ซูหว่านถิงกับระบบนายหญิงอันดับหนึ่ง
นิยาย Dek-D
อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 18.12 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 18.12 น. • ไม่กินถั่วฝักยาวข้อมูลเบื้องต้น
[ ระบบขอถามท่าน ท่านมีทักษะกุลสตรี เช่น การทำอาหาร การเย็บปัก การเขียนอักษร การเล่นหมากล้อม การเล่นดนตรี การวาดภาพ หรือการดูแลทำความสะอาดบ้านเรือนหรือไม่ ไม่ต้องชำนาญทุกอย่าง แค่เพียงอย่างเดียวก็ได้เจ้าค่ะ ]
“…ไม่…” ทำอาหาร เย็บปัก ทำความสะอาดคือสิ่งใด นางเคยเพียงแต่ใช้เงินแก้ปัญหา จะไปเคยทำเองได้อย่างไร
เขียนอักษรนะหรือ คนเขาก็เน้นพิมพ์เร็วกันทั้งนั้น สงครามคีย์บอร์ดรู้จักหรือไม่
หมากล้อมคืออะไร ถ้าหมากเก็บก็ได้อยู่
ดนตรี หึหึ แค่หายใจเสียงยังเพี้ยน จะไปฝึกเล่นสิ่งใดกัน
ยิ่งวาดภาพ ยิ่งแล้วใหญ่ กล้องหน้ากล้องหลังกี่ล้านพิกเซลก็ว่ากันไป ไม่พอใจยังมีโฟโต้ชอปอีกด้วย
[ ท่านปลูกผัก ปลูกข้าว ปลูกต้นไม้ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำประมง ทำสบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน เครื่องสำอาง เผาถ่าน ทอผ้า เป็นหรือไม่ ]
“…ไม่…” ข้าย่อมต้องซื้อกิน ซื้อใช้แน่อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขาย บริการส่งถึงบ้านเชียวนะ
** ข้อมูลเพิ่มเติม (Update 14/05/2023)
แผนที่จักรวรรดิเฟิ่งหลง
ระดับพลังปราณมี 9 ระดับ (4 ขั้นย่อย ต่ำ กลาง สูง สูงสุด)
1. ระดับต้นกำเนิด (พลังสีแดง)
2. ระดับหลอมกายา (พลังสีส้ม)
3. ระดับหลอมลมปราณ (พลังสีเหลือง)
4. ระดับหลอมจิตวิญญาณ (พลังสีเขียว)
5. ระดับนักรบปฐพี (พลังสีน้ำเงิน)
6. ระดับราชันย์นภา (พลังสีม่วง)
7. ระดับเซียนพิสุทธิ์ (พลังสีเงิน)
8. ระดับเทพสวรรค์ (พลังสีทอง)
9. ระดับเทพบรรพกาล (พลังสีดำ)
ระดับสัตว์วิญญาณมี 4 ขั้น 9 ระดับ
ขั้นต่ำ ระดับ 1-3
ขั้นกลาง ระดับ 4-6
ขั้นสูง ระดับ 7-9
สัตว์เทวะ (ในตำนาน)
ค่าเงิน
1,000 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน
100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
100 เหรียญทอง = 1 ศิลาวิญญาณ
100 ศิลาวิญญาณ = 1 หยกวิญญาณ
มันเกิดอะไรขึ้น
มืดจัง…
ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย…
ละอองฝันพยายามเพ่งมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย แม้กระทั่งมือของตัวเอง
“หรือว่ากำลังฝัน” เธอลองหยิกแขนตัวเองแรงๆ แต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บสักนิด
“โธ่เอ้ย ที่แท้ก็ฝั…” ละอองฝันยังไม่ทันจะโล่งใจ ก็ต้องตกใจกับเสียงอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นภายในหัว
[ ติ๊ง! สวัสดีค่ะท่านผู้ใช้ระบบ ยินดีต้อนรับสู่ห้วงเวลานิรันดร์กาล เหลือเวลาอีก 15 นาที ระบบจะทำการเชื่อมต่อและเคลื่อนย้ายดวงวิญญาณไปยังจุดหมายปลายทาง กรุณารอสักครู่ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ ]
“เฮ้ย! … ฝันเป็นตุเป็นตะเลยนะเนี่ย”
[ เรียนท่านผู้ใช้ระบบ ท่านไม่ได้ฝันค่ะ ]
“ฝันแบบมีระบบตอบรับซะด้วย สงสัยช่วงนี้แกล้งคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เยอะไปหน่อย”
[ เรียนท่านผู้ใช้ระบบครั้งที่สอง ท่านไม่ได้กำลังฝันค่ะ ]
“แต่ฉันหยิกตัวเองไม่เจ็บเลยนะ… แล้วคุณเป็นใครคะ”
[ ระบบคือระบบที่จะมาช่วยเหลือให้ท่านผู้ใช้กลายเป็นนายหญิงอันดับหนึ่งค่ะ และท่านย่อมไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะท่านเป็นเพียงดวงวิญญาณที่ไม่มีกายเนื้อค่ะ ]
“เดี๋ยวนะ เป็นไปไม่ได้ ฉันแค่เผลอหลับตอนดูซีรีส์เองนะ จะกลายเป็นวิญญาณได้ไง ฉันไปตายตอนไหนกัน” ละอองฝันพยายามตั้งสติ พยายามทบทวนเรื่องราวต่างๆ
เธอเป็นสาวโสดวัย 39 ปี ที่กำลังมีความสุขกับการใช้ชีวิตเยี่ยงหญิงชราวัยเกษียณ ด้วยมีทรัพย์สินเงินทองที่สั่งสมมาจากการทำงานประจำในบริษัทยักษ์ใหญ่ การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีที่แล้ว
เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำเมื่อปีก่อน จากนั้นก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามที่ใฝ่ฝันทันที นั่นคือ การอ่านนิยาย ดูซีรีส์ เล่นเกม นอนดึกตื่นสาย พบปะเพื่อนฝูงบ้างเป็นครั้งคราว ไม่ต้องลำบากทำงานหาเงินอีกต่อไป
ความทรงจำสุดท้ายที่เธอจำได้ คือ เธอกำลังนั่งดูซีรีส์จีนกำลังภายใน มือซ้ายดูดชาเขียว มือขวาเล่นเกมอย่างเมามัน และในขณะนั้น เธอก็ได้ยินเสียงคล้ายๆ เสียงคุณป้าหรือหญิงสาววัยกลางคนแว่วดังเข้ามาในหู
[ ติ๊ง! ตรวจพบดวงวิญญาณที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข ]
[ ดำเนินการติดตั้งระบบ… ]
[ ติดตั้งสำเร็จ! ]
จากนั้นเหมือนเธอจะวูบไป รู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
“หรือฉันตายตอนนั้น…” ละอองฝันไม่เข้าใจ เธอสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ถึงแม้เธอจะชอบนอนดึกตื่นสาย ชอบกินชาเขียว ชอบชานมไข่มุก ขี้เกียจออกกำลังกาย
แต่เธอก็ตรวจสุขภาพทุกปี!
