โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

56 หุ้น ถูกโบรกฯปรับเป้ากำไร – ราคาเป้าหมาย หลังงบฯ Q1/67

efinanceThai

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2567 เวลา 10.56 น.

บจ.ฟันกำไร Q1/67 รวม 2.75 แสนล้านบาท ดีกว่าคาด 5% ส่องบทวิเคราะห์หลังงบฯออก พบ 56 บริษัท จาก 18 กลุ่มอุตสาหกรรมถูกปรับเป้ากำไร - ราคาเป้าหมาย หุ้นขนส่งฯนำโดย "AAV" โดนหั่นเป้ากำไรมากสุด 59.25% ส่วน "CPF" ถูกอัปเป้ากำไรสูงสุดถึง 380% ฟาก "BBIK" โดนหั่นราคาเป้าหมายลงมากสุดถึง 79.20 บาท/หุ้น สวนทาง "KBANK" - "CPALL" ที่ถูกอัปราคามากสุด 15 บาท/หุ้น

*** บจ.ฟันกำไร Q1/67 รวม 2.75 แสนลบ. ดีกว่าคาด 5%

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รายงานกำไรสุทธิรวมกันอยู่ที่ 2.75 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 3.9% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 62.9% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ 2.8%

โดยกำไรสุทธิระดับดังกล่าว ถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ราว 5.3% เหตุผลหลัก คือ ความสามารถในการทำกำไรของตลาด (net profit margin) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6% เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ระดับ 4% โดยมีผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนราว 1 หมื่นบาท และมีกำไรจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 11 ดอลลาร์/บาร์เรล

*** พบ 56 หุ้น ถูกปรับเป้ากำไร - ราคาเป้าหมาย หลังงบฯ Q1/67

ขณะที่ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลังผ่านช่วงการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 ของบริษัทจดทะเบียน พบว่า มี 56 บริษัท จาก 18 กลุ่มอุตสาหกรรมถูกนักวิเคราะห์มากกว่า 2 แห่ง ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 และราคาเป้าหมายใหม่ ประกอบด้วย

หมายเหตุ : เฉพาะหุ้นที่มีบทวิเคราะห์ปรับเป้าหมายตั้งแต่ 2 โบรกเกอร์ขึ้นไป และเป็นบทวิเคราะห์ที่อัพเดทหลังงบฯ Q1/67

*** ส่วนใหญ่ถูกหั่นเป้ากำไร - ราคาเป้าหมาย

หุ้นทั้ง 18 กลุ่มดังกล่าวที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์ใหม่ ส่วนใหญ่ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมถูกปรับมุมมองเชิง"ลบ" มีเพียง 7 อุตสาหกรรมเท่านั้น ที่ถูกโบรกเกอร์ปรับมุมมองในเชิง"บวก"มากขึ้น

*** หุ้น"ขนส่งฯ"ถูกหั่นเป้ากำไรมากสุด 59%

โดยหุ้นกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ นำโดยบมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 ลงจากเดิมมากที่สุดถึง 59.25% เหลือ 748 ล้านบาท แต่ยังเติบโตขึ้น 61.07% จากปีก่อน ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 3.1 - 4.2 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.2 - 1.5 บาท/หุ้น

ส่วนอีก 1 บริษัทในกลุ่มขนส่งฯ ที่ถูกปรับประมาณการลง คือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ที่ถูกปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 ลงจากเดิม 0.05% เหลือ 3,892 - 3,949 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.90 - 13.54% จากปีก่อน ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 9 - 11 บาท/หุ้น ลดลงจากเดิม 0.3 บาท/หุ้น

*** มีอีก 3 บริษัท ถูกหั่นเป้ากำไรลงมากกว่า 40%

ขณะเดียวกัน ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 ลงจากเดิมมากกว่า 40% ประกอบด้วย บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) ถูกปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 ลงจากเดิม 27.07 - 58.42% เหลือ 168 - 291 ล้านบาท หดตัว 25.57 - 57.03% จากปีก่อน ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 3.3 - 4.2 บาท/หุ้น ลดลงจากเดิม 1.8 - 3.1 บาท/หุ้น

