โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนเวลากลับมาพลิกชะตาชีวิตของนางร้าย ยุค 70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 15.35 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 15.35 น. • นมหอมมิ้นท์
ตัดสินใจแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รักเหมือนตกนรกทั้งเป็น เมื่อย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเธอขอเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตใหม่ของเธอเอง เมื่อได้ร้ายเธอจะร้ายให้ถึงที่สุด 4 คน เลิฟ

ข้อมูลเบื้องต้น

หลังจากที่ ‘จ้าวเหิงเยว่’ สิ้นลมหายใจถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นคือนางร้ายตัวประกอบในนิยายเรื่องหนึ่ง เธอเป็นเพียงเงาของคนรักของพระเอกในนิยาย เพราะไฟแค้นก่อตัว เธอจึงคอยวางแผนทำร้ายคนอื่น สุดท้ายเหิงเยว่ก็พบกับจุดจบตายอย่างอนาถ

เมื่อได้ย้อนกลับมาช่วงเวลาที่เธออายุ 20 ปี ที่กำลังจะแต่งงานกับพระเอกในนิยาย เหิงเยว่แต่งตัวนั่งรอ ‘โจวเจียวมิ่ง’ มารับตัวไปอยู่ที่บ้านของเขา แต่เจียวมิ่งกลับปล่อยให้เธออยู่คนเดียวปลีกตัวไปดูแล ‘โง้วฟางหรง’ ที่กำลังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

แขกที่มาร่วมงานแต่งของเธอกับเจียวมิ่งนั้นเต็มบ้าน เธอจึงได้เดินไปบอกกับทุกคนว่าตนนั้นจะไม่แต่งงานกับเจียวมิ่ง ขอยกเลิกงานแต่งในครั้งนี้ จากนั้นเธอก็หันไปมองชายหนุ่มที่ชาวบ้านต่างก็เกลียดชัง

“หลิวหวังหยาง ถ้าคุณตกลงแต่งงานกับฉัน ฉันก็จะยอมแต่งงานกับคุณ”

.

.

ถูก ‘จ้าวเหิงเยว่’ ยกเลิกงานแต่งกลางคัน แล้วเขากับตระกูลโจว จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน ‘โจวเจียวมิ่ง’ โกรธแค้นฝังใจ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เขาได้แต่เก็บซ่อนความแค้นนั้นไว้ในใจ เขารู้อยู่แก่ใจว่าเหิงเยว่นั้นรักเขามากแค่ไหน บอกช้ายไปช้าย บอกขวาไปขวา บอกอะไรเธอก็จะฟังและทำตามที่เขาบอกหมด เจียวมิ่งเชื่อว่าอีกสองสามวันเหิงเยว่จะต้องมาคุกเข่าขอโทษและขอโอกาสจากการกระทำในครั้งนี้เป็นแน่

แต่…วันเวลาผ่านไป เหิงเยว่นอกจากจะไม่มาง้อเขาแล้ว เธอกลับแต่งงานกับอันธพาลที่ชาวบ้านต่างก็เกลียดขี้หน้าอย่าง ‘หลิวหวังหยาง’ แต่ละวันนั้นเหิงเยว่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สิ่งที่ทำให้เจียวมิ่งไม่อาจเข้าใจได้ ผู้ชายจน ๆ อย่างหวังหยางทำไมถึงประสบผลสำเร็จกลายเป็นชายที่ร่ำรวยที่สุดในจีนได้ล่ะ

ย้อนเวลากลับมา

ผู้หญิงหลายคนคิดว่าการแต่งงานกับคนที่ตัวเองรักคือชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่นี้เป็นเพียงความคิดของตัวเธอเองเพียงเท่านั้น คนบ้านโจวไม่มีใครชอบเธอเลยสักคนเดียว หลังจากที่แต่งงานกับ ‘โจวเจียวมิ่ง’ นับวันเขายิ่งเย็นชาห่างเหินออกไป เธอยอมเป็นควายเป็นม้าคอยรับใช้คนบ้านโจวอย่างกับทาสรับใช้ แต่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน เจียวมิ่งก็ไม่เห็นค่า สองปีต่อมาเขาได้เดินมาขอหย่ากับเธอ