ทำไมตายง่ายจัง…
[ ท่านผู้ใช้ระบบถือว่าตายยากแล้วค่ะ อันที่จริงอายุขัยของท่านคือ 38 ปี ท่านควรตายตั้งแต่วันที่ลาออกจากบริษัท แล้วไปร่วมงานเลี้ยงอำลาที่ผับ เมาแล้วข้ามถนนจนถูกรถชนเสียชีวิต แต่ด้วยความผิดพลาดของท่านเทพผู้ดูแลดวงชะตาและเจ้าหน้าที่ผู้นำส่งวิญญาณ ทำให้ท่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แสนสบาย เพิ่มมาอีกหนึ่งปี ]
“ถ้าฉันตายแล้วจริง ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน แล้วนายหญิงอันดับหนึ่งนี่มันเรื่องอะไรกัน ตายแล้วไม่ใช่ว่าต้องไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์เหรอ?”
[ ข้อแรก ตอนนี้เราอยู่ที่ดินแดนช่องว่างระหว่างมิติ เรียกว่า ห้วงเวลานิรันดร์กาล เป็นสถานที่สำหรับดวงวิญญาณที่รอคอยการเดินทางไปยังมิติต่างๆ เพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
ข้อสอง เนื่องจากท่านได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายทั้งกายและใจเกินกว่าอายุขัยมากว่าหนึ่งปี ท่านจึงต้องทำภารกิจเพื่อชดเชยส่วนต่าง ภารกิจที่ว่าก็คือ ท่านต้องกลายเป็นนายหญิงอันดับหนึ่งให้จงได้ค่ะ
หากภารกิจสำเร็จ ดูจากคุณงามความดีที่ท่านทำไว้ในอดีตชาติ ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะไปเกิดใหม่หรือบำเพ็ญเพียรต่อไปเพื่อบรรลุเซียนก็ได้ค่ะ
แต่หากทำภารกิจไม่สำเร็จ ดวงวิญญาณของท่านจะกลับมาลอยเคว้งคว้างยังที่แห่งนี้อีกครั้งและรอคอยจนกว่าจะพบภารกิจที่มีเงื่อนไขตรงกับท่านใหม่
อ้างอิงจากสถิติในฐานข้อมูล การรอคอยภารกิจในแต่ละครั้งอาจนาน 50 - 800 ปีโลกมนุษย์ค่ะ ]
“…?????…”
ละอองฝันอยากตะโกนว่า ว๊อท เดอะ xxxx !!
มีความในใจเป็นหมื่นล้านคำ แต่พูดไม่ออกเลยสักคำ!!
นี่มันไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอไม่ได้อยากโกงอายุสักหน่อย
มันเป็นความผิดเจ้าหน้าที่ชัดๆ ทำไมเธอต้องรับผิดชอบละ
เธอต้องไฝ้ว (สู้)
“คุณระบบ ขอเวลานอกแป๊บนึง” เธอยกมือขึ้นขออนุญาตพูด
“ตามที่คุณระบบกล่าวมา ปัญหามันเกิดจากผู้ดูแลดวงชะตากับผู้นำส่งวิญญาณไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมฉันต้องทำภารกิจชดเชยด้วย”
[ เป็นความจริงที่ต้นเหตุเกิดจากความบกพร่องในหน้าที่ของท่านเทพผู้ดูแลดวงชะตาและเจ้าหน้าที่ผู้นำส่งวิญญาณ แต่ก็เป็นความจริงอีกเช่นกัน ที่ท่านได้รับผลประโยชน์จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในหนึ่งปีที่ผ่านมา ท่านสามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ใฝ่ฝันใช่หรือไม่ ]
“…ช…ใช่…” เธอยอมรับ ตลอดหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและสะดวกสบายจริงๆ
[ ท่านผู้ใช้ระบบ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ กฎเกณฑ์ของจักรวาลย่อมสมดุลและเที่ยงธรรม ท่านเทพผู้ดูแลดวงชะตาและเจ้าหน้าที่ผู้นำส่งวิญญาณย่อมได้รับโทษเช่นกัน
ส่วนท่านถึงแม้ว่าจะต้องทำภารกิจชดเชย แต่ท่านก็ยังมีสุดยอดระบบอย่างระบบคอยช่วยเหลือนะคะ และหากภารกิจสำเร็จท่านก็มีโอกาสเป็นเซียนอีกด้วย
นอกจากนี้ ท่านเทพและท่านเจ้าหน้าที่ยังฝากของขวัญเป็นพร 2 ข้อ เพื่อเป็นการขอโทษท่านด้วยค่ะ ]
ละอองฝันตาลุกวาวทันที
“ขอเอาทรัพย์สินทั้งหมดก่อนตายไปด้วยได้มั้ย เสียดายอะ นั่นเงินเก็บในธนาคารใช้ได้จนอายุ 80 เลยนะ หุ้นกับค่าเช่าอสังหาฯ อีก ยังไม่ทันได้ใช้เลย…”
[ ไม่ได้ค่ะ ท่านไม่เคยได้ยินหรือคะ ‘สมบัติเป็นของนอกกาย ตายไปก็เอาไปไม่ได้’ เกิดใหม่ก็ต้องเริ่มต้นหาเงินใหม่ค่ะ ]
“มิติละ แบบในนิยายที่ปลูกอะไรก็ขึ้น มีน้ำวิเศษ ของวิเศษเทพๆ”
