โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กว่าจะเป็น ‘เวที’ ของชาวช่อง ชวนดูเบื้องหลัง Stage Design ของ Fara Talk – Tell me ‘Y’

TODAY

อัพเดต 19 มิ.ย. 2567 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2567 เวลา 06.34 น. • workpointTODAY

ผ่านไปแล้วสำหรับ Fara Talk – Tell Me ‘Y’ ทอล์กครั้งที่ 2 จาก Farose Studio ที่สร้างปรากฏการณ์ขายบัตรหมดในชั่วอึดใจ เซอร์ไพร์สไม่น้อยมีคนไทยจำนวนมากต้องการเข้าไปนั่งฟังการพูดเรื่องการกวนเกษียรสมุทร วัฒนธรรมอวัจนภาษาของชาวอิตาลี หรือแม้กระทั่งตัวละครจากไซอิ๋ว!

เมื่อพูดถึงงานทอล์กที่จัดขึ้นในประเทศไทย เรามักมีภาพจำอยู่เพียงไม่กี่แบบ คืองานสัมมนาเชิงวิชาการ ธุรกิจ ที่มุ่งการอัปเดตข่าวสาร หรือไม่ก็เป็นงานทอล์กเพื่อความบันเทิงล้วนๆ อย่างการเดี่ยวไม่โครโฟน

ดังนั้นการเกิดขึ้นของทอล์กแบบ Edutainment อย่าง Fara Talk จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นโฮสต์อย่างคุณแดง (ฟาโรส – ณัฏฐ์ กลิ่นมาลี) ดาราช่อง (แขกรับเชิญ) ที่กลับประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 16 ปี หัวข้อที่แต่ละคนเลือกมาพูด หรือเพลงประกอบซึ่งเป็นการออกซิงเกิ้ลใหม่ของ Triumphs Kingdom ในรอบ 23 ปี

แม้กระทั่งองค์ประกอบหนึ่งซึ่งคนส่วนใหญ่อาจไม่ทันได้สังเกต อย่าง ‘เวที’ ของงานทอล์กครั้งนี้ ก็ยังถูกจัดวางงาน Stage Design มาอย่างพิถีพิถันโดยโดย มอส – ศรัณย์ภัชร์ รัชตะนาวิน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Fluid Collaboration ร่วมด้วย วู้ดดี้ – วุฒินันท์ พึ่งประยูร และ แนตตี้ ปราญชลี ขาใจ มีความเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบเวทีอีเว้นต์ และคอนเสิร์ต จึงนำวิธีใช้แสงสีอย่างคอนเสิร์ตเข้ามาโอบอุ้มสปีกเกอร์บนเวทีทอล์กไว้ได้อย่างพอดิบพอดี

ภาพจากเฟซบุ๊ก FAROSE

Stage Design ครั้งนี้ยึดคอนเซ็ปต์ ‘มุมมอง’ ให้เข้ากับเรื่องราวโดยรวมของทอล์กทั้งหมด จึงออกแบบเวทีให้เป็นมุมมอง 45 องศา ในลักษณะลูกบาศก์ 2 ชิ้นเจาะซ้อนกัน จนเกิดมิติที่ทำให้รู้สึกเหมือนระยะห่างระหว่างสปีกเกอร์กับคนดูลดน้อยลง และทำให้ภาพจากแต่ละโซนที่นั่งออกมาแตกต่างกันไปด้วย

ด้วยแนวคิดและประสบการณ์จากการออกแบบคอนเสิร์ต Fara Talk – Tell Me ‘Y’ ครั้งนี้จึงมี Stage Design ที่ออกแบบมาให้แขกรับเชิญแต่ละคนโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมกับหัวข้อ บุคลิกของแขกรับเชิญ เล่าข้อมูลให้ผู้ฟังได้ ในขณะเดียวกันก็สวยน่ามองและต้องเข้าถึงได้ง่าย เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ทำการบ้านมาหนักและเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี

ฉากตั้งต้นถูกออกแบบโดยใช้ Split Flap Display เพื่อให้เข้ากับไอเดียเรื่องการสุ่มคำขึ้นมาเป็นช่วงๆ ตามระยะของการเริ่มทอล์ก การใช้ Split Flap นอกจากจะดึงความสนใจของผู้ชมไปยัง Key word ได้ดีแล้วยังเข้ากับโครงสร้างของดีไซน์เวทีที่ทำเป็นรูปลูกบากศ์ซ้อนกันด้วย