หากทนฝืนต่อไปก็มีแต่ความทุกข์ใจ เธอรู้สึกเหนื่อยกายและจิตใจมาก ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดที่จะจบความสัมพันธ์ในครั้งนี้ บังเอิญเธอไปเห็นภาพบาดตาบาดใจเข้า ‘โจวเจียวมิ่ง’ กำลังยืนกอดกับ ‘โง้วฟางหรง’ เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของเธอ ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเธอนั้นเป็นเพียงเงาของฟางหรงเท่านั้น เธอรับความจริงไม่ไหวอาละวาดอย่างกับคนบ้าเสียสติ

เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำร้ายฟางหรง สุดท้ายเธอก็พบกับจุดจบที่ไม่อาจคาดคิด…หลังจากนั้นไม่นาน ก่อนที่เธอจะสิ้นใจตายอยู่บนเตียงคนไข้นั้น ‘จ้าวเหิงเยว่’ ถึงได้รู้ว่าเธอกำลังสวมบทบาทตัวละครหนึ่งในนิยาย และนางเอกของเรื่องนี้ก็คือฟางหรง ส่วนเธอนั้นเป็นเพียงนางร้ายตัวประกอบในนิยายเรื่องนี้

วันนี้ที่เจียวมิ่งไม่มารับตัวสาวก็เพราะนางเอกของเรื่องอย่างฟางหรงเพิ่งจะสูญเสียสามีไป ร่างกายฟางหรงอ่อนแอเกิดป่วยในที่สุด ด้วยเหตุนี้เจียวมิ่งจึงรีบปลีกตัวไปดูแลฟางหรงที่โรงพยาบาลจนถึงเช้าถึงกลับมาที่บ้าน

ถ้าเรื่องราวและภาพที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี่คือเรื่องจริง นั่นก็หมายความว่าคำขอของเหิงเยว่นั้นเป็นจริงแล้ว เธออยากจะย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้ไขอดีต อยากจะเลือกเส้นทางเดินชีวิตของตัวเองใหม่ เธอรู้สึกดีใจมากแทบอยากจะร้องไห้ ใบหน้ารูปไข่หันไปมองที่ประตู เหิงเยว่รีบสาวเท้าเดินไปที่ประตูทันที ขณะที่กำลังจะเปิดประตูนั้น เธอก็ได้ยินเสียง ‘หวงฮุ่ยซิ่ว’ แม่ของเธอเอ่ยขึ้น

“นี่พวกคุณทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?! เมื่อกี้บอกกับพวกเราว่าเจียวมิ่งใกล้ถึงแล้ว ทำไมตอนนี้ถึงไม่เห็นแม้แต่เงาล่ะ?!”

แววตาสดใสพลันหม่นแสง มือเล็กที่ค้างกลางอากาศนั้นกำหมัดแน่น ต่อมาเหิงเยว่ก็ได้ยินเสียงพี่ชายคนโตของเธอพูดต่อว่า

“เวลามงคลรับตัวเจ้าสาวพวกเราก็คุยกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ? นี่เวลาก็ล่วงเลยมานานกว่าสามชั่วโมงแล้วพวกเรายังไม่เห็นเจียวมิ่งโผล่หน้ามาเลย ตระกูลโจวไม่อยากให้ลูกชายแต่งงานกับตระกูลจ้าวใช่ไหม?!!!” ‘โจวอี้เฉิน’ พ่อของเจียวมิ่งรีบอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจทันที

“ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ เราก็ไม่คิดว่าเจียวมิ่งจะไปจัดการธุระส่วนตัวนานขนาดนี้ น่าแปลกจริง ๆ หรือว่าให้เจ้าสาวขึ้นเกี้ยวไปกับพวกเราเสียตอนนี้”

“ไม่ได้!!!” แม่ของเหิงเยว่รีบปฏิเสธอีกฝ่ายทันที

“รับตัวเจ้าสาวเราคุยกันตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าวันนี้เจียวมิ่งไม่มารับตัวเจ้าสาวขึ้นเกี้ยว ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งเข้าบ้านโจว!!!”

