้ายสุดแล้วจบด้วยการที่เจ้าของโพสต์ต้องโอนเงินจำนวน 360 บาท ไปให้ทางร้านอีกครั้ง
หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น “คนโอนก็ควรจะถามก่อน ถามชื่อนามสกุล ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ว่าใช่ชื่อนี้บัญชีนี้ไหมคะ ก่อนกดโอนเงิน” “เจ้าของร้านไม่ควรถามลูกค้าว่าทำไงหนอทีนี้” “ยอมได้ไง เป็นเราไม่ยอมนะ” “เราโอนเงินทุกครั้ง จะถามชื่อนามสกุลคนที่โอนเสมอค่ะ เพราะหากผิดพลาดตามก็ยุ่งยาก”
“1.ถ้าเป็นลูกค้ามาเคลือบบัตร ลูกค้ามารับของทำไมไม่แจ้งว่ามีคนโอนผิดไป 2. ถ้าจะให้จ่ายอีกรอบ ไม่ควรเก็บรอบที่ 2 100% เพราะความผิดร้านเหมือนกัน ควรจะเก็บ 50%” “เราไม่ได้อะไรนะคะ แต่คิดอีกแง่นึงดู กลลวงของเขาไหมคะ จะบังเอิญอะไรขนาดนั้น อาจจะแกล้งๆ วางไว้ แล้วบอกไม่ใช่ ทั้งๆ ที่คิวอาโค้ดนั้น อาจจะเป็นของบุคคลใกล้ชิดหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเขาก็ได้ เท่ากับว่าร้านได้ x2 ขออนุญาตคิดแบบนี้ค่า เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็น่าคิดไปหมด ส่วนถ้าผิดพลาดจริงๆ แนะนำติดต่อธนาคารนะคะ แล้วแจ้งว่าโอนเงินผิดบัญชี ธนาคารจะติดต่อปลายทางไปเอง แล้วขออนุญาตดึงเงินคืนคนโอน ภายใน 5 วันทำการค่ะ (เราเจอมาหลายครั้ง เราเป็นแม่ค้า)” เป็นต้น