โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แปรงอย่างไรให้ฟันแข็งแรง เคล็ดลับวิธี ‘แปรงแห้ง’ โดยไม่บ้วนน้ำ ช่วยป้องกันฟันผุได้ดีกว่า

becommon.co

อัพเดต 30 ก.ย 2566 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2566 เวลา 06.38 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

เคยสังเกตขั้นตอนแปรงฟันของตัวเองไหมว่า ที่ผ่านมาคุณแปรงฟันด้วยวิธีไหน?

คนส่วนใหญ่มักจะล้างทำความสะอาดหัวแปรงด้วยวิธีจุ่มลงในแก้วน้ำ หรือไม่ก็เปิดก๊อกให้น้ำไหลผ่านขนแปรงจนเปียกชุ่มก่อนบีบยาสีฟัน แล้วค่อยบ้วนปากร่วมกับกลั้วคออีกครั้งหลังแปรงฟันเสร็จ เพราะเข้าใจว่าฟองฟูฟ่องสีขาวที่เกิดขึ้นระหว่างแปรงเป็นสิ่งแปลกปลอมจากสารเคมีในยาสีฟัน ด้วยความกลัวว่าจะส่งผลร้ายกับร่างกายถ้าเผลอกลืนเข้าไป หลายคนจึงรู้สึกสบายใจมากกว่าหากได้ล้างปากและฟันให้สะอาดหมดจดจนไม่มีฟองของยาสีฟันหลงเหลืออยู่

แต่ในความเป็นจริง วิธี ‘แปรงฟันเปียก’เช่นนี้ที่หลายคนทำทุกวันด้วยความคุ้นชิน กลับเป็นวิธีที่ทันตแพทย์ไม่แนะนำ เพราะปริมาณน้ำจำนวนมากที่ใช้บ้วนปากทั้งก่อนและหลังแปรงฟัน ไม่ได้ชะล้างแค่สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกฟันอย่างพวกเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฟันผุเท่านั้น แต่ยังเจือจางสารฟลูออไรด์ให้หลุดร่อนออกไปจากผิวฝันได้ด้วย

  • บ้วนน้ำหลังแปรงฟัน 1 ครั้ง ทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง 1-2 เท่า
  • บ้วนน้ำหลังแปรงฟัน 2 ครั้ง ทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง 4-5 เท่า
  • ดื่มน้ำหรือกินอาหารหลังแปรงฟัน ทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง 12-15 เท่า

หมายความว่าการแปรงฟันเปียกยิ่งสร้างความเสี่ยงทำให้ฟันผุ เพราะสารฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ควรจะเคลือบผิวฟันเพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันฟันจากคราบจุลินทรีย์ กลับถูกน้ำบ้วนปากหลังแปรงฟันล้างออกไปจนหมด เท่ากับว่ายิ่งบ้วนน้ำเยอะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งล้วงสารฟลูออไรด์ออกจากผิวฟัน จึงมีโอกาสเกิดฟันผุมากเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ทันตแพทย์จึงแนะนำให้ทุกคนหันมา ‘แปรงฟันแห้ง’แทน เพื่อรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันให้แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น

แล้ว ‘แปรงฟันแห้ง’ คืออะไร?

เพื่อความเข้าใจง่ายและสื่อความหมายถึงการแปรงฟันโดยไม่ใช้น้ำทั้งก่อนและหลังแปรงฟัน วงการทันตกรรมในประเทศไทย จึงเลือกใช้คำไทยบัญญัติใหม่ว่า ‘แปรงฟันแห้ง’หรือ ‘แปรงแห้ง’ แทนประโยคภาษาอังกฤษ ‘Spit Don’t Rinse’(แปลตรงตัวได้ว่า ‘ถุย (ถ่มทิ้ง) ไม่ต้องบ้วนน้ำ’) ซึ่งเป็นวิธีแปรงฟันที่ช่วยป้องกันฟันผุได้ดีที่สุดที่องค์กรและหน่วนงานด้านทันตกรรมทั่วโลกให้การยอมรับ