“บ้านจ้าวพูดแบบนี้หมายความว่าไงอย่างไร?!” อี้เฉินพ่อของเจียวมิ่งขมวดคิ้วเอ่ยถาม

“วันนี้คือวันแต่งงานวันมงคล ทำไมถึงพูดว่าจะไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานเพียงเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร!!!”

ตั้งแต่เช้าอี้เฉินเห็นสีหน้าลูกชายเจียวมิ่งไม่ค่อยดีนัก ขณะที่กำลังเดินทางมารับตัวเจ้าสาวนั้น อยู่ ๆ เจียวมิ่งก็บอกว่าจะไปที่ชุมชนจัดการธุระ แล้วบอกให้ตนนั้นมุ่งหน้ามาที่บ้านจ้าวจัดการเรื่องรับตัวเจ้าสาวก่อน พอเสร็จธุระแล้ว เจียวมิ่งถึงจะตามมาทีหลัง ใครจะไปคิดว่าจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่โผล่หน้ามา

เพราะเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ เหตุผลเพียงแค่นี้เหรอ? ตระกูลจ้าวถึงไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงาน?

“หลายที่เจ้าบ่าวก็ไม่ได้นั่งเกี้ยวมารับเจ้าสาว พวกคุณทำแบบนี้ทำให้พวกเราลำบากใจจริง ๆ ”

‘จ้าวอู๋ห่าง’ พี่ชายคนโตของเหิงเยว่เห็นกิริยาทีท่าของพ่อเจียวมิ่งแล้วก็โกรธมาก รีบพูดขึ้นว่า

“ลุงพยายามอธิบายก็ไร้ประโยชน์เปล่า ๆ ไม่รู้แหละ ถ้าวันนี้เจียวมิ่งยังไม่มารับตัวเจ้าสาว พวกเราก็จะไม่ให้เหิงเยว่แต่งงานกับลูกชายของลุง”

คนตระกูลโจวที่มารับตัวเจ้าสาวด้วย ได้ยินทางฝั่งเจ้าสาวพูดแบบนั้นก็รีบตะโกนบอกออกไป

“อย่าทำอย่างนั้นเลย ตอนนี้ทุกคนกำลังมองมาที่พวกเรากันอยู่นะ ถ้าไม่ยอมให้เจ้าสาวเดินออกมาจากห้อง คนที่ขายขี้หน้าก็คือตระกูลจ้าวนะ”

“ถ้าพวกเราแจกแต๊ะเอียเพิ่มจะยอมไหม? ”

“ไม่ยอมก็คือไม่ยอมอย่างไรเล่า ตระกูลโจวไม่อยากให้เด็ก ๆ ทั้งสองแต่งงานกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ? อยากจะแต่งงานกับตระกูลเก่าแก่ร่ำรวยก็บอกเสียดี ๆ ”

เหตุการณ์บังคับนี้เหมือนกับในอดีตไม่มีผิด เจียวมิ่งไม่ยอมมารับตัวเจ้าสาว และยังโทษคนในตระกูลจ้าวอีก เหิงเยว่ถอดถอนหายใจแรง โชคดีที่เธอย้อนเวลากลับมาทันพอดี ถ้าไม่อย่างนั้นละก็ชีวิตของเธอได้ตกนรกที่บ้านโจวอีกครั้งแน่ …

เหิงเยว่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจ ก่อนจะตั้งสติแล้วส่งเสียงไอออกไป จากนั้นเธอก็ได้เปิดประตูเดินออกไป มีคนกลุ่มหนึ่งยืนอออยู่ที่หน้าประตูเต็มไปหมด แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งของหนิงเหอที่กำลังทานอาหารอยู่นั้น เห็นเธอเดินออกมา สายตาต่างก็จับจ้องมาที่เธอกันหมด