[ ไม่ได้ค่ะ สิ่งนั้นต้องอาศัยความสามารถและโชคชะตาของท่านเองค่ะ ]
“อ้าว….แล้วขออะไรได้บ้างเนี่ย”
[ ท่านเทพผู้ดูแลดวงชะตาและเจ้าหน้าที่ผู้นำส่งวิญญาณมีพรมาให้ท่านเลือก 5 ข้อ ท่านสามารถเลือกได้เพียง 2 ข้อเท่านั้น
1. ร่างกายแข็งแรงบึกบึน พลังดั่งคชสาร
2. สมาธิ สติปัญญา ความจำ เป็นเลิศ ผ่านตาไม่รู้ลืม
3. สามารถใช้พลังธาตุได้ทุกธาตุ
4. ความงาม ใบหน้า ผิวพรรณ รูปร่างเป็นเลิศ (กินมากเท่าไหร่ก็ยังคงรูปร่างงดงาม)
5. พลังจิตวิญญาณสูงส่ง
เชิญเลือกได้เลยค่ะ ]
“อืมมม…เลือกข้อไหนดีนะ” เหมือนเธอจะลืมถามว่า เธอต้องไปเกิดที่มิติแบบไหน
“คุณระบบ ฉันต้องไปเกิดที่ไหนเหรอคะ”
[ ท่านต้องไปเกิดในมิติที่มีการดำเนินชีวิต ประเพณี การแต่งกาย คล้ายคลึงกับชนชาติจีนโบราณ แต่ประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศแตกต่างกัน ผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา แต่ก็มีคนบางส่วนที่สามารถใช้พลังลมปราณหรือพลังปราณ รวมถึงพลังธาตุ เรียกว่า ชาวยุทธ์ คนกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลเบื้องหลังขั้วอำนาจต่างๆ ระบบสามารถแจ้งรายละเอียดได้เท่านี้ ส่วนท่านจะได้ไปเกิดที่ไหน เป็นใครนั้น ถือเป็นความลับ ]
“โอ้ยย…เลือกข้อไหนดี…” ละอองฝันคิดหนัก อยากได้มันทุกข้อ
[ ขณะนี้เหลือเวลาอีก 1 นาที เตรียมการเดินทางไปยังมิติจุดหมายปลายทาง กำลังจะนับเวลาถอยหลัง โปรดทำการเลือกให้เสร็จสิ้นค่ะ ]
สวัสดีค่ะ ผู้อ่านทุกท่าน ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกของผู้เขียน อาจจะมีความไม่สมเหตุสมผล หรืออาจมีข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอันเกิดจากจินตนาการของผู้เขียนเอง รวมทั้งสำนวนการเขียนอาจจะผิดแปลกไปบ้าง ผู้เขียนเพียงหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้รับความสนุกไปบ้างไม่มากก็น้อย และร่วมติดตามกันไปจนถึงตอนสุดท้าย
หากเจอคำผิด สามารถแจ้งในคอมเมนต์ได้เลยค่ะ เพื่อผู้เขียนจะได้นำไปแก้ไขปรับปรุง
ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพนะคะ หรือกดส่งกำลังใจให้กันจะขอบคุณมากค่ะ (กดเยอะ อัพไวน้าาา _)
ข้าคือใคร
[ ขณะนี้เหลือเวลาอีก 1 นาที เตรียมการเดินทางไปยังมิติจุดหมายปลายทาง กำลังจะนับเวลาถอยหลัง โปรดทำการเลือกให้เสร็จสิ้นค่ะ ]
[ หากไม่ทำการเลือกภายในเวลาที่เหลือ จะถือว่าท่านผู้ใช้ระบบทำการสละสิทธิ์นะคะ ]
[ นับเวลาถอยหลัง 59 58 57 56 55 54 53 … ]
ละอองฝันเริ่มลุกลี้ลุกลน
‘ตัดสินใจยากจริงๆ เอาวะ เลือกตามนางเอกในนิยายเลยละกัน เน้นความฉลาดไว้ก่อน ผ่านตาก็จำได้ ข้อ 2 นี่มันสกิลนางเอกชัดๆ
ข้อ 4 ตัดออก เดี๋ยวรวยก็สวยเอง
ข้อ 1 ก็ตัดออก ค่อยฝึกพลังลมปราณอะไรนั่นเอาแล้วกัน คงแข็งแรงขึ้นละมั้ง เหลือข้อ 3 กับข้อ 5 ข้อไหนดีเนี่ย…’
“โอ้ย ปวดหัว” นี่เธอกำลังตัด choice (ตัวเลือก) เหมือนตอนทำข้อสอบเลย
อืมๆ ตัดข้อ 3 ออกละกัน ถ้ามีพลังธาตุ ต่อให้มีธาตุเดียวก็ดีงามแล้ว มีสองธาตุขึ้นไปถือว่าได้กำไร
เอาละ คำตอบสุดท้ายคือข้อ 5 พลังจิตวิญญาณคืออะไรไม่รู้ แต่ฟังดูเป็นแรร์ไอเทม ดูเป็นสกิลตัวเอก
โฮะโฮะ เธอภาคภูมิใจกับความฉลาดเลือกของตัวเองจัง
[ 20 19 18 17 … ]
“คุณระบบ ตกลงฉันขอเลือกข้อ 2 กับข้อ 5 ค่ะ”
[ ยืนยัน ทำการเลือกพรข้อ 2 ด้านสติปัญญา และพรข้อ 5 ด้านพลังจิตวิญญาณ ]
สิ้นเสียงของระบบ ละอองฝันก็มองเห็นดวงไฟสีทองขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารก 2 ดวง กำลังลอยมาหาเธอ ดวงไฟใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนจมหายไปในหน้าผากของเธอ จากนั้นละอองฝันก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง และดูเหมือนว่าดวงวิญญาณของเธอจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ไม่ล่องลอยเหมือนก่อนหน้านี้