ฟาก บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ที่ถูกปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 ลงจากเดิม 9.18 - 50.87% เหลือ 1,944 - 2,505 ล้านบาท หดตัว 7.83 - 28.47% จากปีก่อน ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 5.2 - 7.3 บาท/หุ้น ลดลงจากเดิม 0.55 - 3.75 บาท/หุ้น

ด้าน บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ถูกปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 67 ลงจากเดิม 26.95 - 46.34% เหลือ 374 - 450 ล้านบาท หดตัว 14.61 - 29.03% จากปีก่อน ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 7 - 10.3 บาท/หุ้น ลดลงจากเดิม 0.2 - 2.5 บาท/หุ้น

*** หุ้น"อาหาร"ถูกอัปเป้ากำไรสูงถึง 380%

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลของกลุ่มหุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้น พบว่า กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มถูกปรับขึ้นมากที่สุด นำโดย บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ถูกปรับขึ้นจากเดิมอีก 25.71 - 380% เป็น 5,686 - 13,442 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 5,207 ล้านบาท ส่วนราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 23 - 26.75 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.9 - 5.25 บาท/หุ้น

ส่วนอีก 1 บริษัทในกลุ่มอาหารฯ อย่าง บมจ.เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (AAI) ก็ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้นจากเดิมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 24.32 - 55.01% ส่งผลให้กำไรสุทธิขยับขึ้นเป็น 726 - 851 ล้านบาท เติบโตขึ้น 90.05 - 122.77% จากปีก่อน ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 7 - 8 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.4 - 2.8 บาท/หุ้น

*** มีอีก 3 บริษัท ถูกอัปเป้ากำไรมากกว่า 40%

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้นจากเดิมมากกว่า 40% ประกอบด้วย บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้นจากเดิมอีก 6.14 - 63.13% เป็น 4,277 - 6,637 ล้านบาท เทียบปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,229 ล้านบาท ขณะที่ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 10.9 - 11.8 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.5 - 3.4 บาท/หุ้น

ด้าน บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้นจากเดิมอีก 10.77 - 48.41% เป็น 12,597 - 18,355 ล้านบาท แต่ยังชะลอตัวลง 5.59 - 35.21% จากปีก่อน ส่วนราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 66 - 78 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 - 2 บาท/หุ้น

ฟาก บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้นจากเดิมอีก 6.24 - 43.02% เป็น 4,747 - 5,991 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.27 - 35.38% จากปีก่อน ส่วนราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 5.3 - 6.3 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.35 - 1.3 บาท/หุ้น

*** พบ "KBANK" ถูกอัปเป้าราคามากสุด 15 บาท

ขณะเดียวกัน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถูกนักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิมมากที่สุด 5 - 15 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 142 - 154 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 43,919 - 47,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 1.54 - 9.3%

รองลงมา คือ บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิม 1 - 15 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 67 - 88 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 22,679 - 25,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 2.32 - 19.10%

ขณะที่ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ถูกนักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิม 5 - 13 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 270 - 310 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 7,622 - 7,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 3 - 6.09%

ฟาก ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ถูกนักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิม 4 - 11 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 45 - 58 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 4,782 - 6,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 0.31 - 8.97%

ด้าน บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ถูกนักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิม 4 - 10 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 174 - 204 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 70,597 - 77,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 4.85 - 13.96%

*** ตะลึง "BBIK" โดนหั่นเป้าราคามากสุดถึง 79 บาท

ส่วนบมจ.บลูบิค กรุ๊ป (BBIK) ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิมมากที่สุดถึง 14 - 79.25 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 43.75 - 59 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 328 - 421 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิม 5.75 - 16.33%

นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 บริษัท ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดราคาเหมาะสมลงจากเดิมมากกว่า 10 บาท/หุ้น ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิม 21 - 30 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 155 - 180 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 41,977 - 44,805 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิม 3.2 - 17.52%

ด้าน บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิม 2 - 25 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 80 - 110 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 6,794 - 7,273 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิม 2.45 - 7.36%

ฟากบมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิม 0.4 - 20 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 44 - 51.6 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 2,157 - 2,186 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิม 0.78 - 16.07%

ปิดท้ายด้วย บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิม 4 - 18 บาท/หุ้น ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 38 - 55 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิใหม่อยู่ที่ 4,836 - 6,902 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิม 10 - 21.20%

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...