ยกเลิกงานแต่งงาน

แม่ของหนิงเหอยืนอยู่ตรงกลาง ตอนนี้กลายเป็นเป้าสายตาของแขกที่มาแสดงความยินดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อสายตาเปลี่ยนทิศมามองที่เธอ บรรยากาศรอบ ๆ ตัวก็เงียบสงบในทันที เหิงเยว่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะบอกออกไปว่า

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินนะ แต่คนที่ไม่อยากจะเข้าร่วมพิธีแต่งงานกับฉันก็คือโจวเจียวมิ่งค่ะ”

สิ้นประโยค ‘โจวมู่จื่อ’ น้องสาวของเจียวมิ่งที่ได้เดินทางมากับขบวนรับตัวเจ้าสาวก็รีบพูดแทรกในทันที

“นี่เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ไม่ใช่ว่าพี่ชายของฉันไม่อยากมารับตัวเจ้าสาวนะ พวกเรามาถึงก่อนเวลาเสียด้วยช้ำ”

เหิงเยว่ไม่สนใจคำพูดของมู่จื่อ ก่อนจะหันไปมองหน้าทุกคนแล้วพูดต่อว่า

“ฉันก็เพิ่งจะรู้ความจริงบางอย่าง ความจริงแล้วเจียวมิ่งนั้นไม่เคยชอบฉันเลย ที่เจียวมิ่งไม่มารับตัวเจ้าสาวในวันนี้ก็เพราะว่าเขาไปดูแลคนรักของเขาที่โรงพยาบาลไงล่ะ”

ความลับไม่มีในโลก เหิงเยว่ไม่อยากกลายเป็นตัวตลกในสายตาของคนอื่นเหมือนอดีตอีกต่อไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ เมื่อเธอได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง เธอจะเป็นคนเปิดโป่งความจริงของเจียวมิ่งเอง

คำพูดของเธอนั้นทำให้แขกในงานต่างพากันตกตะลึง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน จากนั้นแขกในงานก็ซุบซิบนินทากันดังสนั่น

“เป็นไปได้ยังไงกัน วันสำคัญแบบนี้ เจ้าบ่าวกลับทิ้งเจ้าสาวไปหาผู้หญิงคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? นี่คือเรื่องจริงหรือ? ”

“เจ้าสาวพูดแบบนี้คงไม่ใช่กำลังโกรธเจ้าบ่าวอยู่หรอกนะ”

“ถ้าเรื่องนี้คือเรื่องจริงละก็ เจ้าบ่าวก็ทำเกินไปว่าไหม? ถึงได้ว่าทำไมคนบ้านโจวถึงไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงมาร่วมขบวนช้า”

“น่าสงสารเจ้าสาวจริง ๆ เลย เจ้าบ่าวจับปลาสองมือแบบนี้ใครอยากจะแต่งงานด้วย เมื่อกี้บ้านโจวกล้าขู่บ้านเจ้าสาวได้ไงก็ไม่รู้ ถ้าลูกสาวบ้านไหนแต่งงานกับลูกชายบ้านโจวไม่ต่างจากตกนรกบนดิน”

ข้าง ๆ หูของฮุ่ยซิ่วคือเสียงนินทาของแขกที่มาร่วมงานดังก้อง ฮุ่ยซิ่วมองไปที่อี้เฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น

“เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง ถึงได้ว่าทำไมเมื่อกี้พวกคุณถึงได้เลิ่กลั่กอ้ำอึ้งกันหมด ที่แท้เจียวมิ่งก็หนีขบวนรับตัวเจ้าสาวไปดูแลคนรักนี่เอง”

“เหลวไหล เป็นไปไม่ได้” เมื่อต้องเผชิญกับคำต่อว่าทางฝั่งเจ้าสาว อี้เฉินถึงกับทนไม่ไหว รีบปฏิเสธออกไปทันควัน

“เหิงเยว่ ทำไมหนูถึงได้ใส่ร้ายมิ่งเอ๋อร์ลูกชายลุงอย่างนั้นเล่า”