การศึกษาแรกๆ ที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ดีเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1992 ที่เมืองลานาร์กเชอร์ (Lanarkshire) ประเทศสก็อตแลนด์ หลังจากเก็บข้อมูลและศึกษาพฤติกรรมการแปรงฟันในเด็กนักเรียนจำนวน 3,005 คน โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 12 ปี 5 เดือน คณะวิจัยพบว่า ฟันของเด็กที่แปรงฟันแล้วบ้วนน้ำโดยเอาปากไปจ่อกับก๊อกทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าปากได้ไม่เยอะ ผุน้อยกว่าเด็กที่บ้วนน้ำโดยใช้แก้ว

อีกหนึ่งการศึกษาที่ได้ผลลัพธ์สอดคล้องกัน เกิดขึ้นใน ค.ศ. 2002 ที่เมืองเกานัส (Kaunas) ประเทศลิทัวเนีย คณะวิจัยติดตามพฤติกรรมแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในเด็กนักเรียน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 11 ปี 8 เดือน โดยแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คือ กลุ่มที่บ้วนน้ำหลายๆ ครั้งหลังแปรงฟันเสร็จ กลุ่มที่บ้วนน้ำแค่ครั้งเดียว และกลุ่มที่ไม่บ้วนน้ำ ผลปรากฏว่า เมื่อผ่านไปสามปี เด็กนักเรียนในกลุ่มที่ไม่บ้วนน้ำหลังแปรงฟันเลยเกิดปัญหาฟันผุน้อยที่สุด

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนกังวลถึงความปลอดภัย เพราะกลัวว่าถ้าหากไม่บ้วนปากล้างคราบยาสีฟัน สารเคมีจากยาสีฟันที่ตกค้างอยู่ในช่องปาก จะสร้างอันตรายให้ร่างกายได้หรือไม่?

คำตอบคือ ‘ไม่’เนื่องจากสารเคมีอื่นๆ ในยาสีฟัน โดยเฉพาะสารลดแรงตึงผิว (Sodium Lauryl Sulfate) ที่ทำให้เกิดฟองนั้น ถูกควบคุมให้มีปริมาณน้อยมากๆ เพียง 0.5 – 2% จึงไม่เพียงพอที่จะสร้างความระคายเคืองในช่องปากและร่างกายได้

สำหรับคนที่ต้องการปกป้องฟันจากฟันผุด้วยวิธี ‘แปรงฟันแห้ง’ โดยไม่บ้วนน้ำ สามารถทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อ

1. ก่อนเริ่มแปรงฟัน ให้กำจัดเศษอาหารที่อาจติดอยู่ตามซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน แล้วบ้วนน้ำทิ้งหลายๆ รอบจนแน่ใจว่าไม่มีเศษอาหารติดค้างอยู่ในช่องปาก

2. บีบยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ลงบนหัวแปรงที่แห้งสนิท โดยไม่ต้องจุ่มน้ำให้เปียกชุ่ม หากต้องการทำความสะอาดขนแปรง สามารถทำได้ แต่ต้องสะบัดน้ำออกหลังทำความสะอาดเสร็จจนขนแปรงแห้ง แล้วค่อยบีบยาสีฟัน ไม่อย่างนั้น น้ำที่หลงเหลืออยู่จะทำให้เกิดฟองเต็มปากขณะแปรงฟัน

3. แปรงฟันให้สะอาด เป็นเวลานาน 2 นาที และแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 รอบ คือ หลังตื่นนอนและก่อนเข้านอน

4. เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้ว ไม่ต้องบ้วนน้ำตาม ให้ถุยหรือถ่มน้ำลายเพื่อเอาฟองยาสีฟันออกแทน

5. หลังแปรงฟัน ให้งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 30 นาที ช่วยให้ฟลูออไรด์เคลือบผิวฟันได้ดีขึ้น เพื่อทำหน้าที่ปกป้องฟันจากคราบจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อ้างอิง

  • Chesters, R. K., Huntington, E., Burchell, C. K., & Stephen, K. W. (1992). Effect of oral care habits on caries in adolescents. Caries research, 26(4), 299–304. https://doi.org/10.1159/000261456
  • Machiulskiene, V., Richards, A., Nyvad, B., & Baelum, V. (2002). Prospective study of the effect of post-brushing rinsing behaviour on dental caries.Caries research, 36(5), 301–307. https://doi.org/10.1159/000065955
  • Krisdapong, S. (2017). Spit Don’t Rinse. Journal of Health Science, 26(2), S348–S359. https://thaidj.org/index.php/JHS/article/view/208
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...