ฉากของ ครูก้า – สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์ เน้นการออกแบบเพื่อเล่าถึงประเทศอิตาลี จึงเลือกใช้ภาพวาดที่สื่อถึงความเป็นประเทศอิตาลีในมุมมองเฉพาะตัวที่ไม่ใช้ศาสนสถานยิ่งใหญ่ แต่เป็นวิถีชีวิต ชาวบ้านร้านตลาดที่พบเจอได้ทั่วไป จึงเน้นสีสันสดใส เน้นความมีชีวิตชีวาเพื่อให้เข้ากับบุคลิกของสปีกเกอร์

ฉากของ โน้ต – ศรัณย์ คุ้งบรรพต ออกแบบโดยเน้นโครงสร้างของตึก ออฟฟิศ โดยใช้ประโยชน์จากเลเยอร์ของลูกบากศ์ที่ซ้อนกัน แสดงโครงสร้างภายนอก-ภายในของตึกเพื่อเสริมกับเรื่องเล่าที่เป็นชีวิตการทำงานในเมืองใหญ่อย่างซานฟรานซิสโก

อาจารย์เจ – พัทธจิต ตั้งสินมั่นคง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยโตเกียว เน้นการเล่าเรื่องจากภาพเป็นหลัก Stage display จึงเน้นการนำภาพถ่าย แผนที่ จากเรื่องเล่ามาปะติดปะต่อเป็นงานคอลลาจ

ต่อ – จิตรพันธุ์ หัชชะวณิช มีฉากเปิดตัวอย่างอลังการสมกับฐานะดาราหลักผู้กลับมาเยือนเมืองไทยครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี และยังคงคอนเสปต์นางชีไว้อย่างแน่นเหนียว จึงมาพร้อมกับเรื่องเล่าจากวรรณกรรมไซอิ๋ว Stage disign จึงเป็นงานวาดที่ให้ mood & tone โบราณคล้ายกับภาพวาดบนฝาผนังโบราณสถานจีน

ทอล์กสุดท้ายเป็นของโฮสต์หลักอย่างฟาโรส ที่มาพร้อมกับสารัตถะแห่งการกวนเกษียรสมุทรและพระศิวะ ฉากบนเวทีจึงดีไซน์เป็นภาพวาดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรียนภาษาไทย ที่ลดทอนรายละเอียดบางส่วนลง แต่ยังเก็บใจความสำคัญของเรื่องไว้ได้อย่างครบถ้วน

มอส – ศรัณย์ภัชร์ ผู้ทำหน้าที่ในการออกแบบหลัก เล่าว่า “งานครั้งนี้พื้นที่ใหญ่ขึ้น ผู้ชมเยอะขึ้น เราจึงอยากให้มันมีของที่ใหม่ขึ้น เราฟังสิ่งที่พี่ฟาโรสต้องการ เพราะเขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าชาวช่องต้องการอะไร เช่น ชาวช่องต้องการมาเห็นภาพที่มันพิเศษ ภาพอินไซต์ที่ไม่ถูกเล่าที่ไหน มันก็ส่งผลมาถึงการบาลานซ์คอนเทนต์ด้วย กราฟิกเราบางช่วงก็ต้องดรอปลงไปเพื่อให้ความสำคัญกับภาพ เพราะคนเขามาดูสิ่งนั้น มันเป็นออริจินัลของชาวช่อง แล้วค่อยมาผสมกับความใหม่จากเทคนิคหรือสิ่งที่เราเรียนรู้ในการทำคอนเสิร์ตอีกที

“ส่วนตัวเราไม่ใช่ชาวช่องมาแต่แรก ตอนที่เข้าไปก็ไม่รู้อะไรเลย ต้องไปทำการบ้าน ไปเปิดดูเพื่อรีเสิร์ชคาแรกเตอร์ของสปีกเกอร์แต่ละคนให้ได้กราฟิกที่เหมาะสม ส่วนเรื่องอื่นๆ จะเป็น Show Director (ปาตี้ – ภัสสร์ภวิศา จิวพัฒนกุล) กับพี่ฟาโรสเป็นคนช่วยปรับให้ จริงๆ ต้องบอกว่าก็ไม่ใช่งานที่กดดันหรือน่ากลัวขนาดนั้น มันก็คือการออกแบบปกติ ขอแค่ให้สิ่งที่เราออกแบบมันมีเหตุมีผล เท่านี้ก็ตอบโจทย์ชาวช่องแล้ว

“สิ่งที่ชาวช่องต้องการจะเห็น คือการเห็นกราฟิกที่มีที่มาที่ไป มีคอนเซ็ปต์ไปตามการเล่าเรื่อง ไม่ใช้ว่าครูก้าเล่าเรื่องอิตาลีแล้วเราจะสร้างอะไรขึ้นมาเลยก็ได้ ค่อยเอาคอนเทนต์ไปยัดใส่ เขาน่าจะอยากเห็นอะไรที่ผ่านการคิดมาแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องว่าเราต้องทำเท่าไหนเขาถึงจะรู้สึกว่าการมาครั้งนี้มันต่างจากตอนที่ดูอยู่ที่บ้าน”