“ใช่ เธอใส่ร้ายพี่ชายฉัน” มู่จื่อเอ่ยเสริมอีกคน สีหน้าโกรธแค้นไม่ต่างจากคนเป็นพ่อเลยสักนิด เวลานี้อีกฝ่ายกลับกล้าใส่ร้ายคนในครอบครัวหล่อน ถ้ายังไม่เจียมตัว พวกเขาจะไม่ให้เจ้าบ่าวแต่งงานกับเธอจริง ๆ หรอก

“ใส่ร้ายอย่างนั้นหรือ? ” เหิงเยว่รู้ว่าพวกเขาจะไม่เชื่อ เธอจึงรีบพูดต่อว่า

“ถ้าไม่เชื่อ ตอนนี้เราไปที่เขตชุมชนยืมโทรศัพท์โทรถามที่โรงพยาบาลดูดีไหม? ทุกคนจะได้รู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดนั้นคือเรื่องจริงหรือใส่ร้ายอีกฝ่ายกันแน่” ทันทีที่เหิงเยว่พูดจบ ก็ได้มีคนคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้น

“ไม่ต้องไปที่เขตชุมชนหรอก ฉันก็เพิ่งจะกลับจากโรงพยาบาลชุมชนเหมือนกัน เห็นเจียวมิ่งกำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจริง ๆ ”

สายตาของเหิงเยว่เลื่อนไปมองเจ้าของเสียงเข้มที่พูดเมื่อครู่ ก็เห็นเป็นพี่ชายรอง ‘จ้าวเหลียนเปา’ ที่กำลังเดินเข้ามาข้างใน มือไม้ถือข้าวของเต็มไปหมด เหลียนเปามีสีหน้าโกรธแค้น เดินดุ่ม ๆ วางของในมือลงที่พื้น คิ้วหนาขมวดชนกันแน่น นัยน์ตาจ้องมองคนบ้านโจวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไอสังหาร

“อาโจวครับ ผมจะไม่บอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร พวกคุณทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่ในใจของพวกคุณนั้นรู้ดีกว่าใคร พวกคุณคิดว่าตระกูลจ้าวเราโง่ขนาดนั้นเลยหรือ? ”

งานแต่งงานยังขาดอะไรหลาย ๆ อย่าง เหลียนเปาจึงได้นั่งเกวียนไปที่อำเภอเพื่อหาซื้อของที่ยังไม่พอ เขาบังเอิญนึกได้ว่าเฟยหรงนั้นไม่สบายนอนรักษาที่โรงพยาบาล เหลียนเปาจึงคิดที่อยากจะแวะไปเยี่ยมเฟยหรงที่โรงพยาบาลเสียหน่อย เขาไม่คิดว่าตนนั้นจะมารู้เรื่องอะไรแบบนี้ เจียวมิ่งชายที่กำลังจะแต่งงานกับน้องสาวเขา มาอยู่ที่ห้องพักกับเฟยหรงได้อย่างไร?

ในตอนแรก เหลียนเปายังไม่เห็นถึงความผิดปกติถึงความสัมพันธ์ของเจียวมิ่งและเฟยหรง เขาคิดว่าเจียวมิ่งนั้นกำลังนั่งอยู่ในขบวนเกี้ยวไปรับตัวเจ้าสาวคือน้องสาวเขา แล้วบังเอิญผ่านมาที่โรงพยาบาลนี้ ถึงได้แวะมาเยี่ยมเยือนถามไถ่อาการของเฟยหรง

ด้วยเหตุนี้ เหลียนเปาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วก็ไม่อยากจะเดินเข้าไปถามทั้งสองด้วย พอกลับมาถึงที่บ้าน เหลียนเปาถึงได้เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน…สีหน้าของอี้เฉินถึงกับถอดสี ไม่คิดว่าลูกชายตัวดีของตนนั้นจะกล้าทำเรื่องอับอายเช่นนี้ เจียวมิ่งเป็นคนบอกกับพวกเขาเองว่าจะไปจัดการเรื่องสำคัญ ไม่คิดว่าเจียวมิ่งนั้นจะไปเฝ้าดูแลผู้หญิงคนนั้นแล้วยังปล่อยให้คนอื่นจับได้อีก