ยิ่งเสียงนับถอยหลังของระบบลดลง ความวิตกกังวลและความตื่นเต้นของละอองฝันยิ่งเพิ่มขึ้น
[ 9 8 7 6 5 4 3 2 1 0 … เชื่อมต่อประตูมิติสำเร็จ เคลื่อนย้าย! ]
ทันใดนั้น ละอองฝันก็ได้สัมผัสประสบการณ์คล้ายกับตอนนั่งรถไฟเหาะผสมกระโดดบันจี้จัมพ์ เหมือนใครจับเธอโยนลงไปในเครื่องซักผ้าฝาหน้าแล้วกดปุ่มปั่นแห้งพิเศษ แม้เธอจะเป็นเพียงดวงวิญญาณ แต่ก็ยังรู้สึกอยากอาเจียนเอาของเก่าออกมาให้หมด
ละอองฝันไม่รู้ว่าเธอทนทรมานอยู่นานเท่าไหร่ สติของเธอค่อยๆ ดับวูบลงไป…
…………………
ณ ป่าดับตะวัน หมู่บ้านไห่ซาน เมืองถังหยวน
“หว่านถิง…”
“ซูหว่านถิง”
“ได้ยินรึไม่ เจ้าเป็นอันใด ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้”
‘โอ้ย…รำคาญ ปวดหัว คนจะนอน เสียงดังกันจริงๆ เลย’ ละอองฝันบ่นในใจ เธอคิดว่าแก๊งมนุษย์ป้ากับมนุษย์ลุงที่บ้านข้างๆ เริ่มสงครามน้ำลายกันอีกแล้ว
“ปวดหัว ปวดตัว ฉิบ…” ละอองฝันค่อยๆ ลืมตา สิ่งแรกที่รู้สึกคือ เหมือนเธอโดนรถทับหรือคงถูกใครซ้อมมา เธอเจ็บปวดไปทั้งร่าง โดยเฉพาะตรงศีรษะด้านหลังกับขาซ้าย แถมมีอาการวิงเวียนคล้ายบ้านหมุนอีกด้วย
“เจ้าบาดเจ็บหรือ” ชายหนุ่มเริ่มกังวล เมื่อไม่มีการตอบรับจากเด็กสาว
ละอองฝันหันหน้าไปทางที่มาของเสียง
‘โอ้วแม่เจ้า!! พ่อหนุ่ม งานดี บัลลังก์หยางหยางกับสวีข่ายในใจป้ามีอันต้องสั่นสะเทือน’
“หว่านถิง เจ้าลุกขึ้นไหวหรือไม่” ชายหนุ่มตรวจสอบสภาพของเด็กสาว ไม่พบบาดแผลตามตัว แต่ไม่รู้ว่าภายในร่มผ้า นางได้รับบาดเจ็บหรือไม่ เขาไม่อยากแตะต้องตัวนางเท่าใดนัก แต่หากได้กลิ่นไม่ผิด เหมือนตัวเด็กสาวจะมีกลิ่นโลหิต
ละอองฝันพยายามกลอกตามองซ้ายมองขวา เนื่องจากเธอวิงเวียนจนแทบไม่อยากขยับศีรษะ แล้วเธอก็ได้รู้แล้วว่า ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แต่มันเป็นป่า กลอกตาครบสามร้อยหกสิบองศา ก็เห็นแค่ต้นไม้ ต้นหญ้า ท้องฟ้า และก้อนหิน
อ้อ…แล้วก็ชายหนุ่มรูปหล่ออีกคน
เดี๋ยวนะ! ทรงผมยาวเฟื้อย เสื้อผ้าแบบจีนโบราณ ภาษาพูดที่ฟังดูคล้ายภาษาจีน
ชัดเลย! สายการบินระบบแอร์ไลน์ แลนดิ้งแล้ว
‘เฮ้ คุณระบบ ฮัลโหลๆ…..ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’
ละอองฝันไม่คิดว่าจะเจอวิกฤตตั้งแต่นาทีแรกที่มายังโลกใบใหม่
เธอจะทำยังไงดี อยากจะร้องไห้
เธอฟังภาษาจีนไม่ออกกก…
เรี่ยวแรงของละอองฝันเริ่มหดหาย เธอรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตรงต้นคอ และเริ่มรู้สึกตาพร่ามัว
ละอองฝันพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้าย เอื้อมมือไปสัมผัสตรงที่ด้านหลังศีรษะ บริเวณที่เธอคิดว่าน่าจะมีบาดแผล และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ละอองฝันเอามือป้ายเลือด เพื่อให้ชายหนุ่มเห็นว่าเธอได้รับบาดเจ็บหนัก
‘เธอเห็นเลือดมั้ยพ่อหนุ่ม โปรดพาป้าไปหาหมอด้วยเถอะ’
นั่นคือสำนึกสุดท้ายก่อนที่ละอองฝันจะสลบไปอีกรอบ
ด้านเหว่ยเทียนจวิน เมื่อเห็นเลือดและบาดแผลที่ศีรษะของเด็กสาวข้างบ้านก็ตกใจยิ่งนัก หมดข้อสงสัยว่านางจะมีแผนการร้ายอันใดอีก จึงรีบเปิดตะกร้าสะพายหลัง ค้นหาสมุนไพรห้ามเลือดที่เพิ่งเก็บมาจากในป่า มาขยำและตำด้วยหิน จากนั้นเอาไปพอกตรงบาดแผล แล้วฉีกชายเสื้อมาพันไว้ก่อน มิเช่นนั้นนางอาจเสียเลือดจนตายก่อนให้ท่านหมอรักษาเป็นแน่
หลังห้ามเลือดเสร็จ เหว่ยเทียนจวินก็รีบอุ้มนาง แล้ววิ่งกลับไปที่บ้านอย่างรวดเร็ว
…………….