“วู้ดดี้มองว่าการที่ดีไซเนอร์ไม่ใช่ชาวช่องจ๋า มันทำให้ของที่มีถูกนำไปวางไว้ในที่ที่ควรใช้ เพราะสุดท้ายแล้วก็อย่างที่บอกว่าพี่ฟาโรสคือคนที่รู้จักชาวช่องดีที่สุด เขารู้จริงๆ ว่าชาวช่องมาเพื่ออะไร แค่คอนเทนต์ที่เกิดขึ้นมันต้องสามารถอธิบายได้ว่ามันเกิดมาจากอะไร หรือกระทั่งว่าถ้ามันไม่ได้ชัวร์มาก ก็จะมีการถาม มีการฝากการบ้านอะไรไป เป็นวิธีแบบชาวช่องจริงๆ” วู้ดดี้ – วุฒินันท์ เสริมในบทบาทที่เป็นทั้ง Project Coordinator และเป็นทั้งชาวช่องตัวจริงเสียจริง

“ความสำคัญของทอล์กโชว์ที่มีฐานอยู่บนสาระเนื้อหา คือการที่ต้องบาลานซ์ภาพต่างๆ ให้พอดีกับสปีกเกอร์และเนื้อหาที่เขาจะเล่า พื้นฐานเราทำคอนเสิร์ตมาก่อน เวลาดีไซน์เราก็จะนึกถึงโชว์ทั้งหมด แต่งานทอล์กแบบนี้เราจะใช้เนื้อหาเป็นตัวนำในการเล่าเรื่อง ความยากคือเราต้องหาความพอดีว่าภาพประมาณไหนที่คนดูจะไม่เบื่อ รู้สึกตื่นเต้น แต่ต้องไม่ไปทำลายส่วนที่สปีกเกอร์พูดด้วย” มอสทิ้งท้าย

ชาวช่องที่ได้รับชมแต่ละฉากด้วยสายตาตัวเองย่อมเห็นด้วยว่าการออกแบบฉากแต่ละฉากใน Fara Talk ครั้งนี้ส่งเสริมให้ดาราช่องแต่ละคนโดดเด่น ในขณะเดียวกันก็ยังทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างดี และไม่โอ่อ่าหรือ ‘เล่นใหญ่’ จนกลบเสน่ห์ของผู้พูดบนเวที

ภาพจากเฟซบุ๊ก FAROSE

หากมองเพียงผิวเผิน Stage Design อาจเป็นเพียง ‘ฉาก’ ประกอบการพูดเท่านั้น แต่เมื่อได้พิจารณารายละเอียดในการออกแบบ จัดวาง ภาพและแสงสีทั้งหมดบนเวทีคือบรรยากาศโดยรวมถึงจะสร้างประสบการณ์หรือแม้กระทั้งภาพจำให้กับอีเวนต์ครั้งหนึ่งๆ จนกลายเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่นเวที TED Talk และ TEDx ทั่วโลกซึ่งเน้นการออกแบบไปในทิศทางเดียวกันซ้ำๆ จนกลายเป็นอัตลักษณ์ หรือกระทั่งเวทีสแตนอัปคอเมดี้ของเจ้าพ่อเดี่ยวไมโครโฟนอย่าง ‘โน้ส – อุดม แต้พานิช’ ที่ออกแบบมาไม่ซ้ำกันเลยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในการแสดง ก็ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แฟนคลับต่างรอลุ้นเสมอ ว่าเวทีของเดี่ยวในครั้งต่อๆ ไปจะถูกเนรมิตออกมาแบบไหน

ไม่ว่าจะเป็นเวทีแบบไหน Stage Design ย่อมเป็นตัวแปรสำคัญที่จะสร้างภาพจำให้กับงานนั้นๆ ไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะงานทอล์กโชว์ที่มีการเคลื่อนไหว มีแสงสีไม่มากเท่าคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์แบบอื่น และในท่ามกลางข้อจำกัดต่างๆ ทั้งหมด ดีไซเนอร์และทีมโปรดักชั่นสัญชาติไทยก็สร้างสรรค์งานทุกมิติออกมาได้อย่างงดงามไม่แพ้โปรดักต์ชั่นระดับสากล

เรียกได้ว่า Stage Design กำลังเป็นกลุ่มอาชีพที่สำคัญและจะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมและอีเวนต์ที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

(บทความโดย…. เสาวลักษณ์ เชื้อคำ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...