ขอชายอื่นแต่งงานต่อหน้าทุกคน

“เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องจริง ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เลย” กลัวว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะแย่ไปมากกว่าเดิม อี้เฉินก็รีบอธิบายให้ทางฝ่ายเจ้าสาวได้เข้าใจ

“เหิงเยว่ เราเข้าไปข้างในคุยกันเถอะ”

“ขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้ฉันไม่อยากคุยกับใครเป็นการส่วนตัวทั้งนั้น!”

ตอนนี้เหิงเยว่ไม่อยากจะยุ่งหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ้านโจวเหมือนในอดีตอีกต่อไป

“ถ้าเจียวมิ่งไม่ชอบฉันละก็ ฉันจะทำให้เรื่องนี้เป็นที่จดจำของทุกคนในหมู่บ้านนี้ พวกคุณกลับไปได้ นำสินสอดกลับไปให้หมดด้วยนะคะ!!!”

เหิงเยว่เอ่ยคำขาด คนตระกูลโจวถึงกับเบิกตากว้างอึ้งตะลึงงัน ทุกคนที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่นั้นก็หยุดชะงักวางตะเกียบลงไม่ทานต่อ แม่ของเหิงเยว่รู้สึกสับสนไปหมด ความจริงแล้วแม่ของเธอนั้นก็ไม่ชอบคนตระกูลโจวเหมือนกัน ในใจก็แอบครุ่นคิดว่าทำไมเหิงเยว่ถึงไม่ปรึกษากับคนในครอบครัวก่อน ทำไมถึงกล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคนในงานแบบนี้

แม่ของเหิงเยว่รีบเดินไปอธิบายให้แขกในงานได้เข้าใจ จากนั้นก็คิดว่าจะลากเหิงเยว่ไปคุยกันข้างในห้อง เหิงเยว่รีบคว้าแขนแม่เธอไว้

“แม่คะ วันนี้วันดียากนักที่จะมีวันนี้ได้ ฉันอยากจะดำเนินงานแต่งงานต่อค่ะ”

แขกในงานไม่เข้าใจเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงง เมื่อครู่เธอเป็นคนยกเลิกงานแต่งนี้เองไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงจำดำเนินงานแต่งงานต่อล่ะ? ภายใต้สายตาของแขกภายในงานมองมาที่เธอนั้น เหิงเยว่ก็สาวเท้าเดินไปทางทิศทางที่ชายหั่นเนื้อตรงมุมของบ้าน

คิ้วหนาดกดำยาว สันจมูกโด่ง ดวงตาของเขานั้นไม่กะพริบ เอาแต่จ้องหมูย่างอยู่บนเขียงที่แสนจะธรรมดา วันนี้คือวันที่เหิงเยว่แต่งงาน ทีมฝ่ายเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ได้อาสามาช่วย หนึ่งในนั้นก็คือเขา

เมื่อก่อน ตอนที่เธอยังไม่ได้ย้อนเวลากลับมา มีอยู่วันหนึ่งที่เหิงเยว่นั้นป่วยนอนโรงพยาบาล ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็หลีกเลี่ยงนางร้ายอย่างเธอกันหมด มีเพียงชายหนุ่มยากจน ชื่อเสียงไม่ค่อยดีในหมู่บ้านที่คอยส่งข้าวส่งน้ำให้เธอ ไม่พอแค่นั้น เขายังแอบจ่ายค่ารักษาและค่ายาให้เธอด้วย

ไม่สิ! ถ้าเธอเดาไม่ผิด ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้จนขนาดนั้นนี่นา ตระกูลหลิวดูเหมือนจะฟื้นฟูตัวเองได้แล้ว

อาจจะเป็นเพราะความโชคดีหรือจะเรียกว่าโชคร้ายก็ได้ ถ้าเธอไม่ได่แต่งงานกับเจียวมิ่งและก่อนจะสิ้นลมหายใจ ทำให้เหิงเยว่ได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง นอกจากคนในครอบครัวเธอแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่แอบช่วยเหลือและดูแลเธอมาโดยตลอด ตั้งแต่วันนั้น เธอถึงได้รู้ว่าชายคนนั้นเคยแอบรักเธอมาตลอด

ก่อนที่จะย้อนเวลากลับมา ในสายตาของเธอนั้นมองเพียงเจียวมิ่ง ไม่สนใจผู้ชายคนอื่นเลยสักนิดเดียว ยิ่งเป็น ‘หลิวหวังหยาง’ เหิงเยว่ยิ่งไม่สนใจ แต่…ไม่เป็นไร เมื่อเธอได้ย้อนเวลากลับมาแล้วเธอจะพลิกชะตาชีวิตของเธอเองและจะแก้ไขเรื่องราวในอดีตให้ดีกว่านี้

เหิงเยว่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มคนนั้น จ้องมองหน้าเขาอยู่สักพัก ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี จากนั้นก็ได้พูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ทุกคน ณ ที่นั้นถึงกับอ้าปากค้าง

“หลิวหวังหยาง ฉันถูกยกเลิกการแต่งงานแล้ว คุณอยากจะแต่งงานกับฉันหรือไม่? ”

ดูเหมือนคนที่ถูกถามนั้นจะได้ยินไม่ค่อยจะชัด เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ คิ้วดกดำขมวดชนกันแน่น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัยว่า

“เธอว่าอะไรนะ?!” นัยน์ตาสีดำขลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น แม้สายตานั้นเมื่อจ้องมองดูจะรู้สึกน่ากลัว แต่เมื่อมองดูให้ดีก็ดูไม่น่ากลัวเสียเท่าไร องค์ประกอบที่อบู่บนหน้าของเขาทำให้หัวใจของเหิงเยว่พลันเต้นแรง เธอพยายามตั้งสติให้มั่น มองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำขลับอันน่าหลงใหลนั่น

“หลิวหวังหยาง ฉันทำอาหารอร่อยแล้วก็ทำเก่งมากเลยนะ ฉันทำเป็นทุกอย่างไม่ว่าจะงานบ้านงานเรือน งานหนักงานเบาฉันทำได้หมด แม้ว่าฉันจะเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยดีในสายตาคนอื่น แต่ฉันสัญญาว่าฉันจะเป็นภรรยาที่ดีให้กับคุณ วันนี้ ถ้าคุณตกลงที่จะแต่งงานกับฉัน ฉันก็จะยอมแต่งงานกับคุณ”

สายตาคู่นั้นจับจ้องที่เหิงเยว่ไม่กะพริบตา บนใบหน้าแต่งแต้มเบา ๆ ผิวพรรณขาวใส ริมฝีปากบางอมชมพูเม้มแน่น ดวงตากลมโตจ้องมองมาที่เขาไม่กะพริบ ราวกับกำลังอ้อนวอนขอร้องเขาอยู่ ‘เธอทำบ้าอะไรของเธอ โกรธแทบคลั่งแล้วเหรอ? ’ เห็นชายหนุ่มไม่ตอบกลับ เหิงเยว่ปาดเหงื่อใต้ฝ่ามือ มือเล็กกำหมัดแน่น ดวงตาจ้องมองอย่างรอคำตอบ

แม้ว่าพวกเขาไม่ค่อยจะเจอหน้ากันเสียเท่าไร แต่เหิงเยว่รู้จักนิสัยของหวังหยางดี เมื่อตอนที่ยังเด็กเขามีเรื่องกับเด็กในหมู่บ้านไปทั่ว พอโตขึ้นกลับมีนิสัยที่เย็นชา อยากมากที่จะเห็นเขาแสดงสีหน้าเหมือนกับคนอื่น ตอนนี้เธอกลับเสนอเงื่อนไขแบบนั้นกับเขา เธอเกรงว่าเขานั้นจะ…

“จ้าวเหิงเยว่ เธอเสียสติไปแล้วเหรอ? ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...