โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดร่วง 770 จุด กังวลอิหร่านยิง “ขีปนาวุธ” ตอบโต้อิสราเอล

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 02.23 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (14 มิ.ย. 68) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันศุกร์ (13 มิ.ย.) หลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลเพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างรุนแรงของอิสราเอลที่มุ่งสกัดศักยภาพของอิหร่านในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,197.79 จุด ลดลง 769.83 จุด หรือ -1.79%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,976.97 จุด ลดลง 68.29 จุด หรือ -1.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,406.83 จุด ลดลง 255.66 จุด หรือ -1.30% ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 1.3%, ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.4% และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.6%

โดยหุ้น 10 ใน 11 กลุ่มหลักของดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ โดยกลุ่มการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วงหนักที่สุด 2.06% และ 1.50% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.72% สวนทางตลาด หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างมากจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง

สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเสียงระเบิดและแสงไฟเหนือกรุงเทลอาวีฟและเยรูซาเลม ขณะที่ไซเรนดังทั่วประเทศอิสราเอล หลังจากโฆษกกองทัพระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และโรงงานผลิตขีปนาวุธในอิหร่าน ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 7% จากความกังวลว่า เหตุขัดแย้งจะกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง โดยหุ้นกลุ่มพลังงานของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นตามกัน โดยหุ้นเอ็กซอน (Exxon) พุ่งขึ้น 2.2% และหุ้นไดมอนด์แบ็ก เอเนอร์จี (Diamondback Energy) พุ่งขึ้น 3.7%

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ดูเหมือนว่าสถานการณ์กำลังก้าวเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ และถ้ามีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 3 ของโลก ก็อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

หุ้นกลุ่มสายการบินร่วงลง เพราะกังวลว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มสูงขึ้น โดยหุ้นเดลตา แอร์ไลน์ส (Delta Air Lines) ร่วง 3.8%, หุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส (United Airlines) ร่วง 4.4% และหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ส (American Airlines) ดิ่งลง 4.9%

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศพุ่งขึ้น โดยหุ้นล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin), หุ้นอาร์ทีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชัน (RTX Corporation) และหุ้นนอร์ทรอป กรัมแมน (Northrop Grumman) ต่างพุ่งขึ้นมากกว่า 3%

หุ้นอะโดบี (Adobe) ผู้พัฒนา Photoshop ร่วง 5.3% เพราะนักลงทุนกังวลว่า แผนการนำ AI มาใช้ของบริษัทดำเนินไปอย่างล่าช้า แม้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี

หุ้นออราเคิล (Oracle) พุ่งขึ้น 7.7% สวนทางตลาดและแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังคาดการณ์รายได้ที่แข็งแกร่งจากความต้องการบริการด้าน AI

หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ร่วงลง 2.1% และหุ้นแอปเปิ้ล (Apple) ลดลง 1.4%

ส่วนหุ้นวีซ่า (Visa) และหุ้นมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ต่างร่วงลงมากกว่า 4% หลังวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ร้านค้ารายใหญ่กำลังพิจารณาใช้คริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งอาจลดความจำเป็นในการใช้บริการจากผู้ให้บริการชำระเงินดังกล่าว

ในรอบสัปดาห์นี้ การเปิดเผยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัว และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ตลอดจนตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงนั้น ได้ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแรงกดดันด้านราคาจากภาษีนำเข้า และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์หน้า

ดัชนี S&P500 ยังคงมีการซื้อขายอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเดิมในเดือนก.พ. ขณะที่นักลงทุนยังมองว่า สหรัฐฯ อาจสามารถทำข้อตกลงทางการค้าเพื่อลดกำแพงภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำหนดไว้

ด้านผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิ.ย. เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการค้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...