ระหว่างทางก่อนจะถึงบ้านของเด็กสาว เหว่ยเทียนจวินก็ได้พบกับซูเฉิงซุน บุตรชายคนโตของบ้านซู พี่ชายของคนเจ็บพอดี
“อาจวิน เกิดอะไรขึ้น ถิงเอ๋อร์เป็นอันใด” ซูเฉิงซุนตกใจจนหน้าซีด เมื่อเห็นน้องสาวสุดที่รักหมดสติและมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนที่เสื้อผ้า
“ซูต้าเกอขอรับ หว่านถิงได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ท่านรีบไปตามท่านหมอหลี่ก่อนเถอะ ข้าจะพานางไปรอที่บ้านท่านล่วงหน้า” เหว่ยเทียนจวินรีบเตือนสติอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ได้ ข้าจะรีบไป ฝากดูแลถิงเอ๋อร์ด้วย รบกวนเจ้าแล้ว” ซูเฉิงซุนรีบวิ่งออกไปทันที
……………..
บ้านตระกูลซู
“ถิงเอ๋อร์ ลูกแม่” หยางฮุ่ยเจิน มารดาของเด็กสาวรีบเข้ามาช่วยเหว่ยเทียน
จวินประคองคนเจ็บลงบนเตียง
“ท่านป้าหยาง ท่านตรวจดูบาดแผลตามร่างกายของนางก่อนเถอะขอรับ ข้าพอกสมุนไพรห้ามเลือดตรงแผลที่ศีรษะของนางแล้ว ส่วนพี่ซุนกำลังไปตามท่านหมอหลี่ ข้าขอตัวไปรอด้านนอกนะขอรับ” บอกกล่าวอาการเด็กสาวแล้ว เหว่ยเทียนจวินก็รีบออกมารอนอกห้อง
ระหว่างที่นางฮุ่ยเจินกำลังสำรวจบาดแผลตามร่างกายของบุตรสาวอยู่นั้น ละอองฝันก็รู้สึกตัวอีกครั้ง และเธอก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้คุณระบบของเธอกลับมาแล้ว
[ สายัณห์สวัสดิ์เจ้าค่ะคุณหนู ขออภัยในความไม่สะดวก ระบบเพิ่งปรับปรุงและเพิ่มฐานข้อมูลเกี่ยวกับมิติและโลกใบนี้เสร็จสิ้น ขณะนี้คุณหนูสามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาของโลกนี้ได้แล้วเจ้าค่ะ ]
‘อ้อ แอบไปอัพเดทโปรแกรมกับฟ้อนท์ภาษามานี่เอง ทำฉันตกใจแทบแย่เลยนะ แล้วนี่ฉันมาเข้าร่างใครกัน ร่างนี้จะไหวไหม ไม่มีตรงไหนที่ไม่ปวดเลยอะ’
ละอองฝันอดที่จะบ่นคุณระบบไม่ได้ เธอกลัวมากจริงๆ นึกว่าจะต้องผจญอยู่ในโลกนี้เพียงลำพัง หรือไม่ก็ตายอีกรอบซะแล้ว
[ ก่อนอื่นระบบขอเตือนคุณหนูว่า คุณหนูควรปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมของที่นี่ เริ่มต้นจากสำนวนภาษาการพูดเป็นอันดับแรก โปรดสังเกตตัวอย่างที่ดีจากระบบเจ้าค่ะ ]
ละอองฝันอยากกลอกตามองขึ้นบนฟ้าเสียจริง ‘ได้เจ้าค่ะ ท่านระบบ บอกข้าได้หรือยังว่าตอนนี้ ข้าคือใคร’
[ ร่างนี้ ชื่อ ซูหว่านถิง เป็นบุตรสาวคนเล็กของบ้านตระกูลซู นางได้หมดอายุขัยไปแล้ว แต่ดวงวิญญาณของนางและดวงวิญญาณของคุณหนูมีบางสิ่งที่สอดคล้องเกี่ยวพันกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คุณหนูจึงได้มาเกิดใหม่ในร่างของนางได้ ]
‘แล้วเหตุใด ข้าไม่ได้รับความทรงจำของนางมาเลย ไม่เหมือนกับในนิยายที่ข้าเคยอ่านสักนิด’
[ เหตุที่คุณหนูไม่ได้รับความทรงจำ นั่นก็เป็นเพราะสภาพร่างกายของคุณหนูในตอนนี้ มีเลือดคั่งอยู่ในศีรษะ เมื่อรักษาหาย ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็จะกลับมาเองเจ้าค่ะ ]
‘ท่านระบบรักษาข้าไม่ได้หรือ’
[ ได้เจ้าค่ะ ระบบมีโอสถสลายลิ่มเลือดขั้นสูง สามารถรักษาอาการเลือดคั่งให้หาย หลังจากกินไปเพียงหนึ่งเค่อ แต่ท่านต้องใช้แต้มประสบการณ์ในการซื้อเท่านั้น ซึ่งในตอนนี้ท่านยังไม่ได้ทำภารกิจ จึงยังคงมีแต้มเท่ากับศูนย์
ระบบขอแนะนำให้คุณหนูรับการรักษาจากท่านหมอหลี่ไปก่อน จากการประเมินความสามารถในการปรุงโอสถและการฝังเข็ม คาดว่าคุณหนูจะได้รับความทรงจำคืนมาภายในหนึ่งเดือนเจ้าค่ะ ]
‘……..’
เอาละ ซูหว่านถิงการละครต้องมา
รับบทสาวน้อยความจำเสื่อมแล้วหนึ่ง
คุณหนูไร้สามารถ
“ท่านหมอหลี่ บุตรสาวข้า นางเป็นอันใดมากหรือไม่” หยางฮุ่ยเจินสะอื้นถามอาการจากท่านหมอหลี่ที่บุตรชายคนโตเชิญมารักษาซูหว่านถิง
“นางได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย กระดูกร้าว ส่วนบริเวณศีรษะ บาดแผลไม่สาหัสมากนัก ทว่านางได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจนเกิดเลือดคั่งในศีรษะ
ข้าจะทราบอาการแน่ชัดก็ต่อเมื่อนางฟื้นคืนสติ นางอาจจะไม่มีอาการอะไรเลยนอกจากปวดหัวและวิงเวียน แต่หากโชคร้าย นางอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำ”
เมื่อหยางฮุ่ยเจินได้ฟังอาการของบุตรสาวก็แทบจะเป็นลม ซูเฉิงซุนจึงต้องช่วยประคองมารดาที่กำลังจะล้มลงไปอีกคน
ละอองฝันในร่างซูหว่านถิง ที่ตอนนี้ได้สติแล้ว แต่จำเป็นต้องแกล้งสลบเพื่อรอเวลาเข้าฉาก และเก็บข้อมูลไปด้วย ก็ค่อยๆ ลืมตา
“แค่กๆ น้ำ…ขอน้ำ…”
“ถิงเอ๋อร์/ถิงเอ๋อร์” หยางฮุ่ยเจินและซูเฉิงซุน รีบเข้าไปดูคนเจ็บ
“เจ้าดื่มน้ำก่อน เจ้าเจ็บปวดตรงไหนบ้าง บอกท่านหมอหลี่เร็วเข้า” หยางฮุ่ยเจินประคองป้อนน้ำให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน
“พวกท่านเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน” ซูหว่านถิงคนใหม่ แสดงท่าทางงุนงง พร้อมกุมหัวร้องโอดโอย
“ท่านหมอหลี่ ท่านโปรดดูอาการถิงเอ๋อร์ด้วยเถิดขอรับ” ซูเฉิงซุนรีบหลีกทางให้ท่านหมอหลี่เข้ามาดูอาการน้องสาวที่ตอนนี้ดูเหมือนนางจะปวดหัวเป็นอย่างมาก
ซูหว่านถิงจากตอนแรกแค่แสร้งปวดหัวเพื่อความสมจริง แต่ทำไปทำมาด้วยร่างกายที่อ่อนแอและบาดเจ็บ ทำให้ตอนนี้นางมีอาการปวดหัวจริงๆ แล้ว
ท่านหมอหลี่จับชีพจร จากนั้นทำการฝังเข็มให้ซูหว่านถิง และถามคำถามนาง
“นังหนู เจ้าจำชื่อตนเองได้หรือไม่”
“ข้า…ข้าไม่รู้…ข้าจำมิได้” หลังจากฝังเข็ม อาการปวดของนางก็บรรเทาลง นางมองไปรอบๆ ก็พบว่าภายในห้องเล็กๆ นี้ มีคนสามคน ชายชราคงเป็นท่านหมอหลี่ หญิงสาวอายุราวๆ สามสิบกว่าปี คงเป็นมารดาของร่างนี้ ส่วนบุรุษตัวโตสูงใหญ่ผู้นี้ คงเป็นพี่ชายกระมัง
“อืม นางมีอาการความจำเสื่อมค่อนข้างสาหัสทีเดียว เพราะกระทั่งชื่อตนเองยังจำมิได้” ท่านหมอหลี่แจ้งอาการของนางให้ทุกคนทราบ
“ท่านหมอหลี่ แล้วจะรักษานางหายหรือไม่ ความทรงจำของนางจะฟื้นคืนหรือไม่” หยางฮุ่ยเจินสงสารบุตรสาวยิ่งนัก
“ข้าจะฝังเข็ม และจัดยาสมุนไพรให้นางกิน เพื่อสลายเลือดที่คั่งในศีรษะของนาง เมื่อไม่มีเลือดคั่ง นางอาจจะฟื้นคืนความทรงจำได้ทั้งหมด หรืออาจจะแค่บางส่วนเท่านั้น แต่แม้ว่าจะจดจำไม่ได้ทั้งหมด นางก็มิได้มีอันตรายอันใด ส่วนขาของนาง ข้าจะจัดสมุนไพรสมานกระดูกไว้ให้ เจ้าพอกให้นางติดต่อกัน 10 วัน กระดูกที่ร้าวก็น่าจะสมานตัว”
“ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ แล้วค่ารักษาเท่าใดเจ้าคะ” หยางฮุ่ยเจินเริ่มกังวลกับค่ารักษา เนื่องจากตอนนี้ ทั้งบ้านเหลือเงินอยู่เพียง 500 เหรียญทองแดงเท่านั้น
“150 เหรียญทองแดง ข้าคิดเพียงค่าสมุนไพรเท่านั้น สมุนไพรหนึ่งเทียบกินได้ 5 วัน ทุกๆ 5 วัน พวกเจ้าค่อยไปซื้อสมุนไพรเพิ่มแล้วกัน” หมอหลี่บอกอย่างใจดี เขาเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ของบ้านซูเป็นอย่างดี ด้วยอยู่หมู่บ้านเดียวกันและรู้จักกันมานาน
“ขอบคุณท่านหมอหลี่มากขอรับ ให้ข้าช่วยเถอะ ข้าจะเดินไปส่งท่านที่บ้าน” ซูเฉิงซุน สะพายล่วมยาแล้วเดินจากไปพร้อมหมอหลี่
เมื่อส่งท่านหมอกลับไปแล้ว หยางฮุ่ยเจินก็รีบกลับไปดูแลบุตรสาว
“ถิงเอ๋อร์ เจ้านอนพักก่อน ประเดี๋ยวแม่จะไปต้มโจ๊ก ต้มยาให้เจ้ากิน”
“ท่านคือท่านแม่ของข้าหรือ แล้วข้ามีนามว่าอันใด” ซูหว่านถิงเริ่มต้นสนทนา เพื่อหาข้อมูลครอบครัวปัจจุบันของนาง
แม้ว่าหยางฮุ่ยเจินจะเศร้าเสียใจที่บุตรสาวจำนางไม่ได้ แต่ก็เตือนตนเองว่า โชคดีแล้วที่ไม่เสียบุตรสาวไป
นางแย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมไม่ให้บุตรสาวกังวลใจ
“ใช่แล้ว ข้าคือแม่ของเจ้ามีนามว่า หยางฮุ่ยเจิน ส่วนเจ้าคือ ซูหว่านถิง บ้านของเราคือตระกูลซู เจ้าเป็นบุตรสาวคนเล็กและมีพี่ชายอีกสามคน เจ้าเพิ่งฟื้น อย่าคิดอันใดให้มากเลย ประเดี๋ยวกินโจ๊กกินยาแล้วนอนพักเถอะ เมื่อเจ้าตื่นอีกครั้ง ท่านพ่อกับพี่ชายทั้งสามของเจ้าคงจะกลับมาแล้ว”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” ซูหว่านถิงรับคำอย่างว่าง่าย ท่านแม่ของนางอ่อนโยนยิ่งนัก
นางชอบ! นางเองก็อยากพักสักหน่อย
ฝ่ายเหว่ยเทียนจวินที่ยังคงอยู่ด้านนอก เขาได้ทราบอาการของเด็กสาวจากซูเฉิงซุนแล้ว เมื่อเห็นหยางฮุ่ยเจินออกมาจากห้อง จึงได้เข้าไปบอกกล่าวกับนางสักเล็กน้อย
“ท่านป้าหยาง ข้าเสียใจด้วยขอรับ เรื่องความทรงจำของหว่านถิง หากข้าพบเจอสมุนไพรในป่าที่เป็นประโยชน์ต่ออาการของนาง ข้าจะเก็บมาให้ขอรับ”
“ขอบใจเจ้ามากนะอาจวิน หากไม่ได้เจ้าช่วยนางไว้ทันเวลา นางคงจะอาการสาหัสกว่านี้มากนัก” หยางซื่อ* ซาบซึ้งใจเป็นอันมาก ด้วยตระหนักดีว่าบุตรสาวของตนคอยตามระราน สร้างความเดือดร้อนให้แก่บุรุษหนุ่มตรงหน้ามาหลายต่อหลายครั้ง จนบ้านซูละอายใจต่อบ้านเหว่ยยิ่งนัก
( * ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว จะใช้คำว่า “ซื่อ” ต่อท้ายนามสกุลเดิม )
“ท่านป้าหยางมิต้องเกรงใจขอรับ อย่างไรเสีย ข้าก็เห็นนางมาตั้งแต่เด็ก นับว่านางเป็นน้องสาวของข้าเช่นกัน”
เหว่ยเทียนจวินแม้จะรำคาญ ระอาใจ และคอยหลีกเลี่ยงซูหว่านถิงมาตลอด ด้วยนิสัยนางนั้นสุดจะพรรณนาทีเดียว ช่างแตกต่างจากคนอื่นในตระกูลซูยิ่งนัก แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดนาง จนแม้แต่เห็นคนเจ็บยังไม่ช่วย
“อาจวิน เจ้าพบนางที่ใดกัน รู้หรือไม่ว่าเหตุใดนางจึงได้รับบาดเจ็บ” เมื่อบุตรสาวปลอดภัย หยางซื่อก็เริ่มมีเวลามาสงสัยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับซูหว่านถิง
“ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด ข้าพบนางหมดสติที่ใต้ต้นไม้แถวชายป่าชั้นสอง ข้ากำลังเดินออกจากป่าเพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางก็พบนางเข้าพอดีขอรับ”
เขาเองก็สงสัยเช่นกัน เด็กสาวตัวคนเดียวที่ไม่มีพลังปราณ เหตุใดจึงกล้าเข้าไปยังป่าชั้นสอง
ต้องรู้ก่อนว่าป่าดับตะวันมีทั้งหมด 5 ชั้น ยิ่งเข้าไปชั้นลึกๆ ยิ่งอันตราย โดยเฉพาะชั้น 4 และชั้น 5 ยังไม่เคยได้ข่าวว่า มีใครเข้าไปแล้วได้กลับออกมา ชาวบ้านส่วนมากจึงเข้าไปหาของป่าแค่เพียงชั้น 1 หรือชายป่าเท่านั้น
หยางซื่อเองก็แปลกใจเช่นกัน ปกติบุตรสาวของนางเกียจคร้านเป็นที่สุด เหตุใดจึงได้เดินไปไกลถึงเพียงนั้น
แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ไปถามนางก็คงไม่มีคำตอบ
“ท่านป้าหยางรีบไปต้มยาให้หว่านถิงเถอะขอรับ ข้าเองก็ได้เวลาต้องไปดูแลท่านแม่กับน้องๆ ข้าขอลาขอรับ” เหว่ยเทียนจวินกล่าวลา แล้วจากไปทันที เขาเองก็ต้องไปดูแลคนป่วยที่บ้านเช่นกัน
……………
ซูหว่านถิงที่นอนอยู่บนเตียงก็ไม่ได้หลับพักผ่อนอย่างที่ตั้งใจ เพราะตอนนี้นางกำลังจะสติแตกอีกรอบ
เพราะอะไรนะหรือ?
ก็เพราะระบบอย่างไรเล่า!
[ ติ๊ง! ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ ชีวิตใหม่ของว่าที่นายหญิงอันดับหนึ่งอย่างเป็นทางการ ]
[ รายงานสถานะ ]
[ ซูหว่านถิง
สถานะ : ไร้คนรัก
ระดับขั้น : คุณหนูไร้สามารถ ขั้นต่ำ
ค่าประสบการณ์ : 0 แต้ม
ทักษะกุลสตรี : 0
ทักษะดูแลบ้านปกครองเรือน : 0
ทักษะวิชาชีพ : 0
ทักษะสร้างตระกูล : 0
ทักษะวิชายุทธ์ : 0
ทักษะพิเศษ :
1. สมาธิ สติปัญญา ความจำเป็นเลิศ ผ่านตาไม่รู้ลืม
2. พลังจิตวิญญาณสูงส่ง ]
“อันใดคือ คุณหนูไร้สามารถ อีกทั้งยังเป็นขั้นต่ำอีกด้วย ทำไมทักษะของข้าเป็นศูนย์หมดเลยเล่า”
ซูหว่านถิงถามอย่างอารมณ์เสีย ช่างน่าเกลียดยิ่งนัก
[ ไร้สามารถก็คือไร้สามารถ ยากยิ่งนักที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ในโลกใบนี้ ความสามารถของคุณหนูในโลกก่อนไม่เพียงพอต่อการอยู่อย่างปลอดภัยที่นี่เจ้าค่ะ ]
[ ระบบขอถามท่าน ท่านมีทักษะกุลสตรี เช่น การทำอาหาร การเย็บปัก การเขียนอักษร การเล่นหมากล้อม การเล่นดนตรี การวาดภาพ หรือการดูแลทำความสะอาดบ้านเรือนหรือไม่ ไม่ต้องชำนาญทุกอย่าง แค่เพียงอย่างเดียวก็ได้เจ้าค่ะ ]
“…ไม่…”
ทำอาหาร เย็บปัก ทำความสะอาดคือสิ่งใด นางเคยเพียงแต่ใช้เงินแก้ปัญหา จะไปเคยทำเองได้อย่างไร
เขียนอักษรนะหรือ คนเขาก็เน้นพิมพ์เร็วกันทั้งนั้น สงครามคีย์บอร์ดรู้จักหรือไม่
หมากล้อมคืออะไร ถ้าหมากเก็บก็ได้อยู่
ดนตรี หึหึ แค่หายใจเสียงยังเพี้ยน จะไปฝึกเล่นสิ่งใดกัน
ยิ่งวาดภาพ ยิ่งแล้วใหญ่ กล้องหน้ากล้องหลังกี่ล้านพิกเซลก็ว่ากันไป ไม่พอใจยังมีโฟโต้ชอปอีกด้วย
[ ทักษะดูแลบ้านปกครองเรือน คือการดูแลคนในครอบครัวให้สุขกาย สบายใจ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ปกครองคนใต้บัญชา บ่าวไพร่ คนงาน ให้มีความซื่อสัตย์ภักดี คุณหนูทำได้หรือไม่ ]
“…ไม่…”
ข้าเคยเป็นแค่พนักงานประจำ มาสายกลับตรงเวลา…
[ ท่านปลูกผัก ปลูกข้าว ปลูกต้นไม้ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำประมง ทำสบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน เครื่องสำอาง เผาถ่าน ทอผ้า เป็นหรือไม่ ]
“…ไม่…”
ข้าย่อมต้องซื้อกิน ซื้อใช้แน่อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขาย บริการส่งถึงบ้านเชียวนะ
[ เช่นนั้น ทักษะ = 0 ย่อมถูกต้องแล้ว เพราะวิชาชีพของคุณหนูที่โลกก่อนคือวิศวกรซอฟแวร์ น่าเสียดายที่โลกนี้ ไม่มีคอมพิวเตอร์ มีเพียงระบบที่ฉลาด เก่งกาจยิ่งกว่าเจ้าจอสี่เหลี่ยมนั่นเป็นไหนๆ ]
“เฮ้ออ…นั่นสิ ยิ่งการสร้างตระกูลกับวิชายุทธ์อะไรนั่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เคยอ่านแต่ในนิยาย ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะต้องมาพบมาเจอเรื่องเหนือธรรมชาติเช่นนี้” ซูหว่านถิงได้แต่ทอดถอนใจ
“ท่านระบบ เหตุใดข้ากากได้ถึงเพียงนี้… ข้าว่าข้าควรมาทำภารกิจกับระบบอื่นมากกว่า”
[ ระบบอันใดเจ้าคะ ระบบคือระบบที่ดีที่สุดในโลกนี้ ]
“ระบบอยู่อย่างปลาเค็มอันดับหนึ่ง ระบบผลาญเงินอันดับหนึ่ง ระบบหญิงชั่วอันดับหนึ่ง ระบบกินแหลกอันดับหนึ่ง ระบบนอนนานอันดับหนึ่ง….”
[ คุณหนูคงต้องการการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ระบบขอลา ติ๊ง! ]
“………..”
ผู้เขียน : ระบบ มั่นใจเหรอว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลก ?
ระบบ : ต้องมั่นสิ รู้จักสโลแกน หนึ่งโลก หนึ่งระบบ หรือไม